จับตาเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ "โดนัลด์ ทรัมป์" กับวาระ 2 ปีที่เหลือ

จับตาเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ "โดนัลด์ ทรัมป์" กับวาระ 2 ปีที่เหลือ
Workpoint TV

สนับสนุนเนื้อหา

สหรัฐอเมริกาเปิดคูหาเลือกตั้งกลางเทอมทั่วประเทศ เมื่อวานนี้ (6 พ.ย.) และได้ทำการปิดหีบในเวลา 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือเมื่อเวลา 06.00 น. ช่วงเช้าที่ผ่านมาตามเวลาในประเทศไทย การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการชี้วัดว่า พรรครีพับลิกันฝ่ายรัฐบาลของนายทรัมป์ จะได้ครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสต่อหรือไม่ รวมถึงจะเป็นชี้วัดด้วยว่าชาวอเมริกันต้องการการเมืองรูปแบบใดในอีก 2 ปีข้างหน้า

การเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะเปรียบเสมือนการลงประชามติว่าที่ผ่านมา ชาวอเมริกันพอใจผลงานในช่วง 2 ปีแรกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หรือไม่ โดยครั้งนี้ก็มีผู้สนใจไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้ามากเป็นประวัติการณ์ ชาวอเมริกันราว 34.3 ล้านคน ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า มากกว่าการเลือกตั้งกลางเทอมเมื่อครั้งที่แล้วในสมัยนายโอบามาในปี 2014 ซึ่งมีแค่ 27.5 ล้านคน

ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุด พบว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่จะลงคะแนนเสียงให้พรรคเดโมแครต (ฝ่ายค้าน) มากกว่าพรรครีพับลิกันที่เป็นฝ่ายรัฐบาล เนื่องจากนโยบายด้านปัญหาความไม่เท่าเทียมทางเพศของพรรคฝ่ายค้าน และนโยบายด้านสาธารณสุขที่ต่อยอดมาจากสมัยที่แล้ว

ผลสำรวจทั่วไปคาดว่า พรรคเดโมแครต (ฝ่ายค้าน) อาจจะทวงเสียงข้างมากในสภาล่าง (ส.ส.) ได้ แต่ด้านนโยบายของนายทรัมป์ ที่รุกหนักเรื่อง การทำเพื่อคนอเมริกัน ”America First” รวมทั้งทิศทางของเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นใน 2 ปีนี้ มีอัตราค่าจ้างงานที่เพิ่มสูงขึ้น บวกกับอัตราการว่างงานที่ลดลง รวมถึงปัญหาภายในเรื่องกฎหมายอาวุธปืน น่าจะทำให้พรรคของเขายังสามารถครองเก้าอี้ในส่วนของวุฒิสภาเอาไว้ได้

ขณะเดียวกัน พรรคของนายทรัมป์ ก็ใช้ความกลัวมาเป็นประเด็นหาเสียง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานของชาวผิวขาวที่จะไปอยู่ที่แรงงานอพยพผิดกฎหมายราคาถูก ที่หลบหนีเข้ามาแย่งงาน จนสภาผ่านร่างกฎหมายสร้างกำแพงกั้นชายแดนแล้ว อีกทั้งการค้าแบบไม่เป็นธรรมของจีน ไม่ว่าจะเป็นค่าเงินหยวนที่อ่อนเกินจริง, การขโมยลิขสิทธิ์ทางปัญญา เปรียบเทียบกับช่วงช่วงโอบามานั้น เศรษฐกิจไปกระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมแบบใหม่

โดยเฉพาะเขตคนเมือง ซึ่งละทิ้งคนผิวขาวจำนวนมากทางตอนกลางของประเทศที่อยู่กับพลังงานแบบเก่า เช่น เหมืองถ่านหิน โรงงานถลุงเหล็กทำราคาสู้ราคาในโรงงานใหม่ๆ ของต่างประเทศไม่ได้ ส่งผลให้พวกเขาตกงาน หรือรายได้ลดลงไปมาก รวมไปถึงเมืองศูนย์กลางอุตสาหกรรมรถยนต์ระดับโลกก็ล้มละลายจนเป็นเมืองร้าง ทำให้คนผิวขาวเหล่านี้เปลี่ยนใจจากที่เคยโหวตให้พรรคเดโมแครต มาลงคะแนนให้ ทรัมป์ เพื่อลองของใหม่ที่ไม่ใช่แบบนักการเมืองแบบเก่าๆ

นักวิเคราะห์หลายคนในสหรัฐฯ คาดเดาว่าที่ผ่านมาส่วนใหญ่พรรคของประธานาธิบดีนั้นๆ มักจะเสียที่นั่งในสภาจากการเลือกตั้งกลางเทอม เมื่อไหร่ก็ตามที่คะแนนนิยมในตัวของประธานาธิบดีคนนั้นๆต่ำกว่า 50% ซึ่งล่าสุดคะแนนนิยมในตัวประธานาธิบดีทรัมป์อยู่ที่ 43%

ทั้งนี้ การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯจะมีขึ้น หลังจาก 2 ปีของการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีที่ก่อนจะครบวาระ 4 ปี เพื่อให้ประชาชนได้เลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 435 ที่นั่ง, สมาชิกวุฒิสภา 35 ที่นั่งจาก 100 ที่นั่ง (1 ใน 3) และ ผู้ว่าการรัฐใน 36 รัฐจาก 50 รัฐ

สำหรับการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ หรือ Midterm Election หมายถึง การเลือกตั้งในช่วงครึ่งวาระของการดำงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งไม่เพียงแค่จะมีการเปลี่ยนสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐทั้ง 435 คนเท่านั้น การเลือกตั้งครั้งนี้ยังรวมไปถึง 33 วุฒิสภาสหรัฐ ผู้ว่าการรัฐจากอีก 36 รัฐ และสภาในระดับท้องถิ่นของหลายรัฐด้วย

ปัจจุบัน พรรครีพับลิกกันครองเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภาสหรัฐ จึงส่งผลดีต่อการดำเนินนโยบายต่างภายใต้คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!