เส้นทางวิบาก "ประชาธิปัตย์" สารพัดเงื่อนไข "อภิสิทธิ์" ส่งถึง "บิ๊กตู่"

เส้นทางวิบาก "ประชาธิปัตย์" สารพัดเงื่อนไข "อภิสิทธิ์" ส่งถึง "บิ๊กตู่"
Thai Post

สนับสนุนเนื้อหา

ขณะที่พรรคเพื่อไทยและพรรคแนวร่วมที่อยู่ตรงข้ามกับ คสช. และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ประกาศท่าทีชัดเจนมาตลอดว่า ถึงอย่างไรก็ไม่ร่วมรัฐบาลกับ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างเด็ดขาด

ซ้ำยังประกาศให้คนไทยและพรรคการเมืองน้อยใหญ่เลือกจะอยู่ฝ่ายไหนระหว่าง “ประชาธิปไตยกับเผด็จการ“ หรือ เอา "บิ๊กตู่" ไม่เอา "พล.อ.ประยุทธ์"

พร้อมวาดภาพให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์และพรรคที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์หวนคืนสู่เก้าอี้นายกฯ หลังเลือกตั้งว่าเป็นเผด็จการ ทำประเทศเสียหายมาแล้ว 4-5 ปี

ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ กำลังขับเคี่ยวกันเพื่อชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ น่าจะมีโอกาสมากกว่าหมอวรงค์-นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม และนายอลงกรณ์ พลบุตร เลือกตั้งครั้งหน้านี้ พรรคประชาธิปัตย์จะได้ ส.ส.เป็นอันดับ 2 รองจากพรรคเพื่อไทย

ท่าทีอภิสิทธิ์เป็นที่จับตาของหลายฝ่ายมาตลอดว่าจะพาพรรคไปทางขั้วไหน จะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกฯ หลังเลือกตั้งหรือไม่ หรือว่าจะขึ้นเป็นนายกฯ เสียเอง พร้อมดับฝันทั้ง “บิ๊กตู่” และคนจากขั้วพรรคเพื่อไทย

“ตอนนี้มันเข้าไปสู่ลักษณะการเมืองสามก๊กมากกว่า คือ 1. พรรคการเมืองที่อิงอยู่กับตัวนายทักษิณ ชินวัตร หรือมีแนวทางคล้ายคลึงกับนายทักษิณ 2. พรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาหรือแสดงท่าทีว่าพร้อมสนับสนุนผู้มีอำนาจในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ หรือผู้มีอำนาจใน คสช. ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หรือพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ของกำนันสุเทพ 3. พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเราคือทางเลือกอีกทางหนึ่ง เพราะเราต่อสู้กับระบอบทักษิณมาตลอด และยืนยันจะต่อสู้อยู่ ขณะเดียวกันเรามองว่าแนวทางของ คสช.หรือรัฐบาลปัจจุบันหลายอย่างก็ไม่สอดคล้องกับแนวคิดของเรา”

นายอภิสิทธิ์เคยสะท้อนให้เห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์ลุ้นจะเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลเสียเอง ไม่เอาด้วยกับขั้วพรรคเพื่อไทยและขั้วพรรคพลังประชารัฐ พรรค กปปส.ที่สนับสนุนบิ๊กตู่ เนื่องจากอยู่ในช่วงการรบจะออกมายอมแพ้ก่อนไม่ได้

แต่สุดท้ายท่าทีก็อ่อนลง ล่าสุดนายอภิสิทธิ์ได้แย้มเงื่อนไขหากพรรคประชาธิปัตย์จะเข้าร่วมรัฐบาลกับ “บิ๊กตู่” โดย “ลุงตู่” ถูกบางพรรคเสนอชื่อเป็น 1 ใน 3 บัญชีนายกฯ ก็ต้องดูว่าพรรคนี้เป็นตัวแทนของความคิดอะไร และได้เสียง ส.ส.มาเท่าไหร่

“วันนั้นถ้าคุณประยุทธ์ได้คะแนนเสียงมามาก ก็มีความชอบธรรมที่จะมาเชิญชวนคนไปร่วมรัฐบาล แต่ถ้ามาชวนผม ผมก็ต้องถามว่าคุณจะบริหารงานแบบ 4 ปีที่ผ่านมาหรือไม่ ถ้าคุณบริหารแบบ 4 ปีที่ผ่านมา ผมไม่คิดว่าผมจะไปช่วยสนับสนุนคุณได้ คุณต้องมีการเปลี่ยนแปลง ต้องมีการปรับปรุง"

นายอภิสิทธิ์ย้ำชัดอีกครั้งว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์มีวิธีการทำงานแบบรวมศูนย์ กำจัดสิทธิเสรีภาพประชาชน และเศรษฐกิจกระจุกตัวเหมือนที่ทำอยู่ในขณะนี้ พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่สนับสนุน

วิธีการบริหารงานแบบทหาร (คสช.) ของ “บิ๊กตู่” ตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์พูดชัดว่าประชาธิปัตย์ไม่ปลื้ม ในความเป็นจริงหลังเลือกตั้งการบริหารงานจะต้องเปลี่ยนจากเดิม แต่จะเปลี่ยนอย่างไรก็อยู่ที่การอธิบายชี้แจงของพลพรรค “บิ๊กตู่”

นอกจากนี้ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่ต้องเคลียร์กันก่อน เช่น จะยอมรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ การปลดล็อก ยกเลิกคำสั่ง คสช.จะทำหรือไม่ เป็นต้น

ย้อนหลังกลับไป นายอภิสิทธิ์มีเรื่องไม่สบอารมณ์ คสช.และ “บิ๊กตู่” หลายเรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องทางกฎหมายและทางการเมือง

ทางกฎหมาย เช่น การเซตซีโร่สมาชิกพรรค ทำให้สมาชิก 2 ล้านกว่าคนถูกโละทิ้งให้เป็นศูนย์ในพริบตา ต้องเริ่มหาสมาชิกกันใหม่ให้วุ่นวาย, การไม่ปลดล็อกหาเสียง, การยืดเวลาการอยู่ในอำนาจของ คสช.และรัฐบาลออกไป ทำให้การเลือกตั้งล่าช้า รวมทั้งการปฏิรูปที่ไม่คืบหน้า ฯลฯ

ส่วนทางการเมือง เมื่อประชาธิปัตย์กำลังจะตั้งหลักก็ถูกพรรคพวกในบริวารของบิ๊กตู่ “ดูด” อดีต ส.ส.ไปหลายคน, กำนันสุเทพตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทยหนุนบิ๊กตู่ กระทบต่อคะแนนเสียงและจำนวน ส.ส.ของ ปชป., อดีต ส.ส.ปชป.ในสายของกำนันสุเทพ-กปปส.มาเข้า ปชป. แถมส่งหมอวรงค์ และนายอลงกรณ์ พลบุตร มาแข่งเพื่อจะโค่นเก้าอี้หัวหน้าพรรคของนายอภิสิทธิ์

ภายใต้สถานการณ์ที่มีตัวแปรและเงื่อนไขต่างๆ การเมืองในยุคเปลี่ยนผ่านที่ ปชป.เผชิญทั้งศึกนอกและศึกใน นายอภิสิทธิ์จะวางเกมการเมืองอย่างไรถึงจะดัน ปชป.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หรืออย่างน้อยก็ต้องร่วมรัฐบาล ไม่เป็นฝ่ายค้านซ้ำซาก และพ้นวาทกรรมดีแต่พูด โดยที่ไม่เสียสัจจะวาจาที่ประกาศต่อสาธารณะในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!