“ป้าจุ๊” บ้านพักสี่ขา เห็นด้วยขึ้นทะเบียนสัตว์ โอดมีหมากว่าพันตัว จ่าย 6 แสนไม่ไหว

“ป้าจุ๊” บ้านพักสี่ขา เห็นด้วยขึ้นทะเบียนสัตว์ โอดมีหมากว่าพันตัว จ่าย 6 แสนไม่ไหว
Amarintv

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณีที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบหลักการร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งผู้ที่มีสัตว์เลี้ยงจะต้องนำสัตว์เลี้ยงไปขึ้นทะเบียน โดยมีค่าใช้จ่าย 450 บาทต่อตัว และหากผู้ใดมีสัตว์เลี้ยงฝ่าฝืน อาจโดนปรับสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท โดยในช่วงแรกเน้นที่สุนัขและแมวก่อน

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ร่างพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ไม่มีผลบังคับใช้แต่อย่างใด เป็นเพียงร่างกฎหมายที่ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อีก 3 วาระ

ประการสำคัญในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2561 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า โดยที่หลักการของร่างพระราชบัญญัติในเรื่องนี้ เป็นประโยชน์ในการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งทำให้เจ้าของมีความรับผิดชอบต่อสัตว์เลี้ยงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีบทบัญญัติการขึ้นทะเบียน และการทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ การกำหนดอัตราค่าธรรมเนียม และอัตราค่าปรับ ที่อาจเป็นภาระแก่ประชาชนเกินสมควร

คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับร่างพระราชบัญญัติในเรื่องนี้ กลับไปพิจารณาทบทวนร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับความเหมาะสมของบทบัญญัติ ตามความเห็นของนายกรัฐมนตรี โดยจะต้องไม่เป็นภาระแก่ประชาชน แล้วเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง

>> รัฐหนุนกฎหมายป้องกันทารุณสัตว์ เล็งขึ้นทะเบียนหมา-แมว ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 25,000

ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่วัดมะพร้าวเตี้ย แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร นางจุติภรณ์ หรือ ป้าจุ๊ เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก บ้านพักสี่ขาเพื่อหมาจร เปิดเผยว่า ตนเห็นด้วยกับการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง เพราะจะสามารถตรวจสอบได้ว่าใครเป็นเจ้าของหมาแมวที่มาทิ้ง และสามารถผิดเจ้าของโดยตรงได้ แต่ไม่เห็นด้วยกับการเรียกเก็บเงิน เพราะตนมีสัตว์เลี้ยงในความดูแลตอนนี้กว่า 1,300 ตัว ซึ่งคิดเป็นเงินค่าลงทะเบียนกว่า 600,000 บาท ตนไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายไหวแน่นอน

news07-1

ซึ่งหากต้องมีการลงทะเบียนจริง ทางบ้านพักพิงช่วยเหลือสุนัขจรจัด คงต้องรวมตัวกัน และยกสุนัขให้กับภาครัฐดูแล และจะต้องดูว่าภาครัฐดูแลดีหรือไม่ และตนอยากถามว่าเก็บเงิน 450 บาทต่อตัว ซึ่งภาครัฐได้เงินจากการเก็บภาษีลงทะเบียนสุนัข 900 ล้านบาท ภาครัฐจะเอาเงินไปทำอะไร ไปสร้างบ้านพักพิงให้สุนัขทุกจังหวัดหรือไม่ สัตว์เจ็บป่วยจะได้รับการรักษาและฉีดวัคซีนไหม

ส่วนการแก้ปัญหาหมาจรจัด ตนคิดว่าต้องแก้ปัญหาที่คน ควรมีข้อยกเว้นเก็บเงินกับบ้านพักพิง และไปเก็บเงินกับเจ้าของสุนัขมากกว่า เพราะตนเลี้ยงสัตว์ที่ถูกทอดทิ้ง ไม่ใช่เจ้าของสุนัข คงไม่มีเงินมากพอที่จะจ่าย ซึ่งค่าดูแลสุนัข และค่าอาหารแต่ละเดือนเป็นเงินกว่า 2 ล้านบาท โดยตนได้เงินที่ดูแลสุนัขตอนนี้มาจากการรับบริจาค จากเพจบ้านพักสี่ขาเพื่อหมาจร

>> สั้นๆ ง่ายๆ ทำความเข้าใจกฎหมาย “ขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง” แบบกระชับใน 5 ข้อ

สุดท้ายอยากฝากถึงคนที่เลี้ยงสุนัขว่า คนที่ไม่พร้อม ไม่ควรเลี้ยงสุนัข ปัญหาที่บ้านพักพิงตอนนี้มาจากคนเลี้ยงสัตว์ที่ไม่พร้อม และถ้าจะเลี้ยงต้องทำหมันสุนัขทั้งตัวผู้และตัวเมีย ตนคิดว่าปัญหาตรงนี้ ถูกละเลยจากภาครัฐ อยากให้ภาครัฐแก้ปัญหาตรงนี้อย่างจริงจัง เชื่อว่าจะสามารถควบคุมจำนวนสุนัขได้อย่างแน่นอน

ขณะที่ นางชุติมา หรือ ป้าแมว อายุ 61 ปี ผู้พิการทางสายตา 1 ข้าง ใช้พื้นที่บ้านกว่า 1 ไร่ ภายในชุมชนทรัพย์เมืองทอง นำเอาสุนัขจรจัดและแมวจำนวนมากมาเลี้ยงไว้ โดยจำนวนแมวทั้งสิ้น 70 ตัว สุนัข 30 ตัว ซึ่งป้าแมวนำเงินส่วนตัวของตนและสามีซึ่งทำงานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทองซื้ออาหารสุนัขและแมวกว่าเดือนละ 1 หมื่นบาทในการเลี้ยงแมวและสุนัขจรจัดที่ถูกนำไปทิ้งไว้ที่ต่าง ๆ เมื่อสอบถามถึงเรื่องที่ ครม.ประกาศเตรียมให้ขึ้นทะเบียนสุนัขและแมวทำให้ป้าแมวถึงกับตกใจเนื่องจากต้องใช้เงินกว่า 50,000 บาท ในการขึ้นทะเบียน

news07-2

ป้าแมว เปิดเผยว่า สุนัขและแมวมที่นำมาเลี้ยงส่วนใหญ่มีผู้นำมาทิ้งไว้ และไปเจอถูกทิ้งตามที่ต่างๆก็เก็บมาเลี้ยงเพราะสงสาร เมื่อทราบข่าวการขึ้นทะเบียนซึ่งต้องใช้เงินตัวละ 450 บาท โดยที่บ้านเก็บแมวและสุนัขจรจัดมาเลี้ยงไว้ 100 กว่าตัว ทำให้ต้องใช้เงินกว่า 5 หมื่นบาท ซึ่งจริงๆ แล้วหากถามว่าการขึ้นทะเบียนดีหรือไม่ก็ต้องตอบว่าดีแต่อยากให้มีข้อยกเว้นสำหรับคนที่รับสุนัข-แมวจรจัดมาเลี้ยงเพราะทุกวันนี้ก็ต้องใช้จ่ายเดือนละหมื่นกว่าบาทอยู่แล้ว

หากคนที่ซื้อมาเลี้ยงคนละ 1-2 ตัวคงไม่กระทบ ซึ่งหากมีการนำเรื่องนี้มาใช้จริงปริมาณสุนัข-แมวจรจัดน่าจะเพิ่มปริมาณมากขึ้น ส่วนตนเห็นว่าหากมีการนำสุนัขหรือแมวไปปล่อยทิ้งที่วัดก็จะเป็นภาระกับทั้งพระและก็ส่งผลกระทบกับสุนัขและแมวที่ต้องไปรวมกันอย่างแออัดอีกด้วยจึงอยากให้ทบทวนในเรื่องดังกล่าวด้วย

>> "ลุงตู่" สั่ง "ทบทวน" ขึ้นทะเบียนหมาแมว แต่ไม่ถึงกับถอนร่างกฎหมาย

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!