ออสซี่จับได้แล้ว 1 คนร้ายฝังเข็มในสตรอว์เบอร์รี เล็งเพิ่มโทษเทียบเท่าผู้ก่อการร้าย

ออสซี่จับได้แล้ว 1 คนร้ายฝังเข็มในสตรอว์เบอร์รี เล็งเพิ่มโทษเทียบเท่าผู้ก่อการร้าย
Workpoint TV

สนับสนุนเนื้อหา

รัฐบาลออสเตรเลียเตรียมเพิ่มบทลงโทษจำคุกผู้กระทำผิดกฎหมายความปลอดภัยทางอาหารจาก 10 ปี เป็น 15 ปี หลังพบมีผู้นำเข็มไปฝังในสตรอว์เบอร์รี ล่าสุดตำรวจจับผู้ก่อเหตุได้แล้ว 1 คน

วันที่ 20 ก.ย. 2561 นายกรัฐมนตรี สกอตต์ มอร์ริสัน ออกแถลงว่า รัฐบาลเตรียมเสนอให้รัฐสภาแก้ไขบทลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมายความปลอดภัยทางอาหาร โดยให้เพิ่มบทลงโทษจำคุกสูงสุดเป็น 15 ปี จากเดิมอยู่ที่ 10 ปี และการเสนอร่างกฎหมายให้ “พฤติกรรมก่อกวนที่มีผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง” ถือเป็นอาชญากรรมด้วย ทั้งนี้ สาเหตุมาจากการพบเข็มซ่อนในสตรอว์เบอร์รีซึ่งได้ลุกลามขยายวงกว้างไปยังแอปเปิลและกล้วยด้วย

นายสกอตต์ ประณามการกระทำแบบนี้ว่า ไม่ต่างอะไรกับการก่อการร้าย และเชื่อมั่นว่าตำรวจจะสามารถจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องมารับโทษตามกฎหมายได้ ในอีกไม่ช้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สันนิษฐานว่าเป็นพฤติกรรมเลียนแบบของคนคนเดียว หรือหลายคนที่ กระทำการโดยไม่ได้รู้จักกัน

>> ออสเตรเลียตั้งรางวัล 2.3 ล้าน นำจับ "มือซ่อนเข็มในสตรอว์เบอร์รี"

เหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดที่เกิดขึ้นคือ เมื่อชายคนหนึ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากกินสตรอว์เบอร์รีที่มีเข็มอยู่ จนต้องรับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน

ล่าสุดตำรวจในรัฐนิวเซาท์เวลส์สามารถจับกุมเยาวชนผู้ก่อเหตุได้ 1 คน เขาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือทำ เพราะอยากแกล้งคนเล่นๆ และไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร ตำรวจระบุว่า เด็กคนนี้ไม่เกี่ยวกับอีกหลายคดี เป็นเพียงการกระทำลอกเลียนแบบตามกระแสข่าว

>> ไม่ใช่แค่สตรอว์เบอร์รี! คุณแม่ออสซี่ช็อก เจอ “เข็ม” ฝังในแอปเปิลขณะหั่นให้ลูก

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกษตรกรต้องทิ้งสตรอว์เบอร์รีแล้วมากกว่า 1 ล้านลูก เพราะไม่มีผู้รับซื้อและไม่สามารถส่งออกได้ ขณะที่หลายประเทศที่ทราบข่าวประกาศงดนำเข้าสตรอว์เบอร์รีจากออสเตรเลียจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ขณะที่สมาคมผู้ปลูกสตรอว์เบอร์รีแห่งออสเตรเลียได้ออกมาตรการชั่วคราวแนะนำให้ผู้ผลิตสตรอว์เบอร์รีทั้งหลาย นำเครื่องตรวจจับโลหะมาใช้เพื่อความปลอดภัยแล้ว

สำหรับประเทศไทย นำเข้าสตรอว์เบอร์รีจากประเทศออสเตรเลีย ช่วงเดือน ก.ค. 2017 - มิ.ย. 2018 จำนวนถึง 616,814 กิโลกรัม

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!