ไม่อุ้มหมาแล้ว! เหยื่อแฉโจรผัวเมียเปลี่ยนวิธี เลือกร้านเปิดใหม่-แบ่งงานกัน กวาด 2 แสน

ไม่อุ้มหมาแล้ว! เหยื่อแฉโจรผัวเมียเปลี่ยนวิธี เลือกร้านเปิดใหม่-แบ่งงานกัน กวาด 2 แสน
Amarintv

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณีสามีภรรยาคู่หนึ่งมีพฤติกรรมลักทรัพย์มา 15 ปี และใช้ชีวิตอย่างสุขสบายมาตลอด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายบุกค้นบ้านของผู้ต้องหาที่ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ที่ผ่านมา พบทรัพย์สินที่ขโมยมากกว่า 100 รายการ แต่คนร้ายสามารถหลบหนีไปได้ ทราบชื่อคือ นายอภิชาติ บุญเรือง อายุ 42 ปี และนางฑิญาตา บุญเรือง อายุ 38 ปี ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมหลักฐานและขอศาลออกหมายจับเพิ่มเติม

(18 ส.ค. 61) คุณรันยนันท์ เจ้าของร้านอาหาร เปิดเผยว่า หลังจากเปิดร้านใหม่ได้เพียง 2 เดือน ก็ขายของตามปกติ จนมาถึงวันที่ 5 มิ.ย. 61 ช่วงเวลา 11.30 น. ได้มีรถนิสสันสีดำ ป้ายแดง ขับเข้ามาจอดหน้าร้าน จนผ่านไป 15 นาที ก็มีผู้หญิงคนนึ่งเดินลงมาจากรถคันดังกล่าว พร้อมกับเดินเข้าไปในร้านของตน แล้วสั่งต้มจืดกลับบ้าน 1 ถุง ช่วงที่รอต้มจืดผู้หญิงคนนี้ก็นั่งรอที่โต๊ะอาหาร จนพนักงานในร้านถือถุงต้มจืดเดินออกมาให้หญิงคนดังกล่าว แล้วพนักงานก็บอกราคาไป แต่ผู้หญิงคนนี้ไม่ยอมจ่ายเงินกับพนักงานที่ถือต้มจืดไปให้ แต่เดินไปจ่ายที่หน้าเคาเตอร์ บาร์ของร้านที่มีตนยืนอยู่ แล้วสายตาก็มองไปรอบๆ เคาน์เตอร์ด้วย

 คุณรันยนันท์ เจ้าของร้านอาหาร ผู้เสียหาย

คุณรันยนันท์บอกว่า ขั้นตอนการชำระเงินของร้านจะมีพนักงานเดินมาเก็บที่โต๊ะ ลูกค้าไม่ต้องเดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์เอง จากนั้นเมื่อผู้หญิงคนนี้จ่ายเงินเสร็จ ก็หันหลังพร้อมกับถือต้มจืดเดินออกมา ก่อนจะถึงประตูก็หันกลับไปถามตนว่า “ร้านเปิดถึงกี่โมงคะ” ตนก็ตอบกลับไปว่าเปิด 2 ช่วง คือ 11.00-14.00 น. และ 17.00-00.00 น. หลังจากนั้นก็เดินออกจากร้านไป

หลังจากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมงผ่านไป ช่วงร้านใกล้จะปิดก็มีผู้ชายเดินเข้ามาในร้าน พร้อมกับถือร่มสีชมพู จากนั้นก็เดินไปสั่งของที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ซึ่งขณะนั้นมีตนยืนอยู่คนเดียว เพราะแม่ครัวและพนักงานอยู่ในครัวหมด แล้วก็สั่งอาหารกลับบ้าน โดยเลือกสั่งเมนูที่ทำยาก ๆ ซึ่งตอนนั้นร้านใกล้จะปิดแล้ว ขณะที่ตนส่งออเดอร์ให้แม่ครัวนั้น ก็ได้ยินเสียงมีอะไรตกลงพื้น จึงหันกลับมาถามชายรายดังกล่าวว่าอะไรหล่น และเขาก็บอกว่าแว่นตาหล่น โดยขณะที่ตอบก็มีอาการพิรุธ สีหน้าตื่นกลัว แล้วหลังจากนั้นก็บอกกับตนว่า จะออกไปซื้อของร้านข้างนอก เดี๋ยวจะกลับมาเอาของที่สั่งไว้ จากนั้นชายคนดังกล่าวก็รีบเดินออกจากร้านไป ส่วนตัวยอมรับว่าเริ่มรู้สึกแปลกใจ จึงหันไปดูกระเป๋าสะพายแบรนด์เนมที่วางอยู่ทั้ง 3 ใบหายไปพร้อมกัน รวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท นอกจกนี้ในกระเป๋ายังมีบัตรเอทีเอ็มอยู่ด้วย

ภายหลังจากที่รู้ตัว ก็ได้โทรไปขออายัดบัตรที่ธนาคาร แต่จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ธนาคารก็ทราบว่า คนร้ายได้นำบัตรไปกดแล้ว 2 ครั้ง ครั้งละหนึ่งหมื่นบาท แต่กดเงินออกมาไม่ได้ เพราะรหัสบัตรผิด ซึ่งจุดที่คนร้ายกดก็อยู่ไม่ไกลจากร้านตนมากนัก จึงตัดสินใจขับรถไปขอดูกล้องวงจรเปิด ปรากฎว่าเป็นผู้หญิงใส่หน้ากากอนามัย กางร่มสีชมพู จึงทำให้ตนรู้ว่าผู้หญิงที่เข้ามาในร้านก่อนหน้าที่ผู้ชายจะตามมานั้น พวกเขามาด้วยกัน

คุณศิริกานต์ อาชีพขายเสื้อผ้ามือสอง ผู้เสียหาย

ด้าน น.ส.ศิริกานต์ อายุ 35 ปี ผู้เสียหาย ซึ่งมีอาชีพขายเสื้อผ้ามือสอง เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเปิดร้านวันแรก ได้มีผู้หญิงรายหนึ่ง แต่งตัวดูดี ขับรถนิสสันสีดำ ป้ายแดง มาจอดที่ลานจอดรถ ก่อนลงมาซื้อเสื้อผ้าในร้าน จากนั้นก็ได้ขับรถออกไป หลังจากนั้นประมาณ 15 นาที ก็มีชายอีกรายสะพายกระเป๋าเป้เข้ามาในร้าน โดยทำทีเลือกกางเกงยีนส์ และบอกให้ตนช่วยจัดไซซ์เดียวกันให้จำนวน 2 โหล ตนจึงต้องลุกจากที่นั่งไปจัดของให้ จากนั้นชายรายดังกล่าวได้เดินไปเลือกเสื้อยีนส์อีกมุม ก่อนหยิบมาหลายตัววางไว้ที่จุดจ่ายเงิน ซึ่งมีแม่ของตนนั่งอยู่เพื่อให้จัดใส่ถุง ก่อนที่ชายรายนี้จะเดินมาบอกตนว่า ขอออกไปซื้อก๋วยเตี๋ยวร้านข้าง ๆ และจะกลับมาเอาของ โดยออกไปไม่นาน ตนพยายามมองหาก็ไม่พบแล้ว จึงมาตรวจดูพบว่ากระเป๋าสะพายแบรนด์เนมของตนหายไป ซึ่งข้างในมีทั้งแหวนเพชร เงินสด โทรศัพท์ นาฬิกา และเอกสารต่าง ๆ มูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท

น.ส.ศิริกานต์ ยังบอกอีกว่า ตำรวจนำภาพ 2 ผัวเมียมาให้ดู จึงนึกออกว่าผู้หญิงที่เข้ามาในร้านก่อน คาดว่าน่าจะมาดูลาดเลา ซึ่งตอนแรกตนคิดว่าเป็นโจรทั่วไป จนทราบว่ามีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก จึงรู้ว่าเป็นโจรมืออาชีพ โดยทั้ง 2 คนไม่ได้มีท่าทีพิรุธ ทั้งยังแต่งตัวดูดี ทั้งนี้ก็เป็นลูกค้า 2 คนแรกของร้านทำให้ตนเสียความรู้สึกเป็นอย่างมาก ซึ่งจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า คนร้ายมักจะเลือกร้านที่เปิดใหม่ เพราะยังไม่มีกล้องวงจรปิดที่สามารถจับภาพหรือแกะรอยได้

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!