แม่ปาล์ม เปรมทัต เชื่อลูกต้องมีลมหายใจต่อเกิน 6 เดือน ขอสู้กับโรค-ไม่รอตาย

แม่ปาล์ม เปรมทัต เชื่อลูกต้องมีลมหายใจต่อเกิน 6 เดือน ขอสู้กับโรค-ไม่รอตาย
Amarintv

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณีที่ นายเปรมทัต สิ้นกั้ง หรือ ปาล์ม นายแบบที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ภายหลังจากรักษาด้วยการให้คีโมจนหายขาด ก็กลับมาใช้ชีวิตปกติได้แล้ว แต่เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2561 แพทย์พบว่าโรคดังกล่าวกลับมาเป็นอีกครั้งและรุนแรงกว่าเดิม โดยจะมีชีวิตอยู่ได้นาน 6 เดือนเท่านั้น

ซึ่งจะต้องใช้การรักษาคือการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ ที่ค้นหาคนที่เข้ากันได้ยากมาก และบุคคลที่มีสเต็มเซลล์เข้ากันที่เคยจะบริจาคให้ก็ได้ปฏิเสธไปแล้ว ต่อมา นายปาล์ม เผยว่า ตัวเองอยากมีชีวิตอยู่ต่อ ขณะที่คุณแม่ของนายปาล์ม หวังให้ผู้ที่จะบริจาคสเต็มเซลล์เปลี่ยนใจ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ปาล์ม เปรมทัต เปิดเผยว่า ตัวเองเพิ่งกลับจากโรงพยาบาล หลังจากมีอาการต่อมทอนซิลอักเสบและมีไข้เล็กน้อย เมื่อไปโรงพยาบาล แพทย์ระบุว่า อาการทุกอย่างดีทั้งหมด มีเพียงเม็ดเลือดขาวที่มีปริมาณมาก อยู่ในระดับ 20,000 จากคนปกติที่จะอยู่ในระดับ 4,000-10,000 หากตนมีอาการทอนซิลอักเสบ จะทำให้เจ็บคอมาก ทานอาหารได้น้อย แต่ด้านร่างกายยังแข็งแรงปกติ สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ต้องดูแลรักษาความสะอาดทั้งที่อยู่อาศัย และอาหารการกิน

นายแบบหนุ่ม เล่าว่า เรื่องสภาพจิตใจตอนนี้ดีขึ้นมาก เนื่องจากได้กำลังใจจากเพื่อนและครอบครัว ทำให้ตนสู้ต่อไปได้ ส่วนเรื่องงานขณะนี้ต้องหยุดพักทั้งหมด โดยตนต้องรักษาตัวให้หายดีก่อนที่จะไปรับงาน ซึ่งตนยอมรับว่าโรคนี้เป็นแล้วทรมาน แต่ก็ทน

>> เปิดใจ “ปาล์ม เปรมทัต” น้ำตาคลอ “อยากมีชีวิตอยู่ต่อ” วอนผู้บริจาคสเต็มเซลล์เปลี่ยนใจ

ทั้งนี้ ปาล์ม เปรมทัต ยอมรับว่า มีเครียดบ้าง ยิ่งช่วงนาทีที่ทราบว่ามะเร็งกลับมาอีกครั้ง ตอนนั้นตนถึงกับช็อก แต่คิดที่จะสู้เพื่อจะทำให้เชื้อหมดไป และตนไม่เชื่อแพทย์ว่าจะมีชีวิตอยู่แค่ 6 เดือน ซึ่งตนต้องแข็งแรง ต้องมีลมหายใจต่อไป

ขณะที่ แม่ของนายเปรมทัต เผยว่า วันนี้ตนจะอยู่กับลูก อยู่ดูแลตลอดในช่วงเวลา 6 เดือนที่แพทย์บอกไว้ ส่วนตัวพยายามไม่คิดมากและพยายามปลอบใจตัวเอง ขณะนี้ตนรอเพียงปาฏิหาริย์ หวังให้คนที่เคยบริจาคสเต็มเซลล์ให้ลูกตนกลับมา และหวังให้ครอบครัวของเขาเปลี่ยนใจ เพื่อที่จะต่อชีวิตให้กับลูกชายตน และขอให้คนที่กำลังดูอยู่ มาบริจาคกันเยอะๆ ถึงแม้จะไม่ตรงกับลูกตนแต่อย่างน้อยก็ยังสามารถช่วยคนอื่นได้ และตนเข้าใจหัวอกคนที่อยู่ในสภาวะแบบนี้ว่า เจ็บปวดขนาดไหน

แม่ยังพูดทั้งน้ำตาว่า ช่วงเวลาเช่นนี้ตนก็หวังปาฏิหาริย์ ขอให้มีคนมาช่วยชีวิตต่อลมหายใจให้ลูกตนและจะอยู่ดูแลลูก แม้คิดจะกลับบ้านที่ภาคใต้ก็ทิ้งลูกไม่ลง ซึ่งของขวัญวันแม่ปีนี้ ตนขอเพียงสเต็มเซลล์ให้ลูกชาย เพื่อรักษาลูกตนให้หาย อีกทั้ง ปาล์มถือเป็นพี่คนโตและเป็นเสาหลักของบ้าน ตอนนี้ตนก็ได้แต่ดูแลและให้กำลังใจ ทั้งนี้ตนเชื่อว่าลูกจะอยู่ได้นานกว่า 6 เดือนแน่นอน

ทางด้าน ศูนย์บริจาคโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย มีกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ โดยมีประชาชนมาบริจาคโลหิตและร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก นาวาโทหญิง แพทย์หญิงอุบลวัณณ์ จรูญเรืองฤทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริจาคโลหิตแห่งชาติ เปิดเผยว่า กิจกรรมบริจาคโลหิตในวันแม่แห่งชาติ ทางศูนย์ฯ จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เป็นประจำทุกปี ซึ่งเชื่อว่าจะมีผู้มาร่วมบริจาคกว่า 3,000 คน ซึ่งมากกว่าช่วงวันปกติ ที่จะมีผู้มาบริจาคโลหิตราว 1,500-1,800 คน

นอกจากการบริจาคโลหิต ผู้บริจาคสามารถร่วมการบริจาคอวัยวะ ดวงตา หรือลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ได้อีกด้วย ซึ่งการบริจาคเลือด นอกจากจะสำคัญกับผู้ป่วยที่ต้องใช้โลหิตแล้ว การผ่าตัด การคลอดบุตร ก็จำเป็นต้องใช้เลือด เนื่องจากไม่สามารถใช้สารอื่นแทนได้ ดังนั้นมองว่าเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างหนึ่ง ที่ประชาชนควรให้ความสำคัญในการบริจาคโลหิต

นาวาโทหญิง แพทย์หญิงอุบลวัณณ์ เผยว่า การหาผู้บริจาคสเต็มเซลล์ที่จะตรงกับผู้ป่วย 1 คน ตามสถิติจะเจออยู่ราว 1 ต่อ 10,000 คน ขณะนี้มีผู้บริจาคสเต็มเซลล์ที่ลงทะเบียนเป็นอาสาสมัคร 228,335 คน ทั้งนี้มีผู้ที่รอรับสเต็มเซลล์อยู่ประมาณ 1,800 คน และมีผู้ปลูกถ่ายสเต็มเซลล์สำเร็จแล้ว 253 คน