จับพิรุธโรงพยาบาล “อัจฉริยะ” เชื่อกางเกงใน “น้องหญิง” ไม่ได้หาย ขอกันแม่บ้านเป็นพยาน

จับพิรุธโรงพยาบาล “อัจฉริยะ” เชื่อกางเกงใน “น้องหญิง” ไม่ได้หาย ขอกันแม่บ้านเป็นพยาน
Amarintv

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณีเมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมด้วย นายสุบิน พ่อของ น.ส.นรีกานต์ หรือ น้องหญิง ที่เสียชีวิตปริศนาหลังขึ้นรถเทรลเลอร์ไปกับ นายสุรพล หรือ อ๊อฟ ผู้ต้องหา ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพยาบาลและแม่บ้านโรงพยาบาลการุญเวช จ.อยุธยา โดยนายอัจฉริยะอ้างว่า พยาบาลและแม่บ้านทำลายกางเกงในของน้องหญิง ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญทางคดีนั้น

>>แฉพิรุธคดี “น้องหญิง” ไม่ใช่แค่กกน.ที่หาย เสื้อยืด-เสื้อซับ-ยกทรง ก็หาย

( 9 ส.ค. 61 ) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมด้วยนายสุบิน พ่อของน้องหญิง ได้เดินทางมาพบบริษัทประกันของรถเทรลเลอร์คันที่เกิดเหตุ เพื่อมาหาหลักฐานเชื่อมโยง เนื่องจากสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยมีการติดต่อบริษัทประกันมาจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้เสียหายแล้วสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุ

หลังจากที่ได้พูดคุยกับบริษัทก็ทำให้ทราบว่าวันที่ 20 ก.ค. หลังจากเกิดเหตุ 1 วัน นายสุรพล หรือ อ๊อฟ ผู้ต้องหา มาที่บริษัทประกัน โดยเข้ามาแจ้งว่ารถเกิดอุบัติเหตุ ให้บริษัทดำเนินการจ่ายเงินชดเชย แสดงให้เห็นว่านายอ๊อฟต้องการที่จะทำให้คดีนี้เป็นอุบัติเหตุเพื่อจะได้ไม่ต้องรับผิด หากเป็นคดีอุบัติเหตุจริง บริษัทจะต้องชดเชยให้กับพ่อของน้องหญิง โดยตนไม่ทราบรายละเอียดจำนวนเงินที่แน่ชัด แต่ทราบว่าเป็นจำนวนเงินกว่า 1 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม พ่อของน้องหญิงไม่ได้ต้องการเงินประกัน เนื่องจากไม่เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ ข้อมูลที่ตนได้รับในวันนี้ ตนจะไปรวบรวมกับพยานหลักฐานที่มีเพื่อฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะอิน ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

>> ผอ.รพ.การุญเวช เผย สอบพยาบาลทิ้งกกน. “น้องหญิง” แล้ว แจงเป็นเสื้อผ้าติดเชื้อ

นอกจากนี้ นายอัจฉริยะ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้จะมีการกันแม่บ้านไว้เป็นพยาน เนื่องจากตนเชื่อว่าแม่บ้านไม่ได้ตั้งใจที่จะทำลายหลักฐาน แต่เป็นเพียงแพะที่เป็นเหยื่อของโรงพยาบาล โดยเมื่อวันที่ 7 ส.ค. เวลาประมาณ 21.00 น. ผอ.โรงพยาบาลการุญเวชได้โทรศัพท์มาหาตน โดยยินยอมให้เข้าไปดูภาพจากกล้องวงจรปิด แต่ 15 นาทีต่อมา ผอ.โรงพยาบาลก็โทรศัพท์กลับมาอีกครั้งและบอกตนว่าไม่ประสงค์ให้เข้าไปดูภาพจากกล้องแล้วโดยอ้างว่าไม่สะดวก

อย่างไรก็ตาม นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ตนได้ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1 ออกหมายขอดูกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลแล้ว นอกจากนี้ ยังได้ทำหนังสือถึงกระทรวงสาธารณสุขขอให้ตรวจสอบมาตรฐานของโรงพยาบาลว่าการติดกล้องวงจรปิดในห้องฉุกเฉินสามารถทำได้หรือไม่ รวมถึงจำนวนบุคลากรว่ามีเพียงพอกับผู้ป่วยหรือไม่อย่างไร โดยขณะนี้ ตนยังคงเชื่อว่ากางเกงในของน้องหญิงไม่ได้หายไปจริงอย่างที่โรงพยาบาลกล่าวอ้าง เนื่องจากมีพยาน 2 คนยืนยันว่าพยาบาลไม่ได้นำกางเกงในใส่ลงถุงสีแดงในวันเกิดเหตุ

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!