ป็อกรับยูเนสโก้เข้าพื้นที่ทับซ้อนไม่แจ้งไทย
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060

ป็อกรับยูเนสโก้เข้าพื้นที่ทับซ้อนไม่แจ้งไทย

แชร์เรื่องนี้
คมชัดลึก : อนุพงษ์ ยอมรับยูเนสโก้ไม่ได้แจ้งไทยก่อนเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ประสาน กต.ทำตามกรอบ เชื่อปัญหาความขัดแย้งฟ้องร้องเรียกค่าชดเชยยุติได้ เผยอีก 2-3 วัน แม่ทัพภาค-กห.พูดคุยกัน (15พ.ค.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าหลังจากนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มีเจ้าหน้าที่ขององค์การยูเนสโก้เข้ามายังบริเวณพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งอาจเป็นการบุรุกในพื้นที่ทับซ้อนเขาพระวิหาร ว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศมีข้อแนะนำในการปฏิบัติเมื่อยูเนสโก้มาจะต้องทำอย่างไร ในส่วนของกองทัพก็ทำให้เป็นไปตามกรอบของกระทรวงการต่างประเทศว่าจะต้องเข้า-ออกทางไหนอย่างไร เมื่อถามว่ายูเนสโก้ได้ขออนุญาตเข้ามาอย่างเป็นทางการหรือยัง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาว่าถ้าเข้ามาทางประเทศไทยก็ต้องขออนุญาตให้ถูกต้อง แต่ปัญหาอีกด้านขณะนี้คือเขาขอเข้าไปทางกัมพูชาตรงนี้ก็ยังเป็นปัญหาอยู่ว่าเข้าไปในพื้นที่โดยเข้ามาจากด้านกัมพูชาตรงนี้เรายอมรับไม่ได้ ขณะนี้ก็มีการประสานกันอยู่เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกระทรวงการต่างประเทศ

ผู้สื่อข่าวถามว่าการประสานเพื่อแก้ปัญหาคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว ผบ.ทบ.กล่าวว่า หลังสุดยังไม่เห็นเรื่องเข้ามา แต่คราวที่แล้วมีการทำเรื่องเข้ามาและกระทรวงการต่างประเทศไปรับเองแต่มีปัญหาคลาดกันไม่เจอ เมื่อถามว่ามีรายงานเข้ามาหรือยังว่าขณะนี้เขาข้ามมายังดินแดนฝั่งไทยแล้ว ผบ.ทบ. กล่าวว่า ตอนนี้ตนยังไม่ทราบเรื่องข้อเท็จจริง

ข้อเท็จจริงคือเจ้าหน้าที่ของยูเนสโก้เขาเข้าจากฝั่งกัมพูชาและเข้ามายังพื้นที่ที่ต่างคนต่างอ้างสิทธิ์ตรงนี้ยังมีปัญหาอยู่นิดหนึ่ง ส่วนเรื่องการประท้วงนั้นก็เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศที่จะพูดคุยกัน เพราะกรอบของการปฏิบัติกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้กำหนด ผบ.ทบ. กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้ากรณีที่กัมพูชาเรียกร้องค่าชดเชยจำนวน 70 ล้านบาท จากเหตุการปะทะกันนั้น พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ในความคิดของตนคิดว่าเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ต่างคนต่างอ้างสิทธิ์ และในการปฏิบัติก็มีปัญหาเพราะมันยากที่จะพิสูจน์ทราบได้ว่าใครเป็นคนทำให้เกิดเพลิงไหม้ดังกล่าว เพราะทางฝ่ายกัมพูชาเองก็ใช้อาวุธ อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้นฝ่ายทหารน่าจะพูดคุยกันรู้เรื่องและไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ตนเชื่อว่าจะสามารถระงับข้อพิพาทได้เพราะในส่วนของทหารที่ปฏิบัติงานร่วมกันอยู่ แม้แต่การไปพบกับผู้นำของเขาก็ออกมาในลักษณะที่มีท่าทีที่ดี คิดว่าปัญหาแค่นี้คงพูดคุยกันได้

เมื่อถามว่าทั้งสองประเทศต่างก็บอกว่ามีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ทำไมจึงเกิดเรื่องการฟ้องร้องกัน ผบ.ทบ. กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร อาจเกิดมาจากภาคอื่นๆที่ไม่ใช่ภาคราชการ อาจมาจากภาคเอกชนก็ได้ ทั้งนี้ ในการสร้างความเข้าใจระหว่างกันก็มีการดำเนินการอยู่ตลอดเวลา อัก 2-3 วันก็จะมีการพบปะระหว่างผู้นำท้องถิ่น ทั้งในส่วนของแม่ทัพภาคหรือระดับ รมว.กลาโหม คงจะมีการพบกัน

เมื่อถามว่าในส่วนของประเทศไทยมีการตรวจสอบความเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ฝ่ายไทยก็มีการตรวจสอบแต่ตนยังไม่ทราบรายละเอียด เพราะขณะที่มีเรื่องก็ใช้การประสานกันและผู้ใหญ่ก็พูดคำว่าให้จบๆกันไป จึงเห็นได้ว่าไม่มีการประท้วงกัน แต่ทั้งนี้ก็ต้องมาดูท่าทีตรงนี้ก่อนว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรหรือไม่ แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็มีการพูดคุยและหาข้อมูลไว้แล้ว เหลือแต่ว่าจะทำอะไรหรือไม่อย่างไร แต่ส่วนตัวยังคิดว่าเรื่องนี้จะจบลงได้ด้วยดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง วันอาทิตย์ที่ 17 พ.ค.2552 เปิดชีวิตฉันทนา นุชรี เกษดี จากสาวโรงงานสู่ร้านเย็บผ้า หมอดูเขมรวางยา3สาวบาร์เบียร์พัทยารูดทรัพย์ นายกฯขอดูข้อเท็จจริงเขมรเรียก70ล้านเหตุปะทะ เสนาะแนะก่อนเลือกตั้งเคลียร์ขัดแย้งก่อน