ย้อน 13 เหตุการณ์สำคัญ ปฏิบัติการช่วย 13 ชีวิตทีมหมูป่า ออกจากถ้ำหลวง

ย้อน 13 เหตุการณ์สำคัญ ปฏิบัติการช่วย 13 ชีวิตทีมหมูป่า ออกจากถ้ำหลวง
Workpoint TV

สนับสนุนเนื้อหา

ต้องจารึกไว้เลยว่า 10 ก.ค. 61 คือวันที่สร้างความปลาบปลื้มให้กับชาวไทยและผู้คนทั่วโลก ในการร่วมส่งแรงใจ เอาใจช่วยให้ทีมช่วยเหลือนำ 13 ชีวิตทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวง และภารกิจก็สำเร็จสิ้นเสร็จอย่างงดงาม ซึ่งตลอด 17 วันที่ผ่านมาในการเฝ้าติดตามปฏิบัติการในครั้งนี้ ก็มีเหตุการณ์ต่างๆ ที่สำคัญเกิดขึ้นมากมาย โดยขอรวบรวมมาเรียบเรียงไว้ 13 ข้อ ดังต่อไปนี้

  1. หมูป่าติดถ้ำหลวง

เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 23 มิ.ย. 61 เจ้าหน้าที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน สังเกตเห็นรถจักรยาน 11 คัน และ จยย. 1 คัน จอดอยู่บริเวณทางเข้าถ้ำหลวง จึงเข้าไปตรวจสอบในเบื้องต้น

ต่อมาช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. ทีมกู้ภัยของมูลนิธิสยามรวมใจแม่สาย และศูนย์วิทยุ 191 สภ.แม่สาย ได้รับแจ้งเหตุว่ามีเด็กหายตัวเข้าไปในถ้ำหลวง จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจในพื้นที่ให้เข้าไปตรวจสอบ และทราบในเวลาต่อมาว่า มีผู้ติดอยู่ภายในถ้ำ 13 คน ประกอบด้วยโค้ชวัย 25 ปี และนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมี อายุระหว่าง 11 – 16 ปี จำนวน 12 คน

>> นักฟุตบอลเยาวชน-โค้ช 13 คน หายตัวในถ้ำหลวงฯ เชียงราย ยังหาตัวไม่พบ

  1. การเข้าไปค้นหาภายในถ้ำ ครั้งแรก

ในเวลาประมาณเที่ยงคืนกว่าของวันที่ 24 มิ.ย. ทีมกู้ภัยของมูลนิธิสยามรวมใจ และทีมกู้ชีพสมาคมสิริกร เชียงราย ได้เดินทางพร้อมถังออกซิเจนและอุปกรณ์นำทาง เข้าไปค้นหาภายในถ้ำเป็นครั้งแรก แล้วพบรองเท้าแตะกับข้าวของจำนวนมากวางไว้บนพื้นถ้ำ แต่ภายในถ้ำมีระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ต้องยุติการค้นหาชั่วคราว

ต่อมาช่วงเช้าวันที่ 24 มิ.ย. เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากหลายหน่วยงาน ก็ได้เริ่มการค้นหาอีกครั้ง แต่ระดับน้ำภายในถ้ำยังคงสูงขึ้นกว่าเดิม เนื่องมาจากมีฝนตกหนักในพื้นที่ ทำให้ทีมค้นหาต้องถอยร่นออกมาตั้งหลักที่ปากถ้ำ

ในเวลาประมาณ 10.00 น. ทีมกู้ภัยก็เข้าภายในถ้ำอีกครั้ง แล้วก็ได้ตระหนักว่า ภารกิจครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เนื่องจากพบว่า น้ำได้ปิดกั้นโพรงถ้ำ มีความลึกกว่า 5 เมตร และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังขุ่น มีสภาพเป็นดินทรายปนโคลน ทีมกู้ภัยจึงจำเป็นต้องยุติภารกิจชั่วคราว ก่อนเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จะประสานงานขอความช่วยเหลือจากหน่วยซีล ของกองทัพเรือ มาช่วยภารกิจในครั้งนี้

>> เจอรองเท้า 13 ชีวิต ทีมฟุตบอลเยาวชน-โค้ช สูญหายในถ้ำหลวง แต่ยังไม่พบตัว 

  1. หน่วยซีล เข้าร่วมภารกิจ พบทางลอดเข้าถึงห้องโถงใหญ่ หลังม่านน้ำ

ในวันที่ 25 มิ.ย. หน่วยซีลจำนวน 17 นาย พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย ออกจากฐานทัพเรือสัตหีบ โดยเครื่องบินกองทัพเรือ จากสนามบินอู่ตะเภา ถึง จ. เชียงราย เวลา 01.45 น. เพื่อร่วมปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายในถ้ำหลวง

โดยนักดำน้ำของหน่วยซีล ได้ดำน้ำลงไปลึก 5 เมตร พบทางลอดเข้าถึงห้องโถงใหญ่หลังม่านน้ำ เมื่อสำรวจก็พบว่าบริเวณดังกล่าวมีความยาว 7 กิโลเมตร และพบร่องรอยของผู้สูญหาย

 >> "หน่วยซีล" ถึงถ้ำหลวงฯ เชียงรายแล้ว ปฏิบัติการค้นหาทีมฟุตบอล 13 ชีวิต

  1. หลายหน่วยงานในประเทศ ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ร่วมภารกิจ

วันที่ 26 มิ.ย. ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมปฏิบัติการ ส่วนศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมอวกาศและทะเล สำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ 13 คน พร้อมด้วยยานสำรวจใต้น้ำ 1 เครื่อง และโดรนติดกล้องตรวจจับความร้อนบินสำรวจ 2 ลำ มาช่วยภารกิจครั้งนี้ด้วย

ส่วนกรมชลฯ ได้ส่งเครื่องสูบน้ำมายังถ้ำหลวงจำนวน 10 เครื่อง เพื่อระบายน้ำในถ้ำ ซึ่งมีระดับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่อง


  1. ฮีโร่ในพื้นที่ ชาวบ้านยินดีให้ไร่น่าของตน เป็นพื้นที่รองรับน้ำจากถ้ำหลวง

จากการประเมินสถานการณ์ของทีมช่วยเหลือ ที่มี นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ฯ สิ่งที่น่ากังวลที่สุด ก็คือระดับน้ำภายในถ้ำ ที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ อันเนื่องมาจากฝนตกในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ฉะนั้นสิ่งที่จำเป็นอย่างเร่งด่วน ก็คือต้องทำให้น้ำออกจากถ้ำให้ได้มากที่สุด เพื่อสะดวกในการค้นหา ร่วมถึงความปลอดภัยของทั้ง 13 ชีวิตที่ติดอยู่ภายในถ้ำ

แต่สิ่งสำคัญไม่น้อยกว่าการระบายน้ำ ก็คือการหาพื้นที่รองรับน้ำกว่า 100 ไร่ และเมื่อได้มีการพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่ พวกเขาก็ยินยอมให้ไร่นาของตนเป็นที่รองรับน้ำจากถ้ำหลวง เพื่อช่วยลูกหลานชาว อ.แม่สาย ให้ออกมาจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย

>> กรมชลฯ ส่งเครื่องสูบน้ำ 10 เครื่องระบายน้ำถ้ำหลวง ชาวบ้านยินดีเป็นพื้นที่รับน้ำ

  1. ปฏิบัติการเจาะผนังถ้ำเพื่อระบายน้ำ

วันที่ 27 มิ.ย. ทีมผู้ช่วยเหลือได้ทำการสำรวจผนังถ้ำ เพื่อขุดเจาะระบายน้ำออกจากถ้ำ โดยมีการส่งโดรนบินสำรวจทำแผนที่ 3 มิติ ต่อมาชาวบ้านในพื้นที่ได้ให้ข้อมูลว่า มีปล่องอีกจุดที่คาดว่าจะลงไปได้ เจ้าหน้าที่จึงลากสายไฟเบอร์ออพติกในถ้ำ และเจาะทะลุผนังถ้ำหลวงเพื่อระบายน้ำออกจากถ้ำได้ ทำให้ระดับน้ำในถ้ำเริ่มลดลง

  1. ทีมนานาชาติ ช่วยภารกิจถ้ำหลวง

ภารกิจถ้ำหลวง เป็นอีกปรากฏการณ์ที่ได้รับความสนใจจากนานาประเทศเป็นอย่างมาก และหลายประเทศได้ส่งทีมงานเข้าร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ด้วย อาทิ กองกำลังสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก จากสหรัฐอเมริกา , ผู้เชี่ยวชาญด้านการช่วยผู้ประสบภัยติดถ้ำจำนวน 3 คน จากองค์กร Derbyshire Cave Rescue Organisation ของอังกฤษ

เจ้าหน้าที่จากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า) , หน่วยกู้ภัยเวียงจันทน์ 1623 จากลาว , ผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออสเตรเลีย , ผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ภัยและการค้นหาผู้ประสบภัย จากจีน ฯลฯ

 

  1. พบ 13 ชีวิตที่เนินนมสาว

เมื่อวันที่ 2 ก.ค. คนไทยและผู้คนทั่วโลกต่างดีใจเป็นอย่างมาก หลังจาก นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการเหตุการณ์ฯ ได้แถลงข่าวว่า ได้พบทั้ง 13 ชีวิตแล้ว บริเวณจุดเนินนมสาว ซึ่งอยู่เลยพัทยาบีชไปประมาณ 400 เมตร

โดยผู้ที่พบทั้ง 13 ชีวิต คือ จอห์น โวลันเธน และ ริชาร์ด สแตนตัน ผู้เชี่ยวชาญจาก องค์กร Derbyshire Cave Rescue Organisation ประเทศอังกฤษ

>> พบแล้ว! 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง ผู้ว่าฯ เชียงรายยัน ทุกคนปลอดภัย

  1. จ่าแซม อดีตหน่วยซีล เสียชีวิต ระหว่างปฏิบัติภารกิจ

แม้ทีมช่วยเหลือจะสามารถค้นพบทีมหมูป่าทั้งหมดแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถนำออกจากถ้ำได้ เนื่องจากระดับน้ำที่ท่วมสูงภายในถ้ำ รวมถึงสภาพร่างกายของทั้ง 13 คนที่ยังอิดโรย

ทีมช่วยเหลือพยายามหาหนทางที่จะนำทั้ง 13 ชีวิตออกมาให้เร็วที่สุด เพราะมีปัจจัยบีบคั้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปริมาณออกซิเจนในถ้ำที่มีอยู่น้อย ส่งผลต่อสุขภาพของทั้ง 13 ชีวิต รวมถึงระดับน้ำที่อาจจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง

และในวันที่ 6 ก.ค. ก็เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้คนทั่วโลก จากการเสียชีวิตของ จ.อ.สมาน กุนัน หรือ จ่าแซม อดีตหน่วยซีล วัย 38 ปี ที่หมดสติในน้ำ หลังจากปฏิบัติภารกิจนำถังออกซิเจนไปวางตามจุดที่กำหนด และเสียชีวิตลงเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.

การสูญเสียชีวิตของจ่าแซม ได้สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับชาวไทยและผู้คนทั่วโลก จ่าแซมได้ยกย่องให้เป็น “วีรบุรุษถ้ำหลวง” ผู้ที่ยอมเสียสละชีวิตตัวเองเพื่อผู้อื่น โดยคุณงามความดีของเขา จะได้รับการจดจำและเล่าขานสืบไป

>> ซีลนอกราชการ "จ.อ.สมาน กุนัน" เสียชีวิต ขณะดำน้ำภายในถ้ำหลวง

  1. ช่วยทีมหมูป่าชุดแรก ออกจากถ้ำหลวง 4 คน

ทีมช่วยเหลือได้วางแผนไว้หลายแนวทางเพื่อนำทั้ง 13 ชีวิตออกมา แต่เมื่อประเมินแล้วแนวทางที่เป็นไปได้ และเสี่ยงน้อยที่สุด ก็คือการนำทีมหมูป่าออกทางปากถ้ำ ซึ่งหมายความว่าจะต้องให้แต่ละคนดำน้ำออกมา หน่วยซีลจึงได้ฝึกการดำน้ำให้ทั้ง 13 คน และภารกิจดังกล่าวก็ได้เริ่มขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. โดยหน่วยซีลสามารถนำทีมหมูป่า 4 คน ออกมาได้อย่างปลอดภัย สร้างความดีใจให้กับชาวไทยและผู้คนทั่วโลกเป็นอย่างมาก

 >> เปิดคลิป-ภาพปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่า 4 คนแรก ออกจากถ้ำหลวงได้สำเร็จ

  1. ช่วยทีมหมูป่าชุดที่สอง ออกจากถ้ำหลวงอีก 4 คน รวมเป็น 8 คน

 ในวันที่ 9 ก.ค. หน่วยซีลก็สามารถนำหมูป่าอีก 4 คน ออกจากถ้ำหลวงได้สำเร็จ รวมกับ 4 คนก่อนหน้านี้ เป็นจำนวน 8 คน ทำให้ภารกิจนี้ใกล้บรรลุความสำเร็จเต็มที

>> เฮต่อเนื่อง! ทีมหมูป่าคนที่ 5-6-7-8 ออกจากถ้ำหลวงเรียบร้อยแล้ว

  1. อีลอน มัสก์ เดินทางมาถ้ำหลวง มอบเรือดำจิ๋วให้ไทย

อีกเหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก ก็คือการที่ อีลอน มัสก์ นักธุรกิจอัจฉริยะ ผู้บริหาร SpaceX ได้ร่วมกับทีมวิศวกรในบริษัทของเขาประดิษฐ์เรือดำน้ำจิ๋ว เพื่อช่วยทีมหมูป่า และเขาได้นั่งเครื่องบินส่วนตัวนำอุปกรณ์ดังกล่าวมามอบให้กับทางการไทยด้วยตัวเอง เมื่อวันที่ 10 ก.ค.

แต่จากการประเมินสถานการณ์ ทีมช่วยเหลือเห็นว่า วิธีการก่อนหน้านี้ที่สามารถนำเด็กทั้ง 8 คนออกมจากถ้ำมาได้ ยังคงใช้ได้ผลอยู่ จึงยังไม่มีความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงวิธีการกะทันหัน แต่อุปกรณ์ดังกล่าวที่อีลอน มัสก์ มอบให้กับไทย ก็ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมากในการกู้ภัย หากเกิดเหตุการณ์ในกรณีคล้ายๆ กันในอนาคต

 >> บินมาเองตัวเป็นๆ "อีลอน มัสก์" เผยคลิปเดินลุยน้ำ ยกแคปซูลดำน้ำจิ๋วไปส่งถึงถ้ำหลวง

  1. วันนี้ที่รอคอย ช่วยทีมหมูป่าทั้งหมดออกจากถ้ำหลวงได้สำเร็จ

แล้ววันสุดท้ายในการปฏิบัติภารกิจก็มาถึง เมื่อวันที่ 10 ก.ค. คือการนำทีมหมูป่าอีก 5 คน ออกจากถ้ำ และหน่วยซีลก็สามารถทำได้สำเร็จ เมื่อเวลาเกือบ 19.00 น. ทำให้ชาวไทยและผู้คนทั่วโลกร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จในครั้งนี้

>> ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ แถลงปิดภารกิจถ้ำหลวง 13 หมูป่า - นักดำน้ำปลอดภัย

ที่ถือว่าเป็นการต่อสู้ที่หฤโหด เป็นการต่อสู้กับธรรมชาติ แต่หาใช่เพื่อพยายามเอาชนะ… หากสู้เพื่อต้องการรักษาชีวิตของมนุษยชาติ เอาไว้ให้ได้