ก.วิทย์ฯ เร่งพัฒนาระบบเก็บฐานข้อมูลเฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก พร้อมเสนอรัฐตั้งคณะกก.เฝ้าระวังโรคติ

กรมประชาสัมพันธ์

สนับสนุนเนื้อหา

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เร่งพัฒนาระบบเก็บฐานข้อมูลเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์เม็กซิโก พร้อมเสนอรัฐบาลตั้งคณะกรรมการเฝ้าระวังโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวภายหลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธ์เม็กซิโกว่า กระทรวงได้รับมอบหมายให้อยู่ในคณะกรรมการชุดนี้ด้วย โดยพร้อมนำประสบการณ์จากครั้งที่ไข้หวัดนกระบาด มาใช้ในการพัฒนาระบบเฝ้าระวังอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ด้านการติดเชื้อ ทั้งในคนและสัตว์ โดยร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และทีมแพทย์จากโรงพยาบาลพระมงกุฎ สร้างฐานข้อมูล นอกจากนี้ มั่นใจว่านักวิจัยจากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ และทีมแพทย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะสามารถผลิตชุดตรวจวัด และวัคซีนต้นแบบป้องกัน ไข้หวัดใหญ่เม็กซิโกได้ โดยใช้เวลาเพียง 2-3 สัปดาห์ โดยสามารถตรวจเชื้อและแยกสายพันธุ์ได้พร้อมกัน ทั้งนี้ ยอมรับว่าไทยมีความสามารถในการผลิตวัคซีนต้นแบบและชุดตรวจเท่านั้น สำหรับการผลิตวัคซีนเป็นจำนวนมาก ต้องให้องค์การเภสัชกรรม เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งปัจจุบันองค์การเภสัชกรรม มีโรงงานผลิตยาขนาดเล็ก ที่สำรองยาต้านเชื้อไวรัสไข้หวัดนกอยู่แล้ว 3.2 ล้านโดส โดยในอนาคตรัฐบาลจำเป็นต้องเตรียมพร้อม โดยตั้งคณะกรรมการเฝ้าระวังโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ขึ้น ซึ่งไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะมีโรคใดเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ด้าน ดร.กว้าน สีตะธนี รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ กล่าวว่า ในส่วนของเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ นักวิจัยไทยสามารถพัฒนาเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิความร้อนทางไกล หรือ เทอร์โมสแกนเนอร์ ที่ปัจจุบันนำมาให้คัดกรองผู้ป่วยบริเวณสนามบินนานาชาติของประเทศไทย ทั้ง 4 แห่ง คือ สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินนานาชาติภูเก็ต เกาะสมุย และเชียงใหม่ ทั้งนี้ เครื่องตรวจวัดอุณหภูมิที่นักวิจัยเนคเทคพัฒนาขึ้น ได้นำไปใช้จริงแล้วกับการตรวจคัดกรองคนไข้ที่โรงพยาบาลราชวิถี โดยระบบมีความแม่นยำเทียบเท่ากับกับเครื่องที่นำเข้าจากต่างประเทศ