พ่อแม่เด็ก ม.5 เหยื่อนักโทษประหาร ยื่นหนังสือรื้อคดีจับคนร้ายที่เหลือ

พ่อแม่เด็ก ม.5 เหยื่อนักโทษประหาร ยื่นหนังสือรื้อคดีจับคนร้ายที่เหลือ
Workpoint TV

สนับสนุนเนื้อหา

พ่อแม่เหยื่อ ม.5 ยื่นหนังสือร้องผู้การฯ ตรัง รื้อคดีจับคนร้ายที่เหลือให้ครบ วอนเปลี่ยนพนักงานสืบสวนสอบสวน ด้านผู้การฯ แจงไม่จำเป็น เพราะ จนท.ปฏิบัติหน้าที่อย่างดีอยู่แล้ว ตอนนี้ยังอยู่ขั้นตอนสืบสวนสอบสวน

(21 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง นายสุนทร และ นางยุคล พ่อแม่เด็ก ม.5 ที่ถูก นายมิกซ์ นักโทษประหาร ฆ่าอย่างทารุณโดยใช้มีดแทงถึง 24 แผล โดยเข้ายื่นหนังสือขอให้ตำรวจเร่งรัดคดี จับกุมผู้ต้องหาที่เหลือมาดำเนินคดี ซึ่ง พ.ต.ท.ประเสริฐ สงแสง รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองตรัง เป็นผู้รับหนังสือ และนำเรื่องดังกล่าวนำเรียนผู้บังคับบัญชาต่อไป

โดยในหนังสือที่ยื่นมีข้อความว่า ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2561 เรื่องขอให้ตำรวจเร่งรัดคดีจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือมาดำเนินคดี เรียนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ตามที่มีกลุ่มคนร้ายได้ร่วมกันฆ่านายดนุเดช ซึ่งเป็นบุตรของตนเอง โดยเหตุเกิดที่สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 95 ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2555

หลังเกิดเหตุตำรวจจับคนร้ายคือ นายธีระศักดิ์ หลงจิ มาดำเนินคดี และศาลชั้นต้นและฎีกาให้ประหารชีวิตจำเลยไปแล้วนั้น แต่ยังมีคนร้ายอีกกลุ่มที่ร่วมกันฆ่าบุตรชายของข้าพเจ้าฯ ที่ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายบ้านเมืองได้ ดังนั้น จึงต้องการให้ตำรวจจับกุมคนร้ายที่เหลือมาดำเนินคดีให้ครบทุกคน

นางยุคล สุขมาก กล่าวว่า เรื่องใหม่อยากให้ทำคดีให้โปร่งใส ซึ่งนักโทษไม่ใช่มีคนเดียวตามที่ระบุไว้ในสำนวนอย่างชัดเจน ว่าร่วมกับเพื่อนอีก 2 คน หนึ่งในผู้ต้องหาคืออดีตแฟนเก่าของเพื่อนสาว ตนเองต้องการขอเปลี่ยนพนักงานสอบสวนใหม่ ในวันนี้จึงได้ทำหนังสือวิงวอนมา ส่งถึงผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ช่วยรับคดีนี้ไปทำให้อย่างดีที่สุด แล้วตัวเองเชื่อแน่นอนว่ามีคนร้ายมากกว่า 1 คน ซึ่งทางตำรวจก็ไม่ได้พูดคุยกับตนแต่อย่างใดว่าคนร้ายเป็นใคร แต่ก็มีข้อมูลอยู่ชัดเจนตามที่ได้แจ้งกับผู้สื่อข่าวไป โดยหนึ่งในผู้ต้องหาคืออดีตแฟนสาวของเพื่อน เป็นลูกของตนเอง ซึ่งเป็นอดีตแฟนเก่าของเพื่อนสาว

ในตอนนั้นจากการสอบถามพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุมีหลายคน ซึ่งทั้งเด็กและผู้ปกครองที่ไปโรงเรียนบูรณะเขาก็ยังเห็น แต่เขาไม่กล้ามาเป็นพยานให้ เพราะผู้ร้ายไม่ได้มีคนเดียวตามที่ว่า เขาบอกมา พอแทงลูกตนเองเสร็จก็ขี่รถ จยย.ชูมีดขี่รถออกไปเลย และตนเองเชื่อมั่นว่าทางตำรวจจะดำเนินเรื่องให้ตนเองได้แน่ และคิดว่าจะจับคนร้ายที่เหลือมาดำเนินคดีให้ได้อย่างแน่นอน

ด้าน พ.ต.ท.ประเสริฐ สงแสง รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองตรัง กล่าวว่า ขอบคุณทีมงานทางผู้เสียหายและนักข่าว ซึ่งที่จริงวันนี้ทางผู้บังคับบัญชาได้มีการประชุมกำชับ ให้ทำการสืบสวนต่อ ซึ่งที่ผ่านมาก็สืบสวนอยู่ แต่เนื่องจากว่าในจุดด้อยก็คือมีพยานแค่ปากเดียว และในวันนี้หลังจากที่ได้รับเอกสารก็ขอบคุณที่ยังไว้วางใจทางตำรวจอยู่ ก็ได้กำชับให้เร่งรัด เข้มงวดทุกช่องทางที่จะได้ตัวคนร้ายมาดำเนินคดีจนได้ ซึ่งทางผู้บังคับการได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ พ.ต.อ.คำรณ ยอดรักษ์ รอง ผบก.ภ.จว.ตรัง หัวหน้าชุดสืบสวนฯ และ พ.ต.อ.เอก กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน รอง ผบก.ภ.จว.ตรัง ควบคุมฝ่ายสอบสวน โดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการจำนวน 10 กว่านาย ติดตามเรื่องคดีดังกล่าว โดยติดตามเป็นระยะ

“เราจะติดตามข้อมูลทางผู้เสียหาย และทางพยานที่เชื่อว่ายังมีข้อมูลอยู่ ซึ่งคดีดังกล่าวก็ยืนยันว่ามีคนร้าย 2 คนเช่นเดิม โดยจะไปดูในเรื่องเดิมที่ได้ทำไว้ และทำการขยายจากตรงนั้นเพื่อให้ไปถึงตัวคนร้าย” พ.ต.ท.ประเสริฐ กล่าว

ทางด้าน พล.ต.ต.สมพงศ์ ทองใบ กล่าวว่า คดีดังกล่าวสามารถสอบสวนได้อยู่แล้ว เนื่องจากอยู่ในอายุความ แต่จะให้เปลี่ยนพนักงานสอบสวนหรือไม่นั้น ไม่มีความจำเป็น เพราะเขาได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างดีอยู่แล้ว ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในระยะเวลาของการสืบสวนสอบสวน ซึ่งก็ว่ากันไปตามหลักฐาน ตนเองก็ไม่ได้หนักใจเกี่ยวกับเรื่องคดีดังกล่าวแต่อย่างใด

>> "พ่อตาเหยื่อฆ่ายกครัว 8 ศพ" หนุนประหารชีวิต เชื่อคนคัดค้านไม่เคยสูญเสียคนรัก
>> ญาติผู้สูญเสียคดีฆ่ายกครัว 8 ศพกระบี่ ไม่เห็นด้วยยกเลิกโทษประหาร
>> เปิดข้อกฎหมาย "7 พฤติกรรมฆ่า" ที่เข้าข่ายต้องโทษร้ายแรงถึงขั้นประหารชีวิต
>> ศาลตัดสินประหาร "แก๊งบังฟัต" คดีฆ่ายกครัวผู้ใหญ่วรยุทธ 8 ศพ