คุกตลอดชีวิต-มือปืนดังกุ้ง ทับสะแก

คุกตลอดชีวิต-มือปืนดังกุ้ง ทับสะแก

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ร่วมยิงฆ่า หัวคะแนน จีนาภักดิ์ การเมือง กาญจนบุรี

ศาลอาญาพิพากษาประหารชีวิต กุ้งทับสะแก มือปืนรับจ้างอันดับ 1 ในบัญชีของกองปราบฯ คดียิงฆ่าหัวคะแนนนักการเมืองใหญ่ ตระกูลดัง จีนาภักดิ์ เมืองกาญจน์ คดีอุกอาจเมื่อปี 2548 ก่อนไปจนมุมที่เกาะช้าง แต่ในชั้นสอบสวนให้การรับสารภาพ ศาลจึงลดโทษลงเหลือหนึ่งในสาม เป็นจำคุกตลอดชีวิตสถานเดียว

เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ที่ศาลอาญา ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.1488/2549 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้องนายสมมิตร หรือกุ้ง พุ่มเกษม มือปืนรับจ้างอันดับ 1 ในบัญชีรายชื่อ 50 มือปืนรับจ้างในประเทศไทยชุดที่ 2 ปีพ.ศ.2549 ของกองปราบปราม ฉายา กุ้ง ทับสะแก เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

โจทก์ฟ้องและนำสืบว่า ระหว่างวันที่ 27-31 พ.ค.2548 จำเลยร่วมกับนายสมพร หรืออ๊อด กลิ่นชื่น และนายประมวล หรือมวล จีนาภักดิ์ จำเลยที่ 1-2 ในคดีหมายเลขดำที่ อ.2855/2548 เมื่อนายประมวลผู้กว้างขวางใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เป็นผู้จ้างวานจำเลย และนายสมพร ไปยิงฆ่านายสำราญ ภักดีสุทธิ์ หัวคะแนนของนายสมบัติ จีนาภักดิ์ เป็นคู่แข่งทางการเมือง และน้องชายของนายประมวล ในช่วงเลือกตั้งอบต. เหตุเกิดเมื่อวันที่ 31 พ.ค.2548 ที่หน้าบ้านเลขที่ 135 หมู่ 3 ต.บ้านใหม่ อ.ท่าม่วง ต่อมาตำรวจกองปราบปรามจับกุมจำเลยได้ที่ อ.เกาะช้าง จ.ตราด จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน และให้การปฏิเสธในชั้นศาล อ้างว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ

จากการนำสืบโจทก์มี นางเข่ง ภักดีสุทธิ์ ภรรยาของนายสำราญ ผู้ตาย เบิกความเป็นประจักษ์พยานว่า ก่อนเกิดเหตุ นายสำราญ นอนเล่นในเปลญวนที่หน้าบ้าน มีคนร้าย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาถามหานายสำราญ จากนั้นคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายลงจากรถ ชักปืนยิงใส่นายสำราญ ด้วยความตกใจจึงวิ่งหลบหนี พร้อมๆ กับเพื่อนบ้านอีก 2 คน ที่เห็นเหตุการณ์ จากนั้นได้ยิงเสียงปืนดังขึ้นอีกหลายนัด ต่อมาตำรวจสามารถจับกุมนายสมพร และจำเลยได้ จึงชี้ตัวยืนยันว่าเป็นผู้ร่วมกันยิงนายสำราญ

อย่างไรก็ตาม โจทก์มีนายสมพร จีนาภักดิ์ ญาติใกล้ชิดของนายประมวล ผู้จ้างวาน ที่ทำหน้าที่ติดตามและขับรถให้นายประมวล เบิกความเป็นพยานโจทก์ว่า ในวันที่ 27 พ.ค.2548 พยานได้ยินนายประมวล พูดว่าจะให้ไปยิงหัวคน และได้พบนายประมวลพูดคุยกับจำเลย และนายสมพร ที่บ้านของนายประมวล จนกระทั่งในวันเกิดเหตุ นายประมวลใช้ให้พยานขับรถกระบะพาจำเลย และนายสมพร ไปที่บ้านของนายสำราญ พบว่านายสำราญนอนเล่นอยู่บนเปลญวนหน้าบ้าน โดยขับวนไปดูอยู่ 2 รอบ จากนั้นพยานแยกไปนั่งกินดื่มที่ร้านอาหารกับนายประมวล ก่อนที่นายสมพรจะโทรศัพท์มาแจ้งว่า งานเสร็จแล้ว จึงเข้าใจในทันทีว่า นายสำราญ ต้องถูกยิงแล้ว

จากนั้นนายประมวลใช้ให้ขับรถพาจำเลย และนายสมพร ไปส่งที่ จ.ราชบุรี ระหว่างทางได้ยิน นายสมพร ต่อว่าจำเลยว่า ทำไมต้องยิงด้วย จำเลยตอบกลับว่าจะยืนอยู่เฉยๆ ได้ยังไง จึงเข้าใจว่าจำเลยและนายสมพร ร่วมกันยิงนายสำราญ เห็นได้ว่า นายสมพร พยาน เป็นคนใกล้ชิดกับนายประมวล ผู้จ้างวาน ให้การมีเหตุผล เป็นลำดับขั้นตอนตั้งแต่แรก ตรงกับการให้การในชั้นสอบสวน และสามารถชี้ตัวจำเลยได้อย่างถูกต้อง ประกอบกับในชั้นสอบสวน จำเลยให้การรับสารภาพ และร่วมทำแผนประกอบคำรับสารภาพ แต่ในชั้นศาลจำเลยอ้างว่าไม่ได้นำชี้ที่เกิดเหตุ อันเป็นการให้การขัดกันเองของจำเลย เชื่อว่าจำเลยให้การในชั้นสอบสวนด้วยความสมัครใจ

ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ลงโทษประหารชีวิต ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี และร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร จำคุก 6 เดือน ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุลดโทษให้หนึ่งในสาม ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 8 เดือน และร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร จำคุก 4 เดือน เมื่อรวมโทษทั้งหมดแล้ว ให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตสถานเดียว คำขออื่นให้ยก

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล