ศธ.จังหวัดแจงสั่งย้าย "ครูปรีชา" เหตุเอี่ยวคดี พร้อมตั้งสอบผิดวินัยร้ายแรง

ศธ.จังหวัดแจงสั่งย้าย "ครูปรีชา" เหตุเอี่ยวคดี พร้อมตั้งสอบผิดวินัยร้ายแรง
Amarintv

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณีมีกระแสข่าวว่า นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษ ซึ่งมีคดีความเรื่องหวย 30 ล้านบาท ได้ถูกสั่งย้ายให้ไปช่วยราชการ ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 8 เป็นมาตรการลงโทษทางวินัยนั้น ซึ่งวันนี้ ครูปรีชาได้ออกมาปฏิเสธไปแล้วว่า การสั่งย้ายไม่ได้เป็นการถูกลงโทษทางวินัย

ล่าสุด นายอนันต์ กัลปะ ศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า กรณีที่ครูปรีชาถูกย้ายมาช่วยราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 8 เป็นเรื่องจริงเนื่อง จากเมื่อ 14 มิถุนายน 2561 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 8 ได้ส่งหนังสือแจ้งมาว่า ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบครูปรีชาเรื่องการผิดวินัยข้าราชการ ทางคณะกรรมการลงความเห็นว่าครูปรีชามีความผิดวินัยร้ายแรงจริง จึงส่งเรื่องมายังสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรีให้รับทราบและให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าว

>> วอนอย่าหลงเชื่อข่าวลือ "ครูปรีชา" ยันไม่ได้ถูกสั่งย้ายเพราะคดีหวย 30 ล้าน

โดยสาเหตุที่ครูปรีชาถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนว่าผิดวินัยร้ายแรงนี้ เนื่องจากครูปรีชาถูกดำเนินคดีในความผิด 2 ฐานคือ ให้การเท็จแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จแกล้งให้ผู้อื่นรับโทษทางอาญา และสนับสนุนเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ซึ่งคำสั่งให้ย้ายไปช่วยราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 8 นั้นได้มีคำสั่งออกไปตั้งแต่ 14 มิ.ย ที่ผ่านมา โดยให้ครูปรีชามาช่วยราชการและปฏิบัติงานในโครงการค้างเก่าเรื่องการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษที่โรงเรียนกาญจนานุเคราะห์จังหวัดกาญจนบุรี

ส่วนเรื่องการตั้งคณะกรรมการสอบสวนนั้น ศึกษาธิการจังหวัดกำลังตั้งคณะกรรมการและลงนามคำสั่งในวันนี้ นั่นทำให้ครูปรีชาจะต้องยุติการเรียนการสอนที่โรงเรียนเทพมงคลรังษีไปก่อน โดยให้ครูคนอื่นเข้าไปสอนแทน

นอกจากนี้ ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2561 จะมีการประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานในการประชุม ศึกษาธิการจังหวัดจะได้นำเอาเรื่องการโยกย้ายครูปรีชามาช่วยราชการเข้าเป็นวาระหนึ่งในการประชุม เพื่อให้คณะกรรมการร่วมพิจารณาด้วย เพื่อจะได้หรือว่าคณะกรรมการเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าวหรือมีข้อเสนอแนะอย่างอื่น เช่นการให้พักราชการไว้ก่อนหรือไม่ ซึ่งจะต้องหารือในการประชุมดังกล่าวอีกครั้ง