สาวค้าง 7 งวดแจง ตกใจเหยียบหนุ่มไฟแนนซ์ ทนายชี้ผิดทั้งสองฝ่าย ยึดรถไม่ได้ต้องมีคำพิพากษา

สาวค้าง 7 งวดแจง ตกใจเหยียบหนุ่มไฟแนนซ์ ทนายชี้ผิดทั้งสองฝ่าย ยึดรถไม่ได้ต้องมีคำพิพากษา
Amarintv

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณีกลุ่มชายสวมสูทสีดำ ล้อมเจ้าของรถยนต์เก๋ง ที่มีหญิงวัย 41 ปี พร้อมลูกชายวัย 5 ขวบ ที่กำลังอยู่ในอาการตกใจ บริเวณใกล้ปั้มน้ำมัน ในซอยวัดศรีวารีน้อย ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ที่เกิดเหตุมีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อคือ นายวาริน เดชชัย ถูกรถเก๋งคันดังกล่าว ทับร่างได้รับบาดเจ็บ

เบื้องต้น รถคันดังกล่าวเป็นรถคันที่ถูกบริษัทไฟแนนซ์เรียกคืน เนื่องจากค้างชำระค่างวด 7 งวด ขณะที่ หญิงคนขับรถ อายุ 41 ปี เล่าว่า ไม่ได้ตั้งใจจะชนหรือเหยียบซ้ำ แต่ขณะเกิดเหตุ กลุ่มพนักงานของบริษัทไฟแนนซ์ 4 คน พยายามเข้ามายึดรถ ตนเองก็แจ้งว่าขอใช้ไปรับลูกชายที่โรงเรียนก่อน และจะกลับมาเจรจา ยินยอมให้พนักงานติดรถไปรับลูกชายด้วย แต่พนักงานไม่ยอม ระหว่างนั้นรถเฉี่ยวชนพนักงานจนล้ม และทับร่าง โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ นอกจากนี้ คดีเรื่องรถอยู่ในชั้นศาลแล้ว

ทีมข่าวเดินทางมาที่โรงพยาบาลย่านสุขสวัสดิ์ เพื่อสอบถามอาการบาดเจ็บที่ห้องพักผู้ป่วยของ นายวาริน พนักงานไฟแนนซ์คนดังกล่าว แต่เจ้าตัวปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล ส่วนอาการทั่วไป จากการสังเกต ค่อนข้างมีอาการสาหัสที่ขาด้านขวา

จากนั้น นายวาริน โทรศัพท์เรียกให้เลขาฯของบริษัทไฟแนนซ์มาพูดคุยกับทีมข่าว ทางเลขาฯ แจ้งว่า ตอนนี้ยังให้ข้อมูลไม่ได้ เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนการดำเนินงานของกฎหมาย ต่อมาทีมข่าวได้พยายามโทรศัพท์ไปสอบถามหัวหน้างานของนายวาริน พบว่า เลขาฯหญิงรับสายแทน และปฏิเสธที่จะตอบคำถามเช่นเดียวกัน ระบุเพียงว่าทางบริษัทกำลังประชุมหารืออย่างเร่งด่วนในเรื่องนี้ อีกทั้ง ตนเองยังไม่สะดวกที่จะเป็นผู้ให้ข้อมูลแทนหัวหน้างาน เนื่องจากกรณีนี้เป็นเรื่องทางกฎหมาย

นายเกิดผล​ แก้วเกิด​ ทนายความ​ เผยว่าเหตุการณ์นี้ถือว่าผิดทั้งคู่ คนขับรถเห็นอยู่เเล้วว่ามีคนยืนขวางรถก็ยังจงใจขัดต่อไป จนเกิดการชนจนล้มถือว่ามีเจตนาทำร้ายร่างกาย จากคลิปที่ปรากฏ ตนมองว่ายังไม่เพียงพอที่จะให้สิทธิ์คนขับรถ ป้องกันตัวได้ แบบนั้น​ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด​ ยกเว้นว่าพนักงานไฟแนนซ์มีอาวุธ​แล้วจะเข้ามาทำร้าย​ มีเหตุสมควรให้ป้องกันตัวได้​ แต่กรณีนี้ยังไม่ถึงขั้นทำร้ายร่างกายเป็นการขัดขวางตามปกติ

ส่วนพนักงานไฟแนนซ์​ เนื่องจากตามกฎหมาย หลักของการจะบังคับเอารถคืนได้เกิดขึ้น 2 กรณีคือมีคำพิพากษาจนถึงที่สุดให้ยึดรถหรือบังคับทรัพย์สิน​ กรณีนี้ต้องดูว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ที่อ้างว่าเป็นผู้ติดตามทวงรถ​ มีคำพิพากษาของศาลมาด้วยหรือไม่​ ถ้ายังไม่มีคำพิพากษาก็ไม่สามารถยึดรถได้​ ถ้าเจ้าของรถไม่ยินยอม​ ดังนั้นพนักงานไฟแนนซ์มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา​มาตรา​ 309 ฐานข่มขืนใจให้กระทำการใดหรือไม่กระทำการใด รวมทั้งเป็นความผิดตามพ.ร.บ. ทวงถามหนี้ที่ไม่เป็นธรรม โดยใช้กำลังหรือขู่เข็ญ ดังนั้นการที่ลูกหนี้ไม่ยอมจ่ายค่างวด ถ้าเขาไม่ยินยอม ต้องมีหมายศาลหรือคำพิพากษามาเท่านั้น

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!