เปิดเส้นทาง ประเทศไทยกลายเป็น "ถังขยะอิเล็กทรอนิกส์โลก"

เปิดเส้นทาง ประเทศไทยกลายเป็น "ถังขยะอิเล็กทรอนิกส์โลก"
Workpoint TV

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.และคณะบุกจับบริษัทแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ ผิดฐานไม่ได้รับอนุญาตและทำลายผิดวิธี เนื่องจากได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ เหตุการณ์ดังกล่าวถูกขยายจนตรวจพบบริษัทแยกชิ้นส่วนขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ได้จดทะเบียนมากมาย ล่าสุดวันที่ 10 มิถุนายน พบบริษัทเข้าข่ายทำผิดกฎหมายทั้งหมด 19 บริษัท มีบริษัทที่ได้รับอนุญาติแล้ว 7 แห่ง หลังการตรวจสอบพบว่า บริษัท 4 แห่ง ทำผิดเงื่อนไขส่งต่อขยะให้โรงงานอื่น มีบริษัท 2 แห่ง ทำถูกต้องตามกฎหมาย และบริษัทที่เหลือ 1 แห่ง กำลังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบ

ส่วนบริษัทอีก 12 แห่ง ไม่ได้รับอนุญาต ลักลอบนำขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาโดยสำแดงต่อศุลกากรว่าเป็นพลาสติก หรือลักลอบนำขยะพลาสติกที่ไม่ผ่านการทำความสะอาดเข้ามา ซึ่งผิดกฎหมายกรมโรงงานอุตสาหกรรม

ทำไมถึงผิด? จริงๆแล้วขยะอิเลกโทรนิกนำเข้าได้แต่ต้อง

  1. ขออนุญาตตามสนธิสัญญาบาเซิลเรื่องระบบควบคุมการเคลื่อนย้ายของเสียอันตรายข้ามแดน
  2. ต้องได้รับการอนุญาตจากกระทรวงอุตสาหกรรมมีการจัดการอย่างถูกต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
  3. ต้องเป็นวัสดุที่ไม่ขัดกับหลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการอนุญาตนำเศษ เศษตัด และของที่ใช้ไม่ได้ซึ่งเป็นพลาสติกไม่ว่าใช้แล้วหรือไม่ก็ตามเข้ามาในราชอาณาจักร

ขยะอิเล็กทรอนิกส์มักถูกนำมาเผาเอาทองคำและตะกั่ว บริษัทที่ได้รับอนุญาตจะใช้เตาเผาที่มีมาตรฐาน แต่บริษัทที่แอบทำก็จะไม่ได้มาตรฐานสร้างมลพิษ พอเผาได้แร่ที่ต้องการแล้วก็เอาส่วนที่เหลือไปฝังกลบให้ถูกวิธี แต่การฝังขยะอันตรายมีต้นทุนสูง หลายๆที่จึงสบช่องทางนำขยะอันตรายฝังแบบขยะธรรมดาที่มีต้นทุนต่ำกว่า

นอกจากนี้ขยะอีกจำนวนหนึ่งถูกนำไปทิ้งที่ที่ห่างไกลความเจริญ เช่น กรณีที่วัดวัดสายไหมวนาราม ที่จังหวัดสระแก้ว หรือที่จังหวัดกาฬสินธุ์

ส่วนพลาสติกที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดให้นำเข้าได้แก่พลาสติกที่บดย่อยแล้ว ห้ามเช็ดน้ำในกระบวนการผลิต สามารถหลอมเป็นเม็ดขายได้ทันที ขณะที่พลาสติกที่พบว่ามีการลักลอบนำเข้านั้นเป็นเศษขยะพลาสติกที่ยังไม่ผ่านการทำความสะอาด หากมีการล้างก็ทำให้เกิดมลพิษได้

ที่มาของปัญหา

– จีนออกกฎหมายห้ามนำขยะมีพิษเข้าประเทศ มีผลปี 2561 นักธุรกิจจีนเลยแห่มาประเทศไทย หลายกลุ่มจะจดทะเบียนแต่ไม่ได้รับอนุญาต
– ขยะอิเล็กทรอนิกส์ยังมีมาจากประเทศอื่นด้วย เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์

ทางออกของปัญหา

หน่วยงานที่รับผิดชอบจะดำเนินการดังต่อไปนี้
– ผู้กระทำความผิดจะถูกลงโทษตามกฎหมายของกรมโรงงานอุตสาหกรรมและศุลกากร
– เปลี่ยนมาตรการการตรวจของศุลกากรจากสุ่มตรวจเป็นตรวจทุกตู้ เมื่อพบแล้วจะอายัดและผลักกลับประเทศต้นทาง อาจถูกทิ้งลงทะเลต้องมีเรือติดตาม
– ตรวจโรงงานที่จดทะเบียนคัดแยกทั่วประเทศด้วยว่าแยกถูกขั้นตอนหรือเปล่า มีการสำแดงเท็จหรือไม่
– ติดตามว่าขยะที่ได้รับอนุญาติแล้วว่าไปอยู่ที่ไหนบ้างและขยายประโยชน์ในการควบคุม
– ขยะที่จับได้กว่า 10,000 ตัน จะประสานไปยังโรงงานที่แยกได้ถูกต้องโดยใช้เวลาสองเดือน.

 

 

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!