2 ฮีโร่ เผยนาทีดึง 4 ชีวิตรอดไฟคลอกคารถ ช่วยลบแผลในใจ ยิ้ม “บิ๊กตู่” ขอพบ แต่กลัวหน้าดุ

2 ฮีโร่ เผยนาทีดึง 4 ชีวิตรอดไฟคลอกคารถ ช่วยลบแผลในใจ ยิ้ม “บิ๊กตู่” ขอพบ แต่กลัวหน้าดุ
Amarintv

สนับสนุนเนื้อหา

จากเหตุการณ์รถเก๋งโตโยต้าวีออสเสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางถนน ที่บริเวณ ถ.มิตรภาพ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย โดยพลเมืองดีหลายคนเข้าไปช่วยเหลืออุ้มเด็กวัย 1 และ 2 ขวบ ออกมาจากรถ รวมทั้งช่วยเหลือแม่ของเด็ก และคนขับรถออกมาได้ ก่อนเกิดไฟลุกไหม้ท่วมทั้งคัน

พลเมืองดีที่เข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ

วันนี้ (13 มิ.ย. 61) นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เตรียมเชิญตัวพลเมืองดีที่เสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ เพื่อมอบโล่ยกย่องเชิดชูเกียรติต่อไป

นายอุดมเดช ประเสริฐชัยโชคดี พลเมืองดีและเจ้าของคลิป

โดย นายอุดมเดช ประเสริฐชัยโชคดี พลเมืองดีและเจ้าของคลิป เปิดเผยว่า ระหว่างทางพบอุบัติเหตุดังกล่าว จึงได้จอดรถข้างทาง แล้ววิ่งเข้าไปเพื่อที่จะช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ ตามสัญชาติญาณของเพื่อมนุษย์ด้วยกัน เพราะเห็นว่ามีหญิงสาวที่นอนอยู่ข้างรถ และร้องด้วยความเจ็บปวด ขณะเดียวกันไฟก็กำลังเริ่มจะลุกไหม้รถทั้งคัน

นายประสิทธิ์ สราบรรณ พลเมืองดี

ด้าน นายประสิทธิ์ สราบรรณ อายุ 39 ปี พลเมืองดี ที่เป็นผู้ช่วยชีวิตเด็กอายุ 2 ขวบออกมาจากตัวรถ เปิดเผยว่า ขณะที่เกิดเหตุตนกำลังขับรถส่งของให้กับบริษัท เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ มีพลเมืองดีช่วยกันนำน้ำมาสาดรถเพื่อต้องการดับประกายไฟ แต่ตนทราบว่าการนำน้ำไปสาดจะยิ่งทำให้ไฟลุกจึงตะโกนห้าม

ขณะนั้นแม่ของเด็กและลูกคนเล็กออกมาจากตัวรถแล้ว ซึ่งตนไม่เห็นว่ากระเด็นออกมาหรือสามารถออกมาได้เอง ตนกับคนที่อยู่ตรงนั้นก็ไปช่วยกันพาแม่เด็กและเด็กออกมาให้ไกลจากตัวรถ จากนั้นก็มีคนไปช่วยพาตาที่เป็นคนขับรถซึ่งหมดสติอยู่ออกมาจากตัวรถ ตอนนั้นไฟเริ่มลุกลามแล้ว และไม่มีใครทราบว่ายังมีเด็กอีกคนติดอยู่ข้างในเพราะภายในรถติดฟิล์มทึบ

นายประสิทธิ์ เผยอีกว่า โชคดีที่แม่ของเด็กยังมีสติและตะโกนบอกคนที่มาช่วยเหลือว่ามีเด็กติดอยู่ ตอนนั้นตนไม่ทันคิดอะไร ไม่ทันได้กลัว คิดเพียงแต่ต้องรีบช่วยเด็กให้ออกมาได้ทัน จึงรีบวิ่งไปที่รถทันที และดึงประตูทางฝั่งซ้ายออก ตนเห็นเด็กมีอาการตกใจและตะเกียกตะกายหนีไฟ จึงรีบอุ้มและกระชากออกมา

นอกจากนี้ นายประสิทธิ์เผยความรู้สึกหลังจากที่ช่วยชีวิตเด็กออกมาได้สำเร็จ โดยเปรียบเหมือน “การทำบุญครั้งใหญ่” เพราะตนได้ช่วยชีวิตคน และเป็นการลบแผลในใจตนจากการที่ช่วยชีวิตคนในอุบัติเหตุครั้งก่อนไม่สำเร็จ ซึ่งแผลที่มีนั้นได้หายไปเมื่อวานนี้เอง

นายประสิทธิ์ เผยบาดแผลในใจว่า เมื่อ 2 ปีก่อน ตนเคยช่วยชีวิตชาวพม่าคนหนึ่งไว้ไม่ได้จากเหตุการณ์รถชนที่ตนไปพบเห็น โดยในวันนั้นตนเห็นชาวพม่ารายนี้ถูกรถจักรยานยนต์ชนเข้าที่กลางหลังทำให้กระดูกสันหลังเคลื่อน

ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ควรเคลื่อนย้าย แต่ในขณะนั้นตนเข้าไปลากชาวพม่าคนนั้นเข้ามาที่ริมถนนด้วยความต้องการที่จะช่วยเหลือ ต่อมาตนได้ทราบในภายหลังว่าชาวพม่าคนนี้เสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาล จึงเกิดเป็นแผลในใจตนตลอดมา

สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ นายประสิทธิ์เล่าว่า หลังจากที่ตนช่วยเด็กออกมาได้ ตนก็ฝากเด็กไว้กับพลเมืองดีแถวนั้น และรีบไปส่งของให้เสร็จทันตามกำหนดนัดหมาย ไม่ได้ติดต่อกับครอบครัวดังกล่าวอีกเพราะถือว่าตนช่วยด้วยความบริสุทธิ์ใจ เมื่อเห็นครอบครัวดังกล่าวปลอดภัยตนก็รู้สึกดี

สำหรับที่มีกระแสในโลกออนไลน์นั้น ตนไม่ได้ติดตามเนื่องจากไม่ได้เล่นเฟซบุ๊ก แต่จะเห็นจากภรรยาส่งให้ดู ตนก็รู้สึกดี แต่ย้ำว่าตนไม่ใช่ฮีโร่ ส่วนประเด็นที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกำลังตามหาตัวตนนั้น ใจหนึ่งตนรู้สึกกลัว เนื่องจากพลเอกประยุทธ์เป็นคนหน้าดุ แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกดีใจ แต่ก็ยังกลัวมากกว่า

ทั้งนี้ นายประสิทธิ์ยังได้ฝากไปถึงผู้ใช้รถใช้ถนนว่าอย่าประมาท เพราะหากเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในตอนค่ำอาจจะไม่มีใครเห็นและมาช่วยไว้ได้ทันแบบนี้ ส่วนใครที่เห็นอุบัติเหตุและมีคนกำลังต้องการความช่วยเหลือ ตนก็อยากฝากให้เข้าไปช่วย อย่าลังเล ให้ทำอะไรที่เราสามารถทำได้ คนละไม้คนละมือ จากที่จะมีการสูญเสียหนัก ๆ ก็จะได้น้อยลงไป

ขณะที่ น.ส.แคทรียา นามลายทอง อายุ 27 ปี เพื่อนร่วมงานของนายประสิทธิ์ เผยว่า ตั้งแต่รู้จักกันมานายประสิทธิ์ก็เป็นคนสุภาพ อ่อนน้อม และให้เกียรติผู้อื่นอยู่แล้ว โดยเป็นคนพูดจาไพเราะ และเมื่อมีใครให้ช่วยทำอะไร นายประสิทธิ์ก็จะช่วยเหลือเสมอ

ทั้งนี้ หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้น ตนยังไม่มีจังหวะได้พูดคุยกับนายประสิทธิ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว แต่ตนรู้สึกยินดีด้วย และตนไม่แปลกใจเลยที่เป็นนายประสิทธิ์ลงไปช่วย เพราะนายประสิทธิ์เป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว แต่ถ้าหากเป็นตนคงทำแบบนายประสิทธิ์ไม่ได้ อาจจะได้แค่มอง แต่ไม่กล้าลงไปช่วยขนาดนั้น

อย่างไรก็ตาม น.ส.นิภาพร อายุ 29 ปี ลูกสาวคนขับรถเก๋ง ซึ่งได้รับบาดเจ็บขาขวาหัก เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุพ่อมีอาการมึนเมา จึงขอร้องให้หาญาติขับรถแทน แต่พ่อยืนยันว่าขับไหว เมื่อขับออกจากตัวเมืองได้สักพัก

พ่อก็เร่งเครื่องขับอย่างเร็ว ระหว่างนั้นตนพยายามเถียงกับพ่อว่าให้หยุดรถเพราะกลัวจะเกิดอุบัติเหตุ แต่พ่อก็ตะคอกใส่จนต้องเงียบไป เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ พ่อได้เหยียบคันเร่งจะแซงรถเก๋งคันหน้า ก่อนเสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางถนน ขณะนี้พ่ออาการโคม่า ส่วนเด็กทั้ง 2 คนปลอดภัย

>> วินาทีชีวิต พลเมืองดีดึงร่างผู้หญิง-เด็ก 2 คน ออกจากซากเก๋งไฟลุกท่วม

>> เปิดใจ "พลเมืองดี" ลากผู้หญิงออกจากเก๋งไฟไหม้ วินาทีนั้นไม่กลัวตาย

>> สาวเผยนาทีชีวิต "พ่อเมาแล้วขับ" รถชนไฟลุก หวิดพาลูกหลานดับยกครัว

>> เร่งหาตัว 4 พลเมืองดี เสี่ยงชีวิตช่วยเหยื่อเก๋งไฟไหม้ พาพบนายกฯ รับโล่

เรื่องล่าสุดของหมวด ภูมิภาค

ดูหมวด ภูมิภาค ทั้งหมด