สธ.สระแก้ว เตือนภัยปิดเทอมหน้าร้อน พบเดือนเม.ย.เด็กจมน้ำสูงสุด

กรมประชาสัมพันธ์

สนับสนุนเนื้อหา

สาธารณสุขสระแก้ว เตือนระวังเด็กจมน้ำ ช่วงปิดเทอมหน้าร้อน ชี้แต่ละปีเด็กไทยต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำเสียชีวิต 1,500 คนต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 4 คน ขณะที่จังหวัดสระแก้ว 2 ปีจมน้ำตายแล้วกว่า 100 คน เตือนผู้ปกครองอย่าให้เด็กอยู่ใกล้แหล่งน้ำหรือเล่นน้ำตามลำพัง รวมทั้งสอนเด็กให้ว่ายน้ำเป็น นายแพทย์พีระ อารีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า ขณะนี้เป็นช่วงปิดเทอม และสภาพอากาศร้อนอบอ้าว ปัญหาที่มักพบทุกปีในช่วงนี้คือเด็กจมน้ำเสียชีวิต เนื่องจากธรรมชาติของเด็กมักชอบเล่นน้ำอยู่แล้ว เมื่อสภาพอากาศร้อนอบอ้าว เด็กมักลงไปในสระน้ำและแม่น้ำ โดยที่ไม่รู้ระดับความลึกของน้ำ จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุขพบว่า การจมน้ำเกิดขึ้นบ่อยมากในบ่อน้ำ ทะเลสาบ แม่น้ำลำคลอง แหล่งน้ำรอบๆบ้านและในละแวกชุมชนที่เด็กอาศัยอยู่ เช่น บ่อขุดแบบต่างๆ เป็นจุดอันตรายที่สุด รวมทั้งสระน้ำและอ่างน้ำ นอกจากนี้ยังพบว่า อ่างน้ำนับเป็นจุดเสี่ยงของการเกิดการเสียชีวิตของเด็กวัยต่ำกว่า 4 ขวบ เด็กวัยนี้สามารถจมน้ำได้ในน้ำที่มีระดับเพียง 1-2 นิ้ว เนื่องจากเด็กเล็กส่วนใหญ่ไม่เข้าใจอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ และช่วยเหลือตนเองไม่เป็น จึงขอให้ประชาชนระมัด ระวังดูแลบุตรหลาน อย่าปล่อยให้ลงไปเล่นน้ำโดยลำพัง สำหรับการจมน้ำของเด็กไทย นับเป็นปัญหาสำคัญอันดับหนึ่งที่ทำให้เด็กเกิดการบาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิต ในแต่ละปีมีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ถึงกว่า 1,500 คน หรือเฉลี่ยวันละ 4 คน ที่ต้องจมน้ำเสียชีวิตทั้งในแหล่งน้ำธรรมชาติ (บ่อน้ำ ทะเลสาบ แม่น้ำ) สระว่ายน้ำ และอ่างน้ำภายในบ้าน และเมื่อเปรียบเทียบกับการเสียชีวิตในทุกสาเหตุจะพบว่า การจมน้ำเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเสียชีวิต ซึ่งสูงกว่าโรคติดเชื้อและโรคไม่ติดเชื้อและสูงมากกว่าอุบัติเหตุจราจรถึง 2 เท่าตัว โดยพบว่าเพศชายเสียชีวิตมากกว่าเพศหญิง 2-5 เท่า และช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อนระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม เป็นช่วงที่พบเด็กจมน้ำมาก โดยเฉพาะเดือนเมษายนเป็นเดือนที่มีการจมน้ำตายสูงสุด ทั้งนี้ ในปี 2549 จังหวัดสระแก้ว มีผู้จมน้ำตาย จำนวน 61 ราย ส่วน ปี 2550 มีผู้จมน้ำตาย 43 ราย จึงขอฝากเตือนไปยังผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็ก ควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดขณะเด็กอยู่ในแหล่งน้ำหรือใกล้แหล่งน้ำ ไม่ว่าเด็กจะมีอายุเท่าไรก็ตาม ต้องไม่ปล่อยให้อยู่ตามลำพัง ไม่ควรอนุญาตให้เด็กไปว่ายน้ำในแหล่งน้ำที่ไม่คุ้นเคย หรือหากเป็นไปได้เด็กอายุ 5 ปีขึ้นไปควรสอนเด็กให้ว่ายน้ำ สอนเรื่องภัยทางน้ำ สอนให้ว่ายน้ำเพื่อเอาตัวรอดหรือใช้ชูชีพในการเล่นน้ำ ฝึกฝนให้ว่ายน้ำเป็นอย่างต่อเนื่อง ไม่วิ่งเล่นปีนป่ายใกล้แหล่งน้ำ ไม่เล่นน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติที่ไม่รู้จักดี ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ในส่วนชุมชนก็ต้องจัดให้มีพื้นที่เล่นของเด็กที่เหมาะสม จะต้องห่างไกลจากแหล่งน้ำ ทำรั้วกั้นแหล่งน้ำ