ตร.เคลียร์ดราม่า สาวเมาชน 7 ราย ชดใช้ 2 เหยื่อหนังศีรษะเปิดแค่หมื่นบาท

ตร.เคลียร์ดราม่า สาวเมาชน 7 ราย ชดใช้ 2 เหยื่อหนังศีรษะเปิดแค่หมื่นบาท
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ตามที่ได้เกิดอุบัติรถยนต์กระบะชนรถจักรยานยนต์จำนวนหลายคัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 ราย ในจำนวนนั้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บหนักหนังศรีษะเปิด 2 ราย เหตุเกิดเมื่อเวลา 01.40 น.วันที่ 13 พ.ค.61 ที่ผ่านมา ผู้บาดเจ็บหนักจนถึงปัจจุบันจนถึงวันนี้ยังต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลชัยภูมิ ประกอบด้วย ด.ช.ชนะศักดิ์ อายุ 14ปี และ ด.ช.สมพงษ์ อายุ 14 ปี

ส่วนคนขับรถกระบะคันชนแล้วหนี หลังเกิดเหตุตรวจสอบพบเป็นรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นวีโก้ สีดำ ป้ายทะเบียน บน 1586 หมวดจังหวัดชัยภูมิ จอดหลบซ่อนอยู่ข้างห้างสรรพสินค้า สาขาย่อยในหมู่บ้านช่อระกา มี น.ส.อุมารีย์ อายุ 30 ปี เป็นคนขับรถกระบะ อยู่ในสภาพด้านหน้าพังยับเยิน ยางหน้ารถแตกทั้ง 2 ข้างจนไม่สามารถขับขี่หนีไปต่อได้

ซึ่งในการดำเนินคดีกับคนขับรถกระบะ ญาติของ ด.ช.14 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่พอใจต่อการทำงานของพนักงานสอบสวน ได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อส่วนกลางหลายสำนักข่าว

โดยทางญาติผู้เสียหายราย ด.ช.14 ปี รายนี้ ระบุว่าการทำหน้าที่ของพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชัยภูมิ ผ่านมากว่า 9 วันแล้ว ยังไม่มีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่ขับรถกระบะก่อเหตุรายนี้ใดๆ เลย ทั้งข้อหาเมาแล้วขับ รวมทั้งปล่อยให้มีการไกล่เกลี่ยตกลงกับระหว่างผู้ต้องหา และผู้เสียหายทั้งหมดที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและบาดเจ็บสาหัส ที่จะยอมจ่ายเงินให้รายละ 10,000 บาท และให้คดีนี้จบ

พ.ต.ท.ชัยวัฒน์  ใจสบาย รองผู้กำกับสืบสวน สภ.เมืองชัยภูมิ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ฐิติพัฒน์ คำรังสี สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองชัยภูมิ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีนี้โดยตรง บอกว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องความเข้าใจผิดต่อความตั้งใจในการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ในการดำเนินคดีนี้มีขั้นตอนเตรียมดำเนินการกับผู้ต้องหารายนี้ทุกคดีอยู่แล้ว ทั้งเมาแล้วขับที่มีผลตอนวัดปริมาณแอลกอฮอร์สูงเกินกฎหมายกำหนดอยู่แล้วกว่า 161 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ รวมทั้งขับรถโดยประมาท มีการเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี ซึ่งจะต้องถูกดำเนินคดีอาญาด้วยทั้งหมดอยู่แล้ว

ในช่วงนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานตามขั้นตอนกฎหมาย จะให้รีบฟ้องในข้อหาเมาแล้วขับไปก่อน ตามที่ผู้เสียหายเข้าใจ ก็จะทำให้อีกหลายข้อหาตกไปได้ ซึ่งตามกฏหมายจะฟ้องทีละคดีฟ้องซ้ำกันไม่ได้ จะเสียประโยชน์กับผู้เสียหายได้ ซึ่งเรื่องนี้ข้อกฎหมายนักกฎหมายทราบกันดีอยู่แล้ว

ส่วนกรณีที่เปิดให้มีการพูดคุยทางแพ่งกับผู้ต้องหาและผู้เสียหาย ที่ช่วงนี้ยังไม่ได้ออกจากโรงพยาบาล 4 ราย ในจำนวนนี้สาหัส 2 ราย ยังต้องรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาล และรายที่ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ทางผู้ต้องหายอมรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งรถจักรยานยนต์ที่พังเสียหาย และค่ารักษาตามแต่มากน้อย

ซึ่งในส่วนของคนที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ทางผู้ต้องหารายนี้พร้อมจะช่วยรายละ 10,000 บาท และช่วยนำรถจักรยานยนต์ไปซ่อมคืนให้เท่านั้น แต่ก็เกิดความคาดเคลื่อนกับญาติผู้เสียหายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ว่าเป็นการเหมาจ่ายจากผู้ต้องหารายนี้ว่าให้ รายละ 10,000 บาท แล้วให้จบคดี

ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้ต้องหากับผู้เสียหายที่ทางตำรวจเปิดให้พูดคุยกันเท่านั้น และทางตำรวจเองไม่สามารถไปบังคับใครได้ว่าต้องให้จ่ายใครเท่านั้นเท่านี้ได้ เป็นเรื่องที่ทั้ง 2 ฝ่ายคู่กรณีไปตกลงกันเอาเอง

ส่วนคดีอาญาทั้งหมดผู้ต้องหาก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมดด้วยอยู่แล้ว ผู้เสียหายต้องเห็นใจว่าเจ้าหน้าที่ตั้งใจทำหน้าดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ก่อเหตุ และช่วยเหลือผู้เสียหายเต็มที่อยู่แล้ว และไม่อยากให้คิดว่าตำรวจไม่สามารถช่วยให้ผู้ก่อเหตุจ่ายค่าเยี่ยวยาให้ตามใจผู้เสียหายที่ต้องการได้

แล้วก็มาโทษตำรวจว่าไม่เป็นธรรมไม่ดำเนินคดีกลับไปช่วยผู้ต้องหา ซึ่งผู้เสียหายมีอะไรที่ยังไม่ได้รับความเป็นธรรมพอตามความเหมาะสมเป็นจริงก็มาแจ้งต่อพนักงานสอบสวนเพิ่มเติมโดยตรงได้

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!