จำคุก 15 ปี อดีตประธานสภาอินโดฯ ข้อหาคอร์รัปชัน

จำคุก 15 ปี อดีตประธานสภาอินโดฯ ข้อหาคอร์รัปชัน
Workpoint TV

สนับสนุนเนื้อหา

ศาลสั่งจำคุก 15 ปี อดีตประธานรัฐสภาอินโดนีเซีย คดีรับเงินใต้โต๊ะ ตามนโยบายเร่งปราบปรามคอร์รัปชัน

จากกรณี นายเซตยา โนวันโต อดีตประธานรัฐสภาอินโดนีเซีย ถูกตั้งข้อหารับสินบนเพื่อผ่านงบประมาณของรัฐในโครงการบัตรประชาชนอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยเหตุที่เจ้าตัวรับเงินผ่านบัญชีของบริษัท ทั้งในประเทศและในต่างประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบ

นอกจากนี้หนึ่งในสินบนที่นายเซตยาได้รับมาด้วยนั้น ก็คือนาฬิกายี่ห้อ “ริชาร์ด มิลล์” มูลค่าราว 4 ล้านบาท สำหรับเป็นหลักประกันว่าโครงการข้างต้นจะผ่านการพิจารณาจากสภา

ล่าสุด ศาลอินโดนีเซียพิพากษาให้นายเซตยารับโทษจำคุกเป็นเวลา 15 ปี และมีคำสั่งให้จ่ายเงินค่าปรับจำนวน 500 ล้านรูเปีย หรือประมาณ 1,120,000 บาท เพื่อเป็นค่าชดเชยความเสียหายแก่ภาครัฐ ในข้อหาทุจริตรับสินบน รวมถึงการยักยอกเงินในโครงการจัดทำบัตรประชาชนของรัฐบาล ที่มีเงินหายไปมากถึง 5 พันล้านบาท นอกจากนี้ยังห้ามรับตำแหน่งราชการเป็นเวลา 5 ปี หลังพ้นโทษจำคุก

ผู้พิพากษาใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง อ่านเอกสารประกอบคำพิพากษาของอัยการที่ได้สอบปากคำพยานทั้งหมด 80 ปาก ขณะที่นายเซตยา วัย 62 ปี ไม่แสดงอาการใดๆ ระหว่างที่ผู้พิพากษาอ่านคำตัดสิน และได้แจ้งต่อศาลหลังหารือกับทีมทนายความว่าขอเวลาพิจารณาในการยื่นอุทธรณ์หรือไม่

สำหรับนายเซตยา โนวันโต เคยเป็นนักการเมืองที่ทรงอิทธิพลมากคนหนึ่งของอินโดนีเซีย โดยถูกบีบให้ออกจากตำแหน่งประธานรัฐสภาอินโดนีเซีย ในปี 2558 หลังถูกแฉว่ามีเทปเสียงขู่เรียกรับเงินจากบริษัทเหมืองแร่ยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา เพื่อแลกกับการได้รับสัมปทานในอินโดนีเซีย

แต่หลังจากนายเซตยาเคลียร์ปัญหาเรื่องดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย เขาได้รับเลือกให้กลับมาดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาอีกครั้งในปี 2559 ก่อนที่จะลาออกไปเมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากถูกกล่าวหาในคดีล่าสุดนี้

ทั้งนี้ คดีรับสินบนของอดีตประธานรัฐสภาอินโดนีเซีย เป็นหนึ่งในความพยายามของรัฐบาลประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันภายในประเทศ