แฟนเก่า “เอ็ม ชัยชนะ” แฉถูกหักหลัง-หลอกเงินหมดตัว เชื่อไม่รักผู้หญิงคนไหนจริง

แฟนเก่า “เอ็ม ชัยชนะ” แฉถูกหักหลัง-หลอกเงินหมดตัว เชื่อไม่รักผู้หญิงคนไหนจริง
Amarintv

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณี นายชัยชนะ หรือ เอ็ม แอดมินเพจเฟซบุ๊ก Global Fx Investment ได้ไลฟ์สดเฟซบุ๊กทำร้ายร่างกายแฟนสาวจนบาดเจ็บสาหัส ภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านนวมินทร์ ก่อนที่ตำรวจจะเข้าควบคุมตัว นายชัยชนะ มาสอบปากคำที่สถานีตำรวจนครบาลบึงกุ่มตลอดทั้งคืน ส่วนแฟนสาว เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี ขณะนี้อยู่ระหว่างรักษาตัว

ความคืบหน้า วันนี้ (23 เม.ย.) ทีมข่าวเดินทางมาที่ย่านลำลูกกา จ.ปทุมธานี เพื่อพูดคุยกับ คุณนิด (นามสมมติ) รุ่นพี่คนสนิทแฟนเก่านายเอ็ม เปิดเผยว่า ตอนแรกตนก็ไม่ได้สนิทกับ คุณปราย (นามสมมติ) อดีตแฟนสาวของนายเอ็ม จนกระทั่งมาทราบจากปรายว่าถูกนายเอ็มหลอกจนหมดตัว ตนยอมรับว่ากระแสข่าวที่ออกมาว่านายเอ็มหลอกแฟนเก่านั้นเป็นเรื่องจริง เพราะปรายต้องหมดเงินสดไปจำนวนหนึ่ง, รถยนต์ 2 คัน และแหวนเพชรอีก 1 วง ซึ่งนายเอ็มก็ไม่ได้รับผิดชอบอะไร

 

คุณนิด เล่าอีกว่า ปรายแนะนำให้เอ็มรู้จักวิธีการเทรดฟอเร็กซ์ และให้เงินสดไปเพื่อฝึกการเทรด ซึ่งก่อนนี้ นายเอ็มได้เข้าไปที่มูลนิธิเพื่อนผู้ช่วยเหลือ เป็นบ้านบำบัดและฟื้นฟูผู้มีปัญหายาเสพติด เพื่อฝึกอบรมนิสัยและบำบัดสารเสพติด ต่อมาบ้านอบอุ่นใจจะพาเด็กในบ้านไปนมัสการที่โบสถ์ ทำให้ปรายได้พบกับนายเอ็ม ซึ่งเวลาไปโบสถ์นายเอ็มก็จะแต่งกายสุภาพเรียบร้อยดี แต่ตนไม่ค่อยสนิทอะไรมากนัก

ทั้งนี้ ขณะคบกับแฟนเก่า นายเอ็มเคยมีพฤติกรรมจะทำร้ายร่างกาย แต่ครอบครัวแฟนเก่าไม่ยอม เพราะอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกัน นอกจากนี้นายเอ็มยังมีนิสัยก้าวร้าว โมโหร้าย ซึ่งเวลาโมโหมักจะมีคำพูดด่าหยาบคายใส่แฟน ตนเองก็เคยแนะนำให้ปรายเลิกกับนายเอ็ม จนกระทั่งนายเอ็มเทรดฟอเร็กซ์เป็น ก็เลิกรากับปรายไป รวมทั้งขณะนั้นปรายหาเงินมาให้นายเอ็มไม่ได้ด้วย

ซึ่งตอนที่ตนได้เห็นคลิป นายเอ็มทำร้ายร่างกายแฟนสาว ตนคิดว่าพฤติกรรมที่เขาแสดงออกเหมือนเด็กขาดความรัก จึงขาดการยั้งคิด อยากจะทำอะไรก็ทำ รวมถึงยังแฝงความเจ้าเล่ห์ไว้ด้วย ตนคิดว่าเขาตั้งใจทำคลิปมาเพราะมีจุดประสงค์บางอย่าง ตนอยากให้คนดูคลิปใช้วิจารณญาณดีๆ ว่าจู่ๆ ทำไมเขาจึงสร้างคลิปสะเทือนใจและหดหู่ออกมา จุดประสงค์เขาเพียงแค่ทำร้ายผู้หญิง หรือมีอะไรมากกว่านั้น ตนอยากให้ดูคำพูดที่เขาพูดในคลิปให้ดี และดูอย่างรอบคอบ

ส่วนเรื่องที่เขาพูดว่าชีวิตเขาน่าสงสาร ตนมองว่า คำพูดเขามันทำให้คนเห็นใจ แต่ใครๆ ก็ลำบากกันทั้งนั้น ไม่จำเป็นต้องเอาความลำบากตัวเองออกมาพูด เพราะแฟนเก่าเอ็มก็สงสารและเห็นใจนายเอ็มเหมือนคนอื่นเช่นกัน นายเอ็มจะเล่าว่ากินข้าวเซเว่น ชีวิตน่าสงสาร อย่างไรก็ตาม ตนทราบมาว่ามีแฟนเก่าอีกรายหนึ่งที่นายเอ็มเพิ่งเลิกราไป เป็นคนประเทศลาว ซึ่งคาดว่าอาจจะกลับประเทศตัวเองไปแล้ว

แม้ตนจะทราบเรื่องจากปรายว่า เลิกรากันไปตอนที่ปรายหมดตัว นายเอ็มก็ยังเคยกล่าวกับแฟนเก่าด้วยว่า “ยังไงกูก็ไม่ให้มึงสักบาท” ท้ายที่สุดตนอยากบอกนายเอ็มว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พระเจ้ายังรักเขานะ ทุกคนเป็นคนบาป ตนขอให้เขากลับใจ ทำสิ่งไหนไว้มันหนีไม่พ้นอยู่แล้ว

ด้าน นางสาวปราย (นามสมมติ) อดีตแฟนสาวของนายเอ็ม เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับนายเอ็มตอนประมาณปี พ.ศ. 2555 และเลิกรากันไปช่วงประมาณปี พ.ศ. 2556 ช่วงที่เริ่มรู้จักกัน ตนเพิ่งเข้าไปนับถือคริสต์ใหม่ๆ ขณะนั้นมีงานเทศกาลคริสต์มาส นายเอ็มก็เข้ามาทำความรู้จักตนและจีบตนในไลน์ โดยนายเอ็มชอบเล่าว่าชีวิตของตัวเองลำบาก น่าสงสาร ต้องเลี้ยงดูยาย และทำงานแต่เด็ก พ่อแม่แยกทางกัน ส่วนแม่อยู่กับสามีใหม่

ช่วงเวลาที่คุยกันก็มีคนเข้ามาเตือนตนเยอะว่า นายเอ็มมักมีเรื่องผู้หญิง แต่นายเอ็มก็แสดงความบริสุทธิ์ใจกับตนโดยการให้เช็คโทรศัพท์ว่ามีแต่ผู้หญิงเข้าหา แล้วก็หักซิมโทรศัพท์ทิ้ง ไม่ติดต่อกับใครนอกจากตน ช่วงนั้นศิษยาภิบาล (ศ.บ.) ที่โบสถ์ก็ได้เรียกไปพูดคุยว่า เอ็มเป็นแฟนกับผู้หญิงอีกคนหนึ่งมิใช่หรือ ทำไมจึงมาคบกับตน ซึ่งศาสนาคริสต์เคร่งครัดเรื่องการคบหากัน นายเอ็มจึงจูงมือตนเข้าโบสถ์และยืนยันกับ ศ.บ. ว่าคบหาตนเป็นแฟน แม้ว่าอายุจะห่างกันมากถึงเกือบ 20 ปี และได้มีการจดทะเบียนสมรสกัน ก่อนหย่าร้างในภายหลัง

ต่อมา นายเอ็มก็เข้ามาอยู่ในครอบครัวและนำรถยนต์ของตนไปเข้าไฟแนนซ์ เพื่อเอาเงินมาลงทุนทำธุรกิจขายเคสโทรศัพท์ และทำธุรกิจอื่นๆ ซึ่งเวลานายเอ็มไม่ได้ดั่งใจหรือโมโหเวลาไม่ได้เงิน ก็จะทำตัวเหมือนทำร้ายร่างกายตัวเอง และยังเคยทุบหน้าตัวเอง เวลาที่ตนเคยบอกเลิก จนต้องให้อภัย

ช่วงเวลาที่คบหากัน นายเอ็มก็มักมีเรื่องผู้หญิงเข้ามาตลอด เท่าที่ตนทราบก็จะมีประมาณ 2 คน ส่วนตัวคิดว่าคงมีคนอื่นอีกที่ตนไม่รู้ ซึ่งตนคิดว่าผู้หญิงบางคนอาจไม่ทราบว่านายเอ็มมีแฟนแล้ว นอกจากนี้ นายเอ็มเคยบอกว่าตัวเองมักมีนิสัยชอบช่วยเหลือคนอื่น เคยช่วยคุณตาที่โดนรถชน ซื้อข้าวให้ขอทาน ตนเลยคิดว่านายเอ็มเป็นคนดี ซึ่งตนคิดว่าที่ผ่านมานายเอ็มแค่สร้างภาพว่าตัวเองเป็นคนซื่อสัตย์

ทั้งนี้ ช่วงเวลานั้นตนได้ให้ความช่วยเหลือเรื่องเงินกับนายเอ็ม โดยนายเอ็มนำรถยนต์ 2 คันของตนไปเข้าไฟแนนซ์ และนำแหวนเพชร นาฬิกา รวมถึงเงินสดของตนไป เพื่อนำมาลงทุนในธุรกิจ และเทรดฟอเร็กซ์ จนกระทั่งนายเอ็มฝึกเทรดจนเป็น เวลาเทรดก็มักจะกล้าลงทุน เอาเงินไปลงในพอร์ตสูง แล้วมักจะล้างพอร์ตบ่อยๆ การล้างพอร์ตคือเงินที่ลงทุนไปจะไม่ได้คืน จากนั้นนายเอ็มก็ไปสอนคนอื่นเทรด

สำหรับเรื่องสารเสพติด ขณะคบกับตนไม่ได้มีปัญหาเรื่องนี้ แต่ตอนนี้เขาอาจจะกลับไปเสพจริง ซึ่งนอกจากฤทธิ์ของสารเสพติด ตนมองว่าสันดานของเขาก็เป็นคนแบบนั้น คือก้าวร้าว เคยด่าแม้กระทั่งพ่อและแม่ตนด้วย ตนจึงไม่แปลกใจที่เขาจะทำแบบนี้ ตนคิดแล้วว่า วันหนึ่งเขาต้องเป็นแบบนี้ แม้ตนจะไม่เคยถูกซ้อม แต่นิสัยเขาเป็นคนอารมณ์รุนแรง มีปมในชีวิตเยอะ และแม่กับยายเขาก็เป็นคนขี้เมา เวลาเมาก็จะถอดเสื้อผ้า ซึ่งที่ผ่านมาตนไม่เคยดูถูกครอบครัวเขา และรับเขาได้ในระหว่างที่คบกัน

สาเหตุที่ตนออกมาพูด ตนต้องการให้สังคมรับรู้ และเพื่อยืนยันว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนดี เงิน 40 ล้านบาท เขาก็ไม่น่าจะมีถึง แล้วเรื่องที่อ้างว่าผู้หญิงโกงเงินในพอร์ต ตนคิดว่าเป็นเรื่องยาก เพราะนายเอ็มเป็นคนที่รักตัวเองมาก เขาไม่เคยรักผู้หญิงคนไหนจริง เขาแค่สร้างภาพ เขายังเคยกราบเท้าตนในรถ ใส่รองเท้าให้ตน อีกทั้ง การจะเอาเงินในพอร์ตไป มันต้องเข้าไปถอนเงินกับโบรกเกอร์ เวลาโอนเงินก็ต้องมีรหัส OTP ผ่านโทรศัพท์อีก ตนคิดว่าผู้หญิงคงไม่กล้าทำขนาดนี้

ซึ่งตนอยากฝากบอกกับนายเอ็มว่า อย่าทำให้นามของพระเจ้าเสีย เวลาเทรดยังเอาพระคัมภีร์มาเลย ตนรู้สึกอับอายเพราะทำให้สังคมคริสเตียนเสื่อมเสีย ยอมรับว่าเงินที่เสียไปก็อยากได้คืน เพราะตนหมดตัว ลำบากมาก แต่คิดว่าคงไม่ได้คืน ตนอยากให้นายเอ็มไปชดใช้กรรม และรับโทษตามกฎหมายต่อไป