ซีเมค... เวทีแห่งความหวังสู่การพัฒนาปัญญาประชากรอาเซียน

กรมประชาสัมพันธ์

สนับสนุนเนื้อหา

เปิดฉากแล้ววันนี้ (5เม.ย.) สำหรับการเป็นเจ้าภาพของไทยในจัดการประชุมการจัดประชุมสภารัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีเมค) ครั้งที่ 44 และการประชุมรัฐมนตรีศึกษาอาเซียน ครั้งที่ 4 ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 8 เมษายน 2552 ที่โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ ลากูนา จังหวัดภูเก็ต โดยจะมีพิธีเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการวันพรุ่งนี้( 6 เม.ย.)ในเวลาประมาณ 11.00 น. ทั้งนี้ ประเทศไทย เคยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมมาแล้วถึง 6 ครั้ง และเชื่อมั่นว่าครั้งนี้ จังหวัดภูเก็ต จะเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการจัดการประชุมระดับนานาชาติทุกด้าน สำหรับสาระสำคัญของการประชุมสภารัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ ความร่วมมือกันเพื่อเดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่ยูเนสโกกำหนด คือ การจัดการศึกษาเพื่อประชากรโลก หรือคนทุกคน เป็นการเตรียมการเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาคม ประชาชนในกลุ่มประเทศอาเซียน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามารถเข้าถึงการศึกษา ทั้งในเรื่องของโอกาสเข้าถึงการศึกษา และเข้าถึงการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ซึ่งในการประชุมจะมีนำเสนอโครงการจำนวน 10 โครงการ อาทิ การศึกษาของเด็กปฐมวัย การแก้ปัญหาเด็กที่ออกจากโรงเรียนกลางคัน การศึกษาของผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ เด็กเร่ร่อน เด็กชายขอบ และเด็กที่อพยพมาจากแนวชายแดน ว่าจะมีวิธีการแก้ปัญหาร่วมกันอย่างไร เพราะเป็นปัญหาของหลายๆ ประเทศ รวมถึงเรื่องการ พัฒนาครู เพราะเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของทุกประเทศ การประชุมครั้งนี้ ได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นการประชุมสภารัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 44 ซึ่งจะประเทศเข้าร่วม 11 ประเทศ กับการประชุมรัฐมนตรีศึกษาอาเซียน ครั้งที่ 4 ซึ่งมีประเทศสมาชิกเข้าร่วม 10 ประเทศ ยกเว้นติมอร์เลสเต้ เนื่องจากยังไม่ได้เป็นสมาชิกอาเซียน สำหรับหัวข้อการประชุมที่น่าสนใจในครั้งนี้ คือ ประเทศไทยได้จัดให้มีการประชุมเชิงนโยบายในหัวข้อการพัฒนาครู ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลปัจจุบันที่มุ่งพัฒนาครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้ได้ครูดี ครูเก่ง มีคุณธรรม มีคุณภาพ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายการพัฒนาคุณภาพการศึกษาร่วมกันในภูมิภาค นอกจากนี้ ที่ประชุมจะร่วมกันพิจารณาโครงการความร่วมมือด้านการศึกษาในกรอบอาเซียน ประกอบด้วย การจัดทำแผนการดำเนินงานด้านการศึกษาของอาเซียนเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาสหัสวรรษ การพัฒนาอุปกรณ์การสอนในโรงเรียนของอาเซียน ความร่วมมือด้านการศึกษาภายใต้กรอบความร่วมมืออาเซียน+3 (จีน เกาหลี และญี่ปุ่น) โครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนมัธยมอาเซียน การประชุมผู้บริหารโรงเรียนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มติที่ได้จากการประชุมระดับภูมิภาคครั้งนี้จะนำไปสู่การขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการศึกษาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษของสหประชาชาติโดยเฉพาะในประเด็นด้านการพัฒนาการศึกษาเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ กับการพัฒนาสังคมและความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม การบรรลุเป้าหมายแห่งการจัดการศึกษาเพื่อปวงชนของยูเนสโก ภายในปี 2558 (ค.ศ.2015) การส่งเสริมคุณภาพและความเสมอภาคทางการศึกษาของประเทศสมาชิกซีมิโออย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เป็นต้น ทั้งนี้ ระหว่างการประชุม จะมีการประชุมทวิภาคี ระหว่าง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของไทยกับบรูไนดารุสซาลาม และไทยกับอินโดนีเซียด้วย ซึ่งอาจจะมีการ ลงนามความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างกัน แต่ต้องมีการหารือแนวทางในความร่วมมือกันก่อนว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ภายใต้กรอบใหญ่ คือ กรอบความร่วมมืออาเซียน หากย้อนมองภาพรวมการศึกษาของไทยในขณะนี้ พบว่ามีความคืบหน้าไปค่อนข้างมากโดยเฉพาะรัฐบาลชุดนี้ ได้มีนโยบายด้านการศึกษาที่ชัดเจนในการเพิ่มโอกาสและคุณภาพทางการศึกษา ที่เห็นเป็นรูปธรรมซึ่งได้ดำเนินบ้างแล้ว คือ นโยบายเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กไทยทุกคน ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงกระทั่งชั้นมัธยมปลาย รวมทั้งอาชีวศึกษาด้วย ได้มีโอกาสที่จะเข้าถึงการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและจะต้องเป็นการเข้าถึงการศึกษาอย่างมีคุณภาพ จากนโยบายดังกล่าว อาจเป็นบทสะท้อนในระดับหนึ่ง ว่าประเทศไทย มีความก้าวหน้ามากกว่าหลายประเทศแม้แต่ในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกันเอง รวมทั้งการพัฒนาครู ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้การศึกษามีคุณภาพหรือไม่ เพราะหากครูมีคุณภาพเด็กก็จะมีคุณภาพตามไปด้วย