ผบ.ทบ.ระบุไทยปะทะเขมรแค่เข้าใจผิด
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060

ผบ.ทบ.ระบุไทยปะทะเขมรแค่เข้าใจผิด

แชร์เรื่องนี้
พระวิหารยังเดือดกัมพูชาถล่มไม่หยุด

ผบ.ทบ.ระบุสาเหตุไทยปะทะเขมร เกิดจากการเข้าใจผิด ส่วน นายกฯอภิสิทธิ์ ยืนยันไทยไม่ได้รุกล้ำดินแดนกัมพูชา ขณะที่เขาพระวิหารยังเดือด เขมรเหิมถล่มไทยไม่หยุด ยิงทั้งปืน ค-อาร์พีจี-อาก้า ซัดเบิกร่องก่อนด้วยปืน ค 2 นัด แต่ไม่ระเบิด ถัดมาอีกประมาณ 1 ชม.ซ้ำด้วยระเบิดอาร์พีจี 3 ลูกซ้อน โชคดีตกกลางไร่มัน-ไม่มีใครเจ็บ ก่อนกราดด้วยอาก้าอีก 10 กว่านัด บอกเฉย ปืนลั่น เผยทหารเขมรยิงมาจากช่องบันไดหัก บริเวณปราสาทเขาพระวิหาร ขณะที่ฝ่ายไทยไม่ได้ตอบโต้ ผู้ว่าฯศรีสะเกษสั่งด่วนนายอำเภอกันทรลักษ์ เตรียมพร้อมอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยตลอด 24 ชม. หากเกิดเหตุการณ์รุนแรง ด้านสถานการณ์ชายแดนสระแก้วยังปกติ นักพนันยังแห่เข้าไปเสี่ยงโชคยังฝั่งปอยเปตเนืองแน่น เกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ศรีสะเกษ หลังจากเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา เกิดการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา บริเวณภูมะเขือ-ผามออีแดง ห่างจากเขาพระวิหารราว 4 กม. พื้นที่ ต.เสาธงชัย อ.กันทร ลักษ์ ซึ่งทำให้ทหารไทยเสียชีวิต 2 นาย และบาดเจ็บ 10 นายนั้น ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 4 เม.ย. พ.ต.ต.เปรียว ทองแก้ว สวป.สภ.บึงมะลู อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีลูกปืน ค ถูกยิงมาจากเขาพระวิหาร ตกลงบริเวณทางทิศใต้ของบ้านโนน เจริญ ต.เสาธงชัย จำนวน 2 ลูก ห่างจากจุดที่ปะทะกันเมื่อวันที่ 3 เม.ย. ประมาณ 3 กม.

จึงได้รายงานให้ พ.ต.ท.ทิพย์พงษ์ ทิพเกษร สวญ.สภ.บึงมะลู ทราบ และประสานงานให้ ร.อ.ธวัช บุญเหมาะ ผู้บังคับหมวด หน่วยตรวจค้นและทำลายทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมที่ 3 เดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุซึ่งอยู่กลาง ไร่มัน พบว่าเป็นลูกปืน ค ที่ไม่ระเบิดฝังจมอยู่ในดินลึกประมาณ 50 ซม. นอกจากนี้ยังพบเศษระเบิดกระจัดกระจายอยู่โดยรอบ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นลูกปืน ค 82 จึงเก็บกู้ไปตรวจสอบต่อไป

ต่อมาเวลา 11.30 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณที่ลูกปืน ค ตกอยู่นั้น ปรากฏว่าได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น 3 ครั้ง ระยะห่างกันประมาณ 2-3 นาทีต่อครั้ง ที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ใกล้กับบ้านโศกขามป้อม ต.ภูผาหมอก อ.กันทรลักษ์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานงานกับทหารที่ตั้งฐานปฏิบัติการอยู่บริเวณดังกล่าว เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที

แหล่งข่าวทางทหารกล่าวว่า เสียงระเบิดดังขึ้นจำนวน 3 ลูก คาดว่าจะเป็นลูกระเบิดชนิดอาร์พีจี โดยถูกยิงมาจากช่องบันไดหัก บริเวณปราสาทพระวิหาร ประเทศกัมพูชา ซึ่งขณะนี้ทางทหารไทยได้ปิดบริเวณทางขึ้นเขาพระวิหาร เพื่อไม่ให้บุคคลภายนอกผ่าน รวมทั้งสื่อมวลชน ห้ามเข้าไปรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตราย เนื่องจากได้มีการใช้อาวุธหนัก ทั้งระเบิดอาร์พีจี ปืนต่อสู้รถถัง ปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง (ปรส.) ยิงอยู่เป็นระยะ แต่ทหารไทยยังไม่ได้ทำการตอบโต้ใด ๆ

ถัดมาเวลา 12.15 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝ่ายทหารกัมพูชาได้ยิงปืนอาก้า รุ่น เอเค 47 จากปราสาทพระวิหาร ลงมายังบริเวณป่าละเมาะด้านหน้าผามออีแดง จำนวน 10 กว่านัด ทำให้ทหารพรานของไทยที่ประจำการอยู่บริเวณดังกล่าว ต้องกระโดดหลบเข้าบังเกอร์ พร้อมวิทยุแจ้ง บก.กองกำลัง แต่ทาง บก.กองกำลังได้มีคำสั่งห้ามทุกฝ่ายตอบโต้อย่างเด็ดขาด ให้หลบอยู่ในที่ตั้งและรอผลการเจรจา ขณะที่ทหารพรานที่เฝ้าประจำการอยู่ ได้ยินเสียงร้องของทหารกัมพูชา ภายหลังได้ยิงปืนอาก้าเข้ามาว่า โดยพูดเป็นภาษาเขมรว่า ขอโทษปืนมันลั่น

ขณะเดียวกัน พ.อ.วุฒิ แสงจักร รอง ผบ.กองกำลังสุรนารี ซึ่งเป็นตัวแทนทหาายไทย ได้ขึ้นไปบริเวณฐานทหารไทยที่ชายแดนแล้ว เพื่อเจรจาสงบศึกกับทหารฝ่ายกัมพูชาเพิ่มเติม ภายหลังจากที่ พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ขึ้นไปเจรจาก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่มีผลสรุปชัดเจน นอกจากนี้มีรายงานว่า การเจรจาในระดับพื้นที่ระหว่างไทย-กัมพูชา ที่มีกำหนดในเวลา 16.00 น. ของวันเดียวกันนี้ ซึ่ง รมว.กลาโหม และ ผบ.ทบ.ของไทย จะเดินทางไปเจรจาด้วยตัวเองนั้น ทางฝ่ายกัมพูชาได้แจ้งยกเลิกการเจรจาอย่างกะทันหัน โดยไม่บอกเหตุผล

ด้าน พล.ต.ธวัชชัย สมุทรสาคร รอง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า จะมีการเสริมกำลังพลเข้าไปพื้นที่หรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชา แต่ในขณะนี้ฝ่ายกัมพูชาได้เสริมกำลังตลอดเวลา ซึ่งตัวแทนฝ่ายทหารไทยและกัมพูชา จะเปิดการเจรจากันในจุดที่เกิดการปะทะ เพื่อหาข้อสรุปเรื่องการปรับกำลัง ในจุดที่มีปัญหา เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกันของกองกำลังทั้งสองฝ่าย รวมทั้งฝ่ายทหารไทยจะมีการทำหนังสือประท้วงทหารกัมพูชา ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย

นอกจากนี้ พล.ต.ธวัชชัย ยังได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการลับ ลวง พราง ทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 100.5 ถึงสถานการณ์บริเวณชาย แดนไทย-กัมพูชาว่า ตามหลักสากลทั่วโลกในพื้นที่ที่ซับซ้อนกันต้องเป็นพื้นที่พัฒนาร่วม เพราะคงไม่มีใครยอมถอนและให้คนอื่นไปยึดครอง เพราะถือเป็นการเสียดินแดน ดังนั้นควรให้ลาดตระเวนร่วมกัน แต่จะต้องไม่มีการวางกำลังทหารในพื้นที่ดังกล่าว ส่วนกระแสข่าวที่ว่ามีการปิดผามออีแดงนั้น ความจริงเราไม่ได้ปิดเป็นทางการ เพียงแต่ขอร้องประชาชนอย่าเพิ่งเข้าไปเลย เพราะอาจได้รับอันตราย คงรอสักระยะ ถ้าไม่มีอะไรคงเปิดให้ขึ้นไปได้ ทั้งนี้ใน วันที่ 5-7 เม.ย.นี้ จะมีการประชุมเจบีซี ที่พนมเปญ ประเทศกัมพูชา เพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้

ส่วนนายเสนีย์ จิตติเกษม ผวจ. ศรีสะเกษ กล่าวว่า ได้มีคำสั่งด่วนถึงนายอำเภอกันทรลักษ์ ให้มีการเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชม. เพื่อเตรียมการอพยพประชาชนในเขตชายแดน 4 ตำบล 25 หมู่บ้าน ที่อยู่พื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งหากจะต้องอพยพประชาชน ทางอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีการเตรียมความพร้อม ไว้แล้ว เนื่องจากทหารทั้งสองฝ่ายมีการเคลื่อนกำลังเข้าหากัน จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมไว้ตลอดเวลา ขณะที่ชาวบ้านภูมิซรอล ต.เขาธงชัย ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เขาพระวิหาร ชาวบ้านยังคงดำเนินชีวิตตามปกติ ไม่ได้มีอาการขวัญเสียจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

ขณะที่ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สระแก้ว รายงานว่า จากสถานการณ์การสู้รบระหว่างทหาร ไทยทหารกัมพูชา บริเวณชายแดนด้าน จ.ศรีสะเกษ ซึ่งหวั่นเกรงกันว่าอาจจะส่งผลกระทบมาถึงบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.สระแก้ว นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้เดินทางเข้าสังเกตการณ์ บริเวณช่องทางผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญ ประเทศ เพื่อเฝ้าดูสถานการณ์ และการเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชา

พบว่ายังมีชาวกัมพูชาที่เป็นพ่อค้าแม่ขายเดินทางเข้ามาค้าขายในตลาดการค้าโรงเกลือตามปกติ โดยเฉพาะกลุ่มกรรมกรรับจ้างขายแรงงานชาวกัมพูชาที่เดินทางเข้ามารับจ้างกันมากขึ้น แต่แม่ค้าชาวกัมพูชาที่มีสามีเป็นข้าราชการ จะพากันปิดร้านค้ามากกว่า 100 ร้าน เพราะเกรงจะได้รับผลกระทบจากการสู้รบระหว่างทหารไทย-กัมพูชา โดยสามีได้ห้ามภรรยาและญาติเข้ามาค้าขายโดยเด็ดขาด ขณะเดียวกันนักพนันคนไทยจำนวนมาก ยังแห่เดินทางเข้าเล่นการพนันตามบ่อนกาสิโนปอยเปต ประเทศกัมพูชาอย่าง ต่อเนื่อง

ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานจากกรุงพนมเปญประเทศกัมพูชาว่า สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวกับกลุ่มทหารผ่านศึกผู้พิการระหว่างตรวจเยี่ยมจังหวัดกัมปอต ว่า เหตุการณ์ปะทะกันเมื่อวันศุกร์ที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมานั้น เป็นเพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนาน ๆ ครั้ง และไม่ใช่สงคราม ซึ่งตนก็ไม่อยากเห็นเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาอีก หรือการปะทะกันลุกลามไปยังบริเวณอื่น ส่วนสำนักข่าวเอพีราย งานว่า สมเด็จฮุน เซน กล่าวว่า เหตุการณ์เมื่อวานนี้เป็นเพียงการปะทะกันในช่วงเวลาสั้น ๆ ซึ่งก็เหมือนกับเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้กัน และมักจะมีข้อขัดแย้งกันเสมอ

ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากประเทศสิงคโปร์ว่า กระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลสิงคโปร์ขอเรียกร้องให้ทั้งฝ่าย ไทยและกัมพูชา แสดงความอดกลั้นอย่างถึงที่สุดต่อเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น เพื่อประโยชน์อย่างมากต่อภูมิภาคนี้ และขอสนับสนุนให้สองฝ่ายยังคงแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธีผ่าน กระบวนการเจรจา

ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) เมื่อเวลา 13.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก พร้อมคณะนายทหารระดับสูงของกองทัพบก ได้เดินทางด้วยเครื่องบินของกองทัพบก เพื่อไปเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับกัมพูชาที่ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี พร้อมรับฟังสถานการณ์และการบรรยายสรุปจากเหตุการณ์ปะทะกัน หลังจากนั้นคณะนายสุเทพเดินทางไปร่วมงานศพทหารที่เสียชีวิตทั้ง 2 นาย ที่วัดวารินวราราม

ทั้งนี้ ก่อนการเดินทาง พล.อ.อนุพงษ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ทหารไทยปะทะกับทหารกัมพูชาว่า สถานการณ์ขณะนี้ไม่มีอะไรรุนแรง ทุกอย่างอยู่ในความสงบ ส่วนข่าวที่ว่ามีการจับกุมทหารไทย 10 นายนั้นตนยืนยันว่าไม่จริง สำหรับสาเหตุของการปะทะเกิดจากการลาดตระเวนมาพบกันนั้น มาจากเหตุการณ์ที่ทหารของไทยเหยียบกับระเบิด ทำให้ทหารเข้าไปดูแลพื้นที่ที่มีการเหยียบกับระเบิดและดำเนินการกู้ระเบิด แต่ทหารกัมพูชาลาดตระเวนมาเจอทำให้เกิดการเข้าใจผิด ส่วนการเจรจาพูดคุยกันเพื่อให้สถานการณ์ยุตินั้น ในระดับสูง พล.อ. ประวิตร ได้โทรศัพท์คุยกับสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาแล้ว ซึ่งผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจกันดี

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเดียวกันว่า เหตุการณ์ได้คลี่คลายไปในระดับหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะเรื่องการวางกำลังของทั้งสองฝ่าย ซึ่งเราไม่ต้องการให้เกิดการปะทะหรือการสูญเสีย โดยแต่ละฝ่ายพยายามรักษาสิทธิของตัวเอง และใช้กระบวนการการเจรจาในการคลี่คลายปัญหาต่อไป อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าฝ่ายทหารไทยไม่ได้รุกล้ำดินแดน เพราะทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องพรมแดน.