แอกซ่าฯปรับแผน อุดเบี้ยรถยนต์ร่วง ดึงรถใหญ่เข้าพอร์ต

แอกซ่าประกันภัยโอดเบี้ยประกันภัยรถยนต์ 2 เดือนแรกหด 10% รายได้หายวับ50 ล้านบาท

หันออกกรมธรรม์เฉพาะรายเจาะตลาดรถใหญ่ 2000 ซีซีขึ้นไป สมาร์ทไดร์ฟ เป็นแบบประกันภัยรถยนต์ประเภท 5 จ่ายเบี้ยประมาณ 7,000-9,000 บาทต่อปี ความคุ้มครองสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท พร้อมลงทุนพัฒนาระบบ Quicklink ช่วยให้คู่ค้าทางธุรกิจสามารถออกกรมธรรม์หรือต่ออายุให้ผู้เอาประกันภัยรถยนต์อัตโนมัติ

นายกี่เดช อนันต์ศิริประภา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึง ทิศทางธุรกิจปี 2552 ว่า บริษัทตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวมเติบโต 10-12% หรือคิดเป็นมูลค่าเบี้ยประมาณ 1,900 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 1,746.8 ล้านบาท ในส่วนของเบี้ยที่เพิ่มขึ้นนั้น มาจากรายได้จากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 38 ล้านบาท และรายได้จากการลงทุนเพิ่มขึ้น 34 ล้านบาท โดยในปีนี้คาดว่าจะมีกำไรสุทธิไม่เกิน 50 ล้านบาท เท่ากับปีที่ผ่านมา และอัตราการสูญเสียลดลงอยู่ที่ 57-58% จาก 62.1%

ปีนี้บริษัทได้ปรับปรุงช่องทางการจำหน่ายเพื่อสร้างการเติบโตทุกช่องทาง โดยเฉพาะด้านประกันภัยรถยนต์ ซึ่ง 2 เดือนที่ผ่านมาเบี้ยประกันหายไป 10% หรือประมาณ 50 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าไตรมาสแรกปีนี้เบี้ยประกันภัยรถยนต์ทั้งอุตสาหกรรมจะลดลง 30%

กลยุทธ์การตลาดจะกลับเข้าไปหาลูกค้าเดิม (Win Back Program) และพิจารณาการรับประกันและออกกรมธรรม์ใหม่แบบเฉพาะราย จากปกติที่ลูกค้าของบริษัทจะหายไปเฉลี่ยประมาณ 20% ต่อปี คิดเป็นเบี้ยประกันรถยนต์ที่หายไป 20% และประกันนอนมอเตอร์หายไป 15% ซึ่งเป็นผลจากปีก่อนได้ขึ้นเบี้ยประกันภัยชั้น 1 กลุ่มรถขนาดเล็กต่ำกว่า 1800 ซีซี ทำให้สัดส่วนเบี้ยรถเล็กลดจาก 60% เหลือ 40% และคาดว่าในปีนี้ยังมีการแข่งขันกันตัดราคารถเล็กและตลาดรถใหม่ไม่เกิด อีกทั้งการต่ออายุก็จะปรับราคาเบี้ยลดลงตามทุนประกันหรือเปลี่ยนจากประกันภัยชั้น 1 เป็นประเภท 3 , 3 พลัสหรือ พ.ร.บ.

ดังนั้น บริษัทจึงตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนเบี้ยประกันภัยรถยนต์ขนาดใหญ่เป็น 60% จากปัจจุบันมีสัดส่วน 40%

ในเร็วๆนี้ เตรียมออกกรมธรรม์ สมาร์ทไดร์ฟใหม่ ที่เป็นแบบกรมธรรม์ประเภท 3+1 หรือประกันภัยรถยนต์ประเภท 5 จ่ายเบี้ยประมาณ 7,000-9,000 บาทต่อปี ความคุ้มครองสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท หันจับกลุ่มรถขนาดใหญ่ 2000 ซีซี ขึ้นไป ล่าสุด กำลังเจรจากับค่ายรถอีซูซุเริ่มทำตลาดในปีนี้ แต่อย่างไรก็ตามการพิจารณาลดเบี้ยประกันจะปรับให้เฉพาะบางโมเดลรุ่นรถ พื้นที่ตามภูมิภาคและสำนักงานสาขา ที่มีอัตราการสูญเสียต่ำกว่า 60% ด้วยการจัดทำโซนนิ่งและเริ่มพิจารณาปรับเบี้ยประกันภัยรถยนต์รอบ 1 ปี ภายในเดือนเมษายนนี้

ผลจากปีนี้เริ่มเห็นสัญญาณคู่แข่งปรับลดเบี้ยประกันภัยชั้น 1 กลุ่มรถขนาดใหญ่ มาเป็นแบบประกัน 3 พลัส เพื่อเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้ามากขึ้น อาทิเช่นเจ้าตลาดอย่างวิริยะประกันภัยและแอลเอ็มจี ซึ่งปีนี้ถือว่าเป็นปีแห่งการวัดฝีมือการบริหารธุรกิจช่วงเศรษฐกิจขาลงใครจะทำได้ดีกว่ากัน

อีกทั้ง บริษัทได้ลงทุนพัฒนาระบบ Quicklink เพื่อช่วยให้คู่ค้าทางธุรกิจสามารถออกกรมธรรม์ หรือต่ออายุให้กับผู้เอาประกันภัยรถยนต์ของแอกซ่าประกันภัยได้อัตโนมัติ ณ จุดขาย และยังสอดคล้องกับระบบ Cash Before Cover ที่ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เมื่อต้นปีที่ผ่านมา สำหรับให้ผู้เอาประกันภัยจ่ายเบี้ยประกันภัยรถยนต์แล้วสามารถรับกรมธรรม์ได้ทันที สามารถช่วยลดระยะเวลาในการขายการออกกรมธรรม์ลงจากเดิม 3 วันเป็น 3 นาที ช่วยลดต้นทุนในภาวะที่เศรษฐกิจถดถอย แต่ในทางกลับกันสามารถเพิ่มผลผลิตให้กับบริษัท

ภายในเดือนมิถุนายนนี้ จะเริ่มติดตั้งระบบ Quicklink ให้กับคู่ค้าทางธุรกิจ สำนักงานตัวแทนนายหน้ามากกว่า 200 รายขึ้นไป เพื่อเน้นกลุ่มลูกค้าต่างประเทศ ที่รู้จักแบรนด์แอกซ่าประกันภัยดีอยู่แล้ว อาทิ เจ้าของธุรกิจร้านกาแฟ คาดว่าจำนวนกรมธรรม์สิ้นปีนี้จะเพิ่มขึ้นอีก 10% จากปัจจุบันมีฐานลูกค้าทั้งหมดประมาณ 300,000 กว่าราย

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด