เครื่องสำอางโตสวนกระแสเศรษฐกิจ ''ลอร่า''งัดCRMขยายฐานลูกค้าใหม่

ตลาดเครื่องสำอางกว่า 10,000 ล้านยังเติบโตต่อเนื่อง 4-5% แม้เศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคซื้อสินค้าใช้เท่าที่จำเป็น ส่งผลยอดซื้อต่อครั้งลดลง 5-10% ต่อเนื่อง 2-3 ปี เหลือเฉลี่ยครั้งละ 5,000 บาท แบรนด์ลอร่า เมอร์ซิเออร์ เดินหน้าทำตลาดชูกลยุทธ์ Member get member ขยายฐานลูกค้าเพิ่ม วางเป้าโตเลขสองหลัก

 

นางสาวอมรจิตต์ เสตสุวรรณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเครื่องสำอาง บริษัท เซ็นทรัลเทรดดิ้ง จำกัด ในกลุ่มเซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องสำอาง และสินค้าแฟชันชั้นนำ อาทิ เครื่องสำอางเอชทูโอ พลัส (H2O+) เครื่องสำอางลอร่า เมอร์ซิเออร์ (Laura Mercier) เป็นต้น เปิดเผยกับ ฐานเศรษฐกิจ ถึงทิศทางตลาดเครื่องสำอางในปีนี้ว่า ตลาดรวมเครื่องสำอางกว่า 10,000 ล้านบาท ที่จัดจำหน่ายผ่านเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้านั้นยังคงมีการเติบโตได้ในอัตรา 4-5% ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันจะตกต่ำและมีผลต่อการตัดสินใจจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคก็ตาม

 

กำลังซื้อของผู้บริโภคจริงๆ ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น คิดและเปรียบเทียบที่จะซื้อสินค้ามากขึ้น และจะตัดสินใจซื้อสินค้าเฉพาะที่จำเป็นต้องใช้เท่านั้น ไม่ซื้อเก็บเหมือนเมื่อก่อน ทำให้ปัจจุบันยอดการซื้อสินค้าเฉลี่ยต่อบิลลดจำนวนลงมาสัก 2-3 ปีมาแล้ว ในอัตรา 5-10% ขณะที่ลูกค้าของแบรนด์ลอร่า เมอร์ซิเออร์ก็ซื้อต่อบิลลดลง จากที่ซื้อเฉลี่ยต่อบิล 7,000 บาท ลดลงมาเหลือ 5,000 บาทต่อบิลในปัจจุบัน นางสาวอมรจิตต์ กล่าวและว่า

 

กลยุทธ์การทำตลาดของเครื่องสำอางปัจจุบัน จะต้องหาวิธีการที่ทำให้ผู้บริโภคเกิดความรักและความผูกพันในแบรนด์สินค้า และจดจำแบรนด์นั้นๆ อยู่ในใจตลอดเวลา รวมถึงสินค้าต้องตอบสนองความต้องการของเขาได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งแนวทางการทำตลาดของเครื่องสำอางแบรนด์ลอร่า เมอร์ซิเออร์ ก็มุ่งไปในทิศทางดังกล่าว รวมถึงการทำตลาดในรูปแบบอื่นๆ เสริมด้วยเช่นกัน อาทิ การเพิ่มจำนวนสินค้าใหม่ออกมาทำตลาด 20% การเสริมการบริการสร้างความประทับใจให้ลูกค้า การจัดสินค้ากิฟต์เซ็ต การทำโปรโมชันสินค้าของพรีเมียม เป็นต้น

 

นอกจากนี้ ยังใช้กลยุทธ์ Member get member เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาใช้สินค้าเพิ่มมากขึ้น กลยุทธ์ลูกค้าสัมพันธ์หรือ CRM ในการสร้างความจดจำแบรนด์ด้วย โดยวางเป้าหมายของการเติบโตด้านยอดขายไว้ด้วยตัวเลขสองหลัก เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา ซึ่งแบรนด์ลอร่า เมอร์ซิเออร์ถือว่าเป็นแบรนด์เครื่องสำอางที่มียอดจำหน่ายต่อสาขาสูงสุดของกลุ่มซีเอ็มจี ส่วนจุดจำหน่ายนั้นปัจจุบันมีช่องทางจำหน่ายรูปแบบเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า 10 แห่ง ในปีนี้ไม่มีแผนจะเพิ่มช่องทางจำหน่าย

 

นางสาวอมรจิตต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แบรนด์ลอร่า เมอร์ซิเออร์เข้ามาจำหน่ายในเมืองไทยได้ประมาณ 4 ปี แต่ละปีมีการเติบโตที่ดีมาโดยตลอดด้วยตัวเลขสองหลัก มีสินค้าอยู่ด้วยกัน 5 กลุ่ม ได้แก่ ได้แก่ 1. กลุ่มผลิตภัณฑ์รองพื้น มีสัดส่วนยอดขายสูงสุด 60% 2. กลุ่มผลิตภัณฑ์เมกอัพ สัดส่วนยอดขาย 20% 3. กลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิว 4. กลุ่มอุปกรณ์สำหรับแต่งหน้า และ5. กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับร่างกาย (Body & Bath) ส่วนทิศทางการแข่งขันของตลาดเครื่องสำอางปีนี้ ในไตรมาสแรกยังไม่รุนแรงมากนัก เพราะหลายค่ายต่างยังไม่ได้ทำแคมเปญการตลาดออกมามากนัก คงต้องรอดูสถานการณ์ช่วงไตรมาสที่ 2 เป็นต้นไปอีกครั้งว่าจะเป็นอย่างไร

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด