เทพเทือกวอนเสื้อแดงปฏิบัติตามคำสั่งศาล

คมชัดลึก : รักษาการนายกฯ-สุเทพ ทำบุญวัน ขรก.พลเรือน วอนเสื้อแดงปฏิบัติตามคำสั่งศาลหลังให้เปิดพื้นที่ให้ รมต.-ขรก.เข้าทำงานที่ทำเนียบ ยันไม่ขอเจรจากับแกนนำ บอกเป็นถึงอดีตนายกฯ-รมต.ควรมีสำนึกด้วยตัวเอง (1เม.ย.) ที่กรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์ นายสุเทพ เทือก สุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาการนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน ท่ามกลางกระแสข่าวว่าหลังพิธีเสร็จสิ้นจะมีการนัดหารือกับคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยทางกรมประชาสัมพันธ์ได้จัดห้องรับรองพิเศษบริเวณชั้นลอยไว้เป็นที่หารือ จากนั้น นายสุเทพ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ถือเป็นวันดีเป็นกำลังใจให้กับข้าราชการพลเรือนซึ่งเป็นหลักของการบริหารราชการแผ่นดินมาโดยตลอด ส่วนข่าวการเรียกประชุม ครม.นัดพิเศษในวันนี้นั้น นายสุเทพ ปฏิเสธว่า ไม่เป็นความจริง เดิมตนเห็นว่าวันนี้เมื่อมาร่วมทำบุญกันที่กรมประชาสัมพันธ์แล้ว คิดว่าเมื่อทำบุญเสร็จมีอะไรก็จะได้คุยกันบ้างเล็กน้อย แต่เข้าใจว่ารัฐมนตรีหลายคนก็มีภารกิจ ส่วนใหญ่ไปทำบุญกับข้าราชการในกระทรวงของตัวเอง ดังนั้นจึงไม่มีการประชุม ครม.ที่นี่เพราะปกติ ครม.จะประชุมทุกวันอังคาร ซึ่งเมื่อวันที่ 31 มี.ค.ก็สั่งงดการประชุมไปแล้ว ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่ปิดล้อมทำเนียบฯ เปิดทางให้กับคณะรัฐมนตรีและข้าราชการเข้าไปทำงานในทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ กล่าวว่า ตนเพิ่งได้สำเนาคำสั่งของศาล ซึ่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้ทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นผู้บริหารสูงสุดของสำนักปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อเกิดกรณีผู้ชุมนุมปิดล้อมทำให้ข้าราชการไม่สามารถเข้า-ออกเพื่อปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือเกิดความไม่สะดวกหรือรู้สึกไม่ปลอดภัยในการเดินทางเข้า-ออก เราซึ่งเป็นผู้บริหารราชการแผ่นดินด้วยหลักการของกฎหมายก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ดังนั้น ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง โดยขอให้ศาลมีคำสั่งให้นายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และพวก เปิดพื้นที่การจราจรบนถนนลูกหลวงซึ่งเป็นถนนเข้า-ออก ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่สะพานเทวกรรมถึงแยกมัฆวานรังสรรค์ ซึ่งเป็นถนนเข้าทำเนียบรัฐบาลบริเวณประตู 6 และ 8 เพื่อให้ประชาชนและข้าราชการ รวมถึง ครม. สามารถนำรถยนต์เข้า-ออก เพื่อปฏิบัติหน้าที่โดยสะดวก นายสุเททพ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้ขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามขัดขวางการเข้า-ออก บริเวณประตูทำเนียบฯ ซึ่งเมื่อเย็นของวันที่ 31 มี.ค. ศาลก็มีคำสั่งห้ามตามที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรียื่นคำฟ้องไว้ นอกจากนี้ศาลยังได้ห้ามบุคคลทั้ง 3 กับพวกซึ่งเป็นจำเลยใช้เครื่องขยายเสียงในระดับเสียงและทิศทางที่รบกวนการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายโจทก์ในช่วงวันปฏิบัติราชการ ระหว่างเวลา 08.30-16.30 น. โดยศาลมีคำสั่งคุ้มครองไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น เมื่อถามว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรเพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งศาล นายสุเทพ กล่าวว่า เมื่อศาลมีคำสั่งเช่นนี้ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีก็ต้องนำเจ้าพนักงานบังคับคดีเดินทางไปปิดหมายศาลที่บริเวณถนนลูกหลวงในวันเดียวกันนี้ (1เม.ย.) เวลา 08.30 น. ส่วนการดูแลการเข้าไปปิดหมายศาลเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนกรณีเมื่อครั้งพันธมิตรฯบุกยึดทำเนียบนั้น ก็บอกไปกับประชาชนและกลุ่มผู้ชุมนุมก็ต้องได้ยิน เพราะเราได้บอกชัดเจนว่ารัฐบาลไม่ต้องการเห็นความรุนแรงใดๆเกิดขึ้น ไม่ต้องการให้มีการกระทบกระทั่งกัน ที่ผ่านมารัฐบาลใช้ความอดทน อดกลั้น หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ไม่ต้องการให้สถานการณ์เลวร้ายเพราะไม่เป็นผลดีกับประเทศชาติเลยในเวลาเช่นนี้ ก็ต้องขอให้กลุ่มผู้ชุมนุม รวมถึงแกนนำผู้ชุมนุมได้ตระหนักถึงภาพพจน์และผลประโยชน์ของประเทศ และประชาชน ทุกฝ่ายต้องเคารพกฎหมาย สิ่งที่จะขอความกรุณาจากกลุ่มผู้ชุมนุมคือโปรดทำตามคำสั่งศาล ส่วนการชุมนุมโดยปกติบริเวณรอบๆทำเนียบฯ ในถนนสายอื่นๆนั้นก็สามารถทำได้ตามปกติ เพียงแต่ในเวลาราชการนั้นก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาล เพราะรัฐบาลเคารพในสิทธิในการชุมนุมอยู่แล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้ากลุ่มผู้ชุมนุมไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลจะดำเนินการอย่างไร รักษาการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่ต้องการตอบคำถามในลักษณะที่มองในแง่ร้าย ขอให้ตระหนักว่าเราเป็นคนไทยด้วยกัน ต่างก็มีหน้าที่รับผิดชอบบ้านเมืองด้วยกัน เมื่อฝ่ายรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ได้แสดงความรับผิดชอบ ปฏิบัติตามกฎหมายแล้วก็ขอให้ฝ่ายผู้ชุมนุมได้ดำเนินการด้วย เมื่อถามว่าหากกลุ่มผู้ชุมอ้างว่าจะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลเพราะมีการยื่นอุทธรณ์ไปแล้ว จะดำเนินการอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า คิดว่าคำสั่งของศาลชัดเจน เพราะศาลสั่งให้มีการคุ้มครองชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ก็หมายความว่าขณะนี้ต้องทำตามที่ศาลสั่งไปก่อน ส่วนการยื่นอุทธรณ์ก็เป็นสิทธิที่ทำได้

เมื่อถามว่าหลังเจ้าพนักงานบังคับคดีปิดคำสั่งแล้ว คิดว่าข้าราชการและรัฐมนตรีจะเข้าทำงานที่ทำเนียบฯได้ในวันนี้เลยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ก็คาดหวังว่าจะเป็นอย่างนั้น ต่อข้อถามว่าถ้าไม่เป็นอย่างที่คิดจะดำเนินการตามกฏหมายอย่างเด็ดขาดหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าไปมองในแง่ร้ายอย่างนั้น ต่อข้อถามว่ามองข้อเสนอของ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ที่เสนอให้รวบตัวแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ทราบถึงข้อเสนอดังกล่าว เพราะไม่เคยมีใครเสนอให้รวบตัวแกนนำเลย เมื่อถามย้ำว่าคิดว่ามีความจำเป็นในการดำเนินการหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยที่ยึดหลักกฎหมายเป็นหลักในการบริหารประเทศ เราเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย การชุมนุมเป็นสิทธิที่ทำได้ตราบใดที่ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย แต่หากมีการฝ่าฝืนกฎหมายก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ และรัฐบาลที่จะต้องกำกับดูแลให้เป็นไปตามกฎหมาย ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลว่าจะเกิดเหตุรุนแรงหรือไม่ เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศนัดชุมนุมใหญ่ให้กินพื้นที่กว้างไปถึงหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ในวันที่ 9 เม.ย.นี้ รักษาการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่ทราบแต่รัฐบาลจะพยายามอย่างที่สุดที่จะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงขึ้น เพราะขณะนี้เรามีวิกฤติเศรษฐกิจเหมือนกับประเทศอื่นๆทั่วโลก เฉพาะแค่ปัญหาเศรษฐกิจเราก็แย่อยู่แล้ว ถ้าปล่อยให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง ซึ่งเป็นเรื่องภายในของประเทศเราเองมาซ้ำเติมสถานการณ์อีกก็จะยิ่งทำให้ประเทศชาติเสียหายมากกว่าประเทศอื่นๆ ซึ่งคนที่จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงก็คือประชาชน ดังนั้นรัฐบาลจะระมัดระวังอย่างที่สุด ใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างที่สุด เมื่อถามว่าจะถึงขั้นเจรจากับแกนนำเพื่อให้เห็นแก่ส่วนรวมหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า คิดว่าคนที่เป็นหัวขบวนในการดำเนินการในการชุมนุม เป็นถึงอดีตนายกฯ อดีตรัฐมนตรี เป็นส.ส.ย่อมมีวิจารณญาน มีความสำนึกรับผิดชอบต่อบ้านเมืองอยู่แล้วก็ควรจะคิดได้ด้วยตัวเอง เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าจะไม่เจรจาใช่หรือไม่ นายสุเทพ ได้แต่หัวเราะโดยไม่ตอบคำถาม ต่อข้อถามถึงกรณีที่ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีแนวโน้มถอดเครื่องแบบมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงเพิ่มมากขึ้น นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องแยกแยะบทบาทหน้าที่ให้ชัด ข้าราชการก็เหมือนกับประชาชน ข้าราชการก็มีหน้าที่ปฏิบัติราชการตามภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ส่วนเวลานอกเหนืทอจากการปฏิบัติราชการเขาก็มีสิทธิเหมือนประชาชนทั่วไปที่จะดำเนินการอย่างไรก็ได้ตราบเท่าที่ไม่มีการทำผิดกฎหมาย แต่ถ้าทำผิดกฎหมายเสียเองก็จะถูกลงโทษมากกว่าคนอื่น เมื่อถามว่าแต่การสวมเสื้อแดงทับเครื่องแบบตำรวจทำได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ใช่หน้าที่ของตนที่จะวินิจฉัย มีผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นที่จะต้องดูแล เมื่อถามว่าจะยิ่งทำให้สถานการณ์ครุกรุ่นมากขึ้นหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า อย่ามองโลกในแง่ร้าย ประเทศเจอปัญหามากแล้ว เราอย่าไปสร้างกระแสซ้ำเติมภาวะของประเทศให้รุนแรงไปมากกว่านี้ ปฏิบัติตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น เมื่อถามว่าคิดว่ารัฐบาลจะสามารถดูแลสถานการณ์ให้ผ่านพ้นวันที่ 9 เม.ย.ได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า รัฐบาลจะต้องดูแลให้บ้านเมืองนี้อยู่ในความเรียบร้อย ไม่ให้บ้านเมืองเสียหาย ประชาชนไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องรุนแรงใดๆ เมื่อถามว่าหากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังโฟนอินเข้ามาทุกวันจะเข้าไปดูแลจัดการเรื่องการตัดสัญญาณหรือไม่ รักษาการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนพยายามให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบดูแลในประเด็นของกฎหมาย ยืนยันว่าหากเป็นเรื่องผิดกฎหมายก็จะดำเนินการ แต่ถ้าไม่ผิดกฎหมายเราก็ดำเนินการอะไรไม่ได้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ก็กำลังตรวจสอบอยู่ เมื่อถามว่าเป้นไปได้หรือไม่ในการตัดสัญญานที่มาจากต่างประเทศ นายสุเทพ กล่าวว่า ถ้าการตัดสัญญานั้นเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายก็ทำได้ และถึงวันนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้รายงนผลการศึกษาข้อกฎหมายให้ทราบ ต่อข้อถามว่าได้ติดต่อกับนายกรัฐมนตรีเพื่อรายงานสถานการณ์แล้วหรือยัง นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่ได้ติดต่อ เพราะไม่มีสถานการณ์อะไรพิเศษที่จะต้องรายงาน ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีข่าวว่า ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ จะเดินทางไปให้กำลังใจกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นเรื่องของ ส.ส.ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลหรือเรื่องของตน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง เทือกยันรัฐไม่ได้ส่งสัญญานถอดยศทักษิณ นัดถกครม.นัดพิเศษวันนี้ที่กรมประชาฯ สุเทพปัดจี้สตช.เร่งถอดยศทักษิณ อภิสิทธิ์เผยสุเทพกำลังตรวจสอบตำรวจใส่เสื้อแดง เทือกสั่งยกเลิกครม.-หวั่นเกิดปะทะ

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด