ล่าฆาตกรอำมหิตสยอง...แทงตา-ทุบหน้าเละ

ล่าฆาตกรอำมหิตสยอง...แทงตา-ทุบหน้าเละ

ล่าฆาตกรอำมหิตสยอง...แทงตา-ทุบหน้าเละ เกี่ยวกับ ฆ่า

คนร้ายที่ลงมือฆาตกรรม ประมวล อินทะมาตย์ พนักงานสาวฝ่ายผลิตกล่องใส่เครื่องเพชร บริษัท เอฟพี คัสตอมแพค จำกัด คงเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและอยู่ในอารมณ์รุนแรงจนเกิดจะยับยั้ง ถึงได้ลงมือทำร้ายด้วยการใช้ของมีคมแทงเบ้าตาทั้งสองข้าง ใช้ของแข็งทุบใบหน้าจนจมูกยุบ ฟันหัก !?!

ใครคือคนร้ายอำมหิตรายนี้ ?

ประมวล อาศัยอยู่ที่ห้องเลขที่ 504 ชั้น 5 สีฟ้าอพาร์ตเม้นต์ เลขที่ 43 ถนนพระราม 2 ซอย 50 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ กับแฟนหนุ่มอาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างวินหลังโรงงานได้ไม่ถึงปี ก็มาถูกฆาตกรรมเสียชีวิต เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2552

พ.ต.อ.ยุคลเดช ตันสกุล ผกก.สน.ท่าข้าม พร้อมด้วย พ.ต.ท.คมกริช มั่นจิตต์ สว.สส.สน.ท่าข้าม และชุดสืบสวน ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ก่อนจะลงความเห็นเกี่ยวกับคนร้ายว่าน่าจะเป็นคนใกล้ตัว หรือคนที่ผู้ตายรู้จักดี

เหตุผลสนับสนุนประการแรก คือ จากการตรวจสอบประตูและหน้าต่างห้องพักเกิดเหตุไม่พบร่องรอยงัดแงะหรือทำลาย เพื่อเป็นช่องทางเข้าไปก่อเหตุ ดังนั้นผู้ตายน่าจะเป็นคนเปิดประตูให้คนร้าย หรือไม่คนร้ายก็อยู่ในห้องเดียวกันกับผู้ตายนั่นเอง

ประกอบกับสภาพศพที่พบ ประมวล อยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีขาว กางเกงขาสามส่วนลายดอกสีเหลือง ซึ่งเป็นชุดลำลองสำหรับนอนในเวลากลางคืน หมายถึงเธอกำลังจะเข้านอนหรืออยู่ในห้องนั้นนานพอที่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดทำงานมาเป็นชุดที่เธอสวมใส่อยู่ โดยไม่คิดว่าจะออกไปไหนอีก สรุปได้ว่าขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางคืน จึงเป็นเหตุผลสนับสนุนประเด็นแรกให้มีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น

ใครกันที่จะมาหาผู้ตายยามวิกาลหากไม่ใช่คนรู้จักมักคุ้น หรือใครกันที่จะอยู่ในห้องเดียวกับผู้ตายหากไม่ใช่คนสนิทรู้ใจ ?

ขณะเดียวกัน ผลการตรวจสอบห้องเกิดเหตุ พบข้าวของกระจัดกระจาย บ้างแตกหักเสียหาย บ่งบอกถึงการมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันก่อนลงมือ โดยอีกฝ่ายถือของมีคมอยู่ จึงเกิดบาดแผลบริเวณฝ่ามือ ซึ่งน่าจะเกิดจากการยื้อแย่งจนถูกบาด เมื่อเหยื่อพลาดท่าเลยถูกกระหน่ำแทง ทุบทำร้ายจนเสียชีวิต แล้วรื้อค้นทรัพย์สินไป โดยก่อนออกจากห้องได้นำผ้าขนหนูผืนใหญ่สีขาววางซับเลือด แล้วปิดประตูห้องไว้เหมือนเดิมเหมือนกับไม่เกิดอะไรขึ้น

ทรัพย์สินที่สูญหายไปนั้น เท่าที่ชุดสืบสวน สน.ท่าข้าม ตรวจพบ ได้แก่ สร้อยคอทองคำและสร้อยข้อมือน้ำหนักรวมกัน 1 บาท แหวนทองคำน้ำหนัก 25 สตางค์ และเงินสด 7,000 บาท ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบไปตามร้านรับจำนำและร้านทองในพื้นที่หลายแห่ง จนกระทั่งได้ข้อมูลว่าสร้อยคอทองคำและสร้อยข้อมือนั้น แท้ที่จริงไม่ได้ถูกคนร้ายเอาไป แต่ก่อนเกิดเหตุประมวลเองนั่นแหละเป็นคนนำไปจำนำเอาเงินมาเป็นค่าใช้จ่าย

ชุดสืบสวนอีกชุดได้ตามแกะรอยไปยังแฟนหนุ่ม ที่บรรดาญาติๆ และเพื่อนร่วมงานบอกได้เพียงว่าเป็นคนขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง สวมเสื้อวินเบอร์ 9 เท่านั้น เมื่อควานหาตัวได้นำมาสอบปากคำยืนยันว่าไม่มีใครรู้จักเหยื่อสาวรายนี้ ทำให้ชุดสืบสวนต้องควานหาตัวกันต่อไป เนื่องจากเบาะแสเกี่ยวกับแฟนหนุ่มคนนี้มีอยู่น้อยมาก แม้แต่ญาติเองก็ไม่เคยเห็นหน้าค่าตา ยิ่งเป็นเพื่อนร่วมงานยิ่งไม่เคยได้รับการแนะนำให้รู้จักมาก่อนเลย

"ญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตทุกคนต่างให้ข้อมูลเป็นแนวทางเดียวกันว่า เหยื่อสาวรายนี้มักไม่ค่อยยุ่ง ไม่ค่อยสุงสิงกับใครมากนัก เป็นคนชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว อีกทั้งไม่เคยพูดถึงเรื่องเพื่อนชายให้ญาติพี่น้องฟังเลย ส่วนเพื่อนร่วมงานที่บริษัท เอฟพี คัสตอมแพค จำกัด ที่ผู้ตายทำงานอยู่ก็พอมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ แต่ไม่ค่อยชัดเจนมากนัก ไม่ว่าจะเป็นประเด็นของแฟนหนุ่ม ที่เพื่อนผู้ตายบอกว่าประกอบอาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างอยู่ที่วินรถจักรยานยนต์รับจ้างห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพระราม 2" พ.ต.ท.คมกริช มั่นจิตต์ สว.สส.สน.ท่าข้าม ระบุ

อย่างไรก็ตาม จากการสืบสวนล่าสุดมีพยานให้การว่า ก่อนที่ประมวลจะเสียชีวิตและพบเป็นศพในอีก 2 วันต่อมานั้น แฟนหนุ่มของเธออยู่ในอาการมึนเมาสุราและพักอยู่ในห้องเกิดเหตุนั่นเอง แต่น่าแปลกที่หลังเกิดเหตุได้หายตัวไป ด้วยพิรุธที่ปรากฏนี้ทำให้ชุดสืบสวนปักใจเชื่อว่าแฟนหนุ่มของเธอน่าจะเป็นมือมีดหรือไม่อย่างน้อยก็น่าจะมีส่วนกับการตายครั้งนี้

ส่วนปมเหตุของการฆาตกรรมอำมหิตครั้งนี้ จะมาจากเหตุผลใด มือมีดรายนี้น่าจะตอบได้ ซึ่งขณะนี้ตำรวจก็เข้าใกล้ไปมากแล้ว !?!

 

 

เรื่องล่าสุดของหมวด อาชญากรรม

ดูหมวด อาชญากรรม ทั้งหมด