ศรราม น้ำเพชร หวังแท็กซี่เปลี่ยนนิสัยไล่ลงรถ-โชเฟอร์ถูกปรับ แฉกลับเปิดเพลงดัง

ศรราม น้ำเพชร หวังแท็กซี่เปลี่ยนนิสัยไล่ลงรถ-โชเฟอร์ถูกปรับ แฉกลับเปิดเพลงดัง
Amarintv

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณี พระเอกลิเกชื่อดัง “ศรราม น้ำเพชร” โพสต์คลิปวิดีโอลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว “Sornram Aneklap” พร้อมระบุข้อความ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ขณะที่ตนเองอยู่บนรถแท็กซี่ โดยโชเฟอร์แท็กซี่ด่าทอ และไล่ตนกับน้องสาวลงจากรถ เนื่องจากในระหว่างที่กำลังนั่งโดยสารอยู่เบาะหลังรถ น้องสาวตนได้เปิดเพลงจากโทรศัพท์มือถือ

ขณะเดียวกันโชเฟอร์รถแท็กซี่ก็เปิดวิทยุเสียงดังเพื่อฟังข่าว โดยคนขับอ้างว่า เสียงเพลงของตนทำให้คนขับไม่มีสมาธิในการขับรถ พร้อมบอกให้ตนกับน้องสาวลงจากรถไป โดยยืนยันจะไม่เอาเงิน แต่น้องสาวของตนได้จ่ายเงินไป คนขับจึงโยนเงินที่จ่ายให้คืนก่อนที่ตน และน้องสาวจะปิดประตู

ล่าสุด วันนี้ (13 มี.ค.) นายศรราม เอนกลาภ หรือ ศรราม น้ำเพชร พระเอกลิเกชื่อดัง เปิดเผยถึงเรื่องราวในวันนั้นว่า ช่วงเวลาประมาณบ่ายโมง ตนกับน้องสาวเดินทางออกจากคอนโด ย่านบางแค ตนได้เรียกแท็กซี่คันแรกมา แต่แท็กซี่ไม่ไปเพราะต้องส่งรถตอน 16.00 น. แท็กซี่คันดังกล่าว จึงเรียกรถแท็กซี่อีกคันหนึ่งให้แทน

พอรถแท็กซี่มาถึง ตนแจ้งว่าให้ไปส่งที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ย่านสุขุมวิท โชเฟอร์จึงสอบถามเส้นทางว่าตนจะไปทางไหน ตนจึงบอกว่าไปทางด่วน คนขับก็ถามตนอีกว่า ไปทางด่วนไหน ตนจึงบอกว่าตนไม่ทราบ เพราะเป็นคน จ.พระนครศรีอยุธยา ไม่รู้เส้นทางในกรุงเทพฯ

ระหว่างทาง น้องสาวตนเปิดเพลงในโทรศัพท์มือถือผ่านลำโพงโทรศัพท์ เพราะไม่มีหูฟัง ช่วงที่เปิดเพลงแรก คนขับแท็กซี่ ไม่ได้พูดอะไร แต่พอกำลังจะเปิดเพลงที่สอง ลุงคนขับได้เปิดวิทยุฟังข่าวขึ้นมาทันที และได้ยินคนขับพูดว่า “จะฟังข่าว” แต่น้องสาวตนไม่ได้ยิน จึงพูดกับคนขับว่าเบาเสียงเล็กน้อยได้ไหมคะ

ตนจึงรีบบอกน้องว่า “จะฟังข่าว” ขณะเดียวกัน คนขับแท็กซี่จึงพูดขึ้นว่า “ถ้าคุณจะฟังเพลง ผมไม่ไปส่งแล้ว เดี๋ยวผมส่งลงตรงนี้ก็ได้นะ เพราะผมไม่มีสมาธิขับรถ” ตอนนั้นตนรู้สึกว่า คนขับแท็กซี่เริ่มหงุดหงิด น้องสาวตนจึงพูดขอโทษกับคนขับ แล้วปิดเพลง

จากนั้น ตนกับน้องสาวนั่งคุยเรื่องอาการป่วยของพ่อแม่ที่โรงพยาบาล ไม่ได้พูดเสียงดังอะไร พอถึงช่วงใกล้กับ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สะพานตากสิน คนขับพูดว่า “เดี๋ยวคุณลงตรงนี้เลยแล้วกัน แล้วก็ไปรถไฟฟ้าเพราะรถมันติด ผมไม่เก็บตังค์ ไปรถไฟฟ้าก็สะดวกดี” ตนรู้สึกเช่นเดียวกัน เพราะรถติดจริง ตอนนั้นคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะคนขับไม่เก็บเงินด้วย

ขณะนั้น น้องสาวส่งข้อความไลน์มาถามตนว่า “เราทำอะไรผิด ทำไมเขาให้เราลงจากรถ” จึงตอบไปว่า คนขับอาจจะกลัวไปส่งรถไม่ทัน เพราะเริ่มเย็นแล้ว พอรถจอด คนขับหันมาพูดใส่อารมณ์ว่า “คุณจะคุยอะไรกันนักหนา ผมไม่มีสมาธิไม่มีอารมณ์ขับรถ” น้ำเสียงตอนนี้กับตอนที่บอกให้ตนไปลงรถไฟฟ้าค่อนข้างแตกต่างกัน ตนจึงตัดสินใจถ่ายคลิปเอาไว้

นายศรราม เล่าต่อว่า ตนจึงได้บอกกับคนขับแท็กซี่ว่า ไม่ให้เปิดเพลงก็บอกกันดีๆ แต่คนขับบอกว่า ก็ผ่านมาแล้วจะไปพูดถึงทำไม ตนจึงคิดว่า คนขับไม่น่าจะโกรธเรื่องที่เปิดเพลง แต่น่าจะเป็นเรื่องที่ตนพูดคุยกันบนรถ

หลังจากนั้นคนขับจึงไล่ตนกับน้องลงรถ แล้วยังพูดต่อท้ายว่า “ไปๆ เงินร้อยกว่าบาท ผมไม่เอาก็ได้” พอได้ยินเช่นนั้น ตนก็รู้สึกว่า ตนไม่จ่ายคงไม่ได้ น้องสาวตนจึงสวนไปว่า “อ๋อ เงินร้อยกว่าบาท หนูก็มีจ่ายค่ะ” จากนั้นก็วางเงินไว้ แต่ถูกคนขับหยิบเงินแล้วเขวี้ยงตามหลังมา

ขณะนั้น นายศรราม ยอมรับว่า ตอนนั้นโมโหที่คนขับรถแท็กซี่ นำเงินมาเขวี้ยงใส่ ทั้งที่ไม่ได้ทะเลาะกันรุนแรง ตนคิดว่า การที่ตนหยิบโทรศัพท์มาถ่ายคลิปไว้ มันดีกว่าใช้กำลังต่อยตีทะเลาะกัน หากเป็นคนอื่นที่อารมณ์ร้อน คงเกิดปัญหาใหญ่กว่านี้

อย่างไรก็ตาม นายศรราม ยืนยันว่า ตนเพียงอยากลงคลิปให้เป็นอุทาหรณ์ ไม่อยากจะให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับผู้โดยสารคนอื่นอีก เพราะอยากให้ทุกคนใจเย็น พูดกันด้วยเหตุผล สำหรับเรื่องที่คนขับรถแท็กซี่คันนี้ ถูกกรมขนส่งเรียกไปชำระค่าปรับ ตนไม่ได้อยากจะให้คนขับเสียค่าปรับ เพียงแค่อยากให้เปลี่ยนนิสัย เพราะหลายคนเข้ามาแสดงความเห็นว่า เคยถูกคนขับคนนี้ไล่ลงจากรถเช่นเดียวกัน

ตนอยากจะบอกคนขับแท็กซี่ว่า หากโมโหที่เปิดเพลง ตนก็ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ส่วนเรื่องถ่ายคลิปวิดีโอ เพียงอยากให้เป็นอุทาหรณ์ว่า หากผู้โดยสารขึ้นแท็กซี่ ควรสอบถามกับคนขับว่า สามารถเปิดเพลงได้หรือไม่ พร้อมทั้งอยากให้คนขับแท็กซี่รักในงานบริการ เพื่อผู้โดยสารคนอื่น จะได้ไม่เปลี่ยนไปใช้บริการอย่างอื่นแทน

ขณะเดียวกัน ทางด้าน นายสุกรี จารุภูมิ ผอ.กองตรวจการขนส่งทางบก ให้ข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นรถแท็กซี่หมายเลขทะเบียน ทษ-8667 กทม. ผู้ขับรถชื่อ นายสมัย  โดยมีเจ้าของรถคือสหกรณ์แท็กซี่ไทย จำกัด

ซึ่งนายสมัยได้ให้การว่า ผู้ร้องเรียนได้เรียกรถจากบริเวณท่าเกษตร ถนนเทอดไท เพื่อที่จะเดินทางไปโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จ.นนทบุรี แล้วได้มีปากเสียงกันภายในรถกรณีเปิดเพลงเสียงดัง จึงได้ให้ลงจากรถก่อนถึงจุดหมายปลายทาง และได้โยนเงินค่าโดยสารคืนให้แก่ผู้โดยสารไปจริง

การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ ฐานไม่ส่งผู้โดยสารให้ถึงจุดหมายตามที่ตกลงกัน และมาตรา 57 ฐานแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ จึงลงโทษปรับเป็นเงิน 400 บาท พร้อมทั้งส่งตัวเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับกฎระเบียบการให้บริการที่ดี เป็นเวลา 3 ชั่วโมง พร้อมลงบันทึกประวัติการกระทำผิดไว้ในศูนย์ข้อมูลฯ หากพบว่าทำผิดซ้ำอีก จะพิจารณาลงโทษในสถานหนักต่อไป

เรื่องล่าสุดของหมวด สังคม

ดูหมวด สังคม ทั้งหมด