‘แต๊งค์ พงศกร’ ตอบแมนๆ เป็นหนี้แฟนเก่า 2 แสน รับสภาพชีวิตขาลง

Amarintv

สนับสนุนเนื้อหา

เล่นเอาต่อมเผือกกระตุก เมื่อแฟนเก่าสาวนอกวงการของหนุ่ม “แต๊งค์ พงศกร” ประกาศทวงเงินกลางไอจี แฉฝ่ายชายฉกบัตรกดเงินสดไปใช้แถมไม่คืน วอนติดต่อกลับเพราะอยากเคลียร์ ประเด็นเผ็ดขนาดนี้ สื่อฯ ตามตัวหนุ่มแต๊งค์กันให้ควั่กแต่เจ้าตัวก็ยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่พร้อมชี้แจงอะไร

ล่าสุด หนุ่มแต๊งค์มีคิวออกอีเวนต์ เลยขอเผยถึงเรื่องเงินๆ ทองๆ กับแฟนเก่า ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่าติดเงินแฟนเก่า 2 แสนบาท แต่ได้คืนไปบางส่วนแล้วเหลือคงค้าง ณ ขณะนี้ 1 แสนต้นๆ แจงเงินจำนวนนี้เป็นเงินที่ใช้ร่วมกัน แต่ตนขอรับผิดชอบเองด้วยความเป็นลูกผู้ชาย คาดสาเหตุที่ฝ่ายหญิงโกรธจัดถึงขั้นประกาศทวงเงินชนิดไม่ไว้หน้าอาจเป็นเพราะตนไม่ยอมรับโทรศัพท์

“มันเกิดจากที่ว่าผมไม่ได้รับสายเขา เป็นเวลาสองวันติดกัน เขาก็เลยค่อนข้างมีอารมณ์ จริงๆ ผ่านการเจรจาผ่านการพูดคุยมาเยอะตั้งแต่สมัยคบกัน ตอนนั้นที่เขาโพสต์คือเลิกกันได้ 7 เดือนแล้ว ซึ่งเราคบกันมา 4 ปี ก็อยู่ในระดับที่จริงจังเพราะว่าอยู่ก็เริ่มเยอะแล้ว

ระหว่างคบกันก็มีการตกลงอะไรหลายอย่าง มีการทำธุรกิจร่วมกัน ใช้กระเป๋าตังค์เดียวกัน แล้วเราด้วยความเป็นลูกผู้ชายก็ได้เอ่ยปากไว้ว่าจะรับผิดชอบให้ มันก็เลยติดค้างกันมาจนถึงทุกวันนี้ ส่วนที่เขาโพสต์ก็มีทั้งความจริงและไม่ใช่เรื่องจริง อย่างเช่นเรื่องบัตรเครดิต ถ้าจะให้พูดตรงๆ เลยก็คือเราใช้ด้วยกัน ซึ่งที่สัญญาว่าจะคืน ก็คือเงินที่เราใช้ด้วยกัน”

เคลียร์ใจทันทีหลังเกิดเรื่อง

“เราก็ติดต่อรับสาย พูดคุยกันมาตลอด แต่ตอนนั้นมันมีเรื่องติดพันจริงๆ คนมันทวงอ่ะ จากข้อตกลงเดิมที่พูดตอนคบกัน ในเมื่อตอนนี้ทำไม่ได้แล้ว มันก็ต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ไม่ใช่ว่าจะอยากได้เดี๋ยวนั้นเดี๋ยวนี้ เพราะเราก็เคลียร์แล้วก็ตกลงเรื่องนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว ว่าเราจะชดใช้ให้เขา

ไม่งั้นเขาคงไม่รอมานานขนาดนี้ 7 เดือน เพียงแต่ที่เขามาโพสต์เพราะว่าผมไม่ได้รับสายเขา 2 วัน คือยังไงผมก็รับผิดชอบแน่นอน แต่เขาไม่ได้กำหนดว่าต้องจ่ายเมื่อไหร่ยังไง แต่เขาก็ทวงมาเรื่อยๆ แต่เราก็ยังไม่พร้อม

ซึ่งหลังเกิดเรื่องผมก็เคลียร์แล้วครับ ผมก็บอกว่าผมโกรธมาก เพราะมันกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต ผมก็เกรงใจครอบครัวผมด้วย ผมคิดว่ามันแรงไป ตัวเขาก็ได้ขอโทษ แล้วผมก็ไม่อยากจะพูดถึงตัวเขามาก เพราะเขาไม่ใช่คนในวงการบันเทิง อาจจะไม่ได้มีสิทธิ์ในการใช้สื่อ แต่ผมก็ไม่ได้ติดใจอะไรตรงนี้ เพราะว่ามันไม่ใช่เป็นเรื่องที่เราอยากให้ใครมาเข้าใจ

แต่เรื่องเดียวเลยก็คือไม่อยากให้ผู้ใหญ่ฝ่ายเรามาเป็นกังวลในความประพฤติหรือความรับผิดชอบของเรา ผมกับน้องก็ยังคุยกันรู้เรื่องอยู่ แล้วก็ต้องมาดูว่าจะหาทางออกกันยังไงให้มันเหมาะสมที่สุด”

ไม่คิดว่าการไม่รับสายเขาจะเป็นเรื่องแรงขนาดนี้

“ผมก็ไม่คิดจริงๆ ว่าไม่รับสายแค่ 2 วันเขาจะทำแบบนี้ มันก็ลำบากด้วยกันมาทั้งคู่ มันมีการลงทุนแล้วมันพลาดด้วยกัน แล้วยังมีปัญหาเรื่องความรักด้วย หลายอย่างครับ ขาลง”

ยืนยันไม่คิดเบี้ยวเงินแฟนเก่า

“ผมจะหนีได้ยังไงผมอยู่ที่เดิม บ้านผมก็อยู่ที่เดิม เดินไปถึงบ้านเขาด้วย บ้านเราใกล้กัน นั่นคือสิ่งที่ผมส่งไปหาเขาในไลน์วันรุ่งขึ้น ว่าผมอยู่ที่เดิมทำไมถึงไม่มา แล้วเขาก็มาเลยบ่ายวันนั้น คือเราเป็นหนี้ก็ต้องใช้สิครับ แต่เราไม่ได้โกงกัน เงินก้อนที่ผมจะคืนเขา ผมมีอยู่แล้วพร้อมคืน แต่ต้องขออนุญาตผู้ใหญ่”

ฟีดแบกจากทางครอบครัว?

“มันพูดยาก เดี๋ยวเขาไม่ให้เข้าบ้าน”

ทางคุณแม่บอกให้เด็กๆ ไปคุยกันเอง?

“ถึงพูดอย่างนั้นแต่เราก็ต้องขออยู่ดีว่าเค้าจะไฟเขียวไหม ”

อีกฝ่ายบรรยายถึงเราว่าเป็น “ขาลง” ด้วยรู้สึกยังไงบ้าง?

“มันเรื่องจริงครับ ความจริงมันก็ต้องกระทบจิตใจอยู่แล้ว ใครจะมาพูดใส่เรามันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรไปกว่านั้นแล้ว เรื่องขาลงก็เป็นอะไรที่เราต้องสู้ เข้าวงการมาตั้งแต่เด็ก มันก็ต้องมีช่วงว่างงานบ้าง แล้วก็ลองทำมาหากินอย่างอื่นบ้าง ส่วนเรื่องคราวนี้ผมยอมรับผิด”

เหมือนจบกันไปสวย?

“เรียกว่าแฟนเก่า ความสัมพันธ์ก็คงจะไม่มีอะไรแย่ไปกว่านั้นแล้วแหละครับ”

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!