3 คนไทย วิ่งเบตง-แม่สาย ต่างกรรมต่างวาระ เจตนาดีเพื่อสังคม

3 คนไทย วิ่งเบตง-แม่สาย ต่างกรรมต่างวาระ เจตนาดีเพื่อสังคม

3 คนไทย วิ่งเบตง-แม่สาย ต่างกรรมต่างวาระ เจตนาดีเพื่อสังคม เกี่ยวกับ ตูน บอดี้สแลม

Workpoint TV

สนับสนุนเนื้อหา

หยุดประเด็นดราม่าวิ่งเบตง-แม่สาย ใครเป็นคนแรกคนรอง แล้วกลับมาโฟกัสกันที่เป้าหมาย

หากย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีก่อน ประมาณ พ.ศ.2529 เคยมีคนวิ่งจากใต้สุดแดนสยามที่ อ.เบตง จ.ยะลา ไปที่ อ. แม่สาย เหนือสุดแดนสยาม เพื่อรับบริจาคช่วยเหลืออาหารกลางวันเด็กนักเรียน 24 โรงเรียน ครั้งนั้นใช้เวลาวิ่งกว่า 2 เดือน เขาคือนายไชยวัฒน์ วรเชฐวราวัตร์ ปัจจุบันอายุ 63 ปี


ไชยวัฒน์ วรเชฐวราวัตร์ วิ่งระดมทุนช่วยเหลืออาหารกลางวันเด็กนักเรียน 24 โรงเรียน

จุดเริ่มต้นของการวิ่ง เกิดขึ้นหลังนายไชยวัฒน์ เรียนจบวิทยาลัยครู โดยมีแรงบันดาลใจจากปัญหาการแคลนอาหารของเด็กคนหนึ่ง ที่ต้องอาศัยข้าวจากวัดพระรูป จ.เพชรบุรี โดยนั่งรถไฟไปเริ่มต้นวิ่งจาก อ.เบตง วิ่งเฉลี่ยวันล่ะ 40 กิโลเมตร วิ่งไปถึงอำเภอไหน ก็ให้ทางอำเภอช่วยจัดการเรื่องรับบริจาค


ไชยวัฒน์ วรเชฐวราวัตร์ ปัจจุบันอายุ 63 ปี

แม้สมัยนั้นจะยังไม่มีโซเชียล การติดต่อประสานงานค่อนข้างลำบาก แต่ยอดรวมเงินบริจาคตลอดระยะทางได้มากกว่า 2 ล้านบาท นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า เมื่อทราบข่าว ตูน บอดี้สแลม วิ่งเพื่อหาเงินจัดซื้ออุปกรณ์ให้กับโรงพยาบาล 11 แห่ง ทำให้คิดถึงตัวเองสมัยหนุ่มๆ และขอเป็นกำลังใจในการทำความดีครั้งนี้


พลาม พรมจำปา อดีตตำรวจพลร่มค่ายนเรศวร วิ่งเพื่อรณรงค์สร้างสันติภาพ ปลุกจิตสำนึกให้คนไทยรักชาติ

ต่อมาในปี 2548 มีการวิ่งเพื่อรณรงค์สร้างสันติภาพ ปลุกจิตสำนึกให้คนไทยรักชาติ โดยดาบตำรวจพลาม พรมจำปา อดีตตำรวจพลร่มค่ายนเรศวร ที่วิ่งด้วยรองเท้าคอมแบต ซึ่งเป็นรองเท้าสำหรับใช้งานในหน้าที่ตำรวจ ครั้งแรกวิ่งออกจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย และถึงจุดหมายที่ อ.เบตง จ.ยะลา และครั้งที่ 2 ปีเดียวกัน วิ่งจากเบตง-ศิริราศ-หนองคาย-แม่สาย รวมระยะเวลา 52 วัน


พลาม พรมจำปา อดีตตำรวจพลร่มค่ายนเรศวร

ปัจจุบันนายพลาม พรมจำปา อดีตดาบตำรวจ ที่ผันตัวออกมาเป็นครูฝึกการต่อสู้ และจัดการแข่งขันมวย ชื่อเสียงของพลาม พรมจำปา กลายเป็นที่รู้จักในโลกโซเชียลเมื่อ เขาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึง “ตูน บอดี้สแลม”

และล่าสุด ปี 2560 นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม วิ่งระดมทุนในโครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ จากเบตงถึงแม่สาย รวมระยะเวลา 55 วัน ได้เงินบริจาคที่สูงพันล้านบาท ได้ทำสถิติคนไทยคนแรกที่วิ่งจากใต้สุดถึงเหนือสุดของประเทศไทย ที่บันทึกสถิติด้วยมาตรฐานสากล เริ่มวิ่งจาก อ.เบตง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2560 สิ้นสุด อ.แม่สาย จ.เชียงราย ผ่าน 20 จังหวัด ระยะทาง 2,191 กิโลเมตร รวมเวลาวิ่งเพียง 55 วัน และได้ใบรับรองสถิติจาก THAILAND RECORDS

สำหรับหลักการขอใบรับรอง Thailand Records สามารถดำเนินการได้ 2 ลักษณะ คือ 1.ส่งหลักฐานเพื่อให้ “บันทึกไทย” (Thailand Records) พิจารณารับรองสถิติ และ 2. ทำสถิติต่อหน้าตัวแทนของ “บันทึกไทย” (Thailand Records) เพื่อการพิจารณารับรองสถิติ

แต่ก่อนจะได้รับใบรับรองจะต้องเข้าสู่ขั้นตอนการร่วมสร้างสถิติ 6 ขั้นตอน คือ 1. กำหนดเป้าหมายที่จะทำสถิติ 2. ขึ้นทะเบียนเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างถูกต้อง อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนจะติดต่อกลับ 3. ผู้ทำสถิติต้องเป็นผู้ดำเนินการต่างๆ เพื่อความสะดวกในการพิจารณารับรองสถิติ อันได้แก่ การจัดการกิจกรรม การจัดเตรียมอุปกรณ์การวัดสถิติ สถานที่ เจ้าหน้าที่และสักขีพยาน เพื่อการตรวจสอบร่วมกันกับตัวแทน Thailand Records 4. ค่าธรรมเนียมในการจดบันทึก ทีมงานจะแจ้งให้ทราบก่อนที่ท่านจะตัดสินใจขึ้นทะเบียนเพื่อสร้างสถิติ (ค่าธรรมเนียมในการจดบันทึก ขึ้นอยู่กับรูปแบบและสถิติที่จะบันทึก) 5. ผู้สร้างสถิติต้องส่งหลักฐานการทำสถิติตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง เพื่อเป็นการยืนยันสถิติอย่างเป็นทางการ และ 6. สถิติที่ได้รับการรับรอง จะได้รับการบันทึกในหนังสือและสื่อต่างๆ ของ “บันทึกไทย” พร้อมทั้งมอบใบสัมฤทธิบัตรแก่ผู้สร้างสถิติขอ

เรื่องล่าสุดของหมวด สังคม

ดูหมวด สังคม ทั้งหมด