ตร.พบมี DSI โยงคดีครูจอมทรัพย์ จ่อฟัน ม.157 อั้งยี่ซ่องโจร
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/911/4556966/news12.jpgตร.พบมี DSI โยงคดีครูจอมทรัพย์ จ่อฟัน ม.157 อั้งยี่ซ่องโจร

ตร.พบมี DSI โยงคดีครูจอมทรัพย์ จ่อฟัน ม.157 อั้งยี่ซ่องโจร

แชร์เรื่องนี้
google ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google

โฆษก ตร. เผย มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเอี่ยวขบวนการสร้างหลักฐานเท็จ "ครูจอมทรัพย์" เข้าข่ายสนับสนุนรื้อคดี ผิด ม.157 อั้งยี่ซ่องโจร คาดสัปดาห์หน้าชัดมีบุคคลใดบ้าง

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย ความคืบหน้าการดำเนินคดีกับขบวนการสร้างหลักฐานเท็จของนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หรือ ครูจอมทรัพย์ ว่าขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ และจากหนังสือรายงานผลการจับเท็จของบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ ที่ดีเอสไอรายงานต่อกระทรวงยุติธรรมไปเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 ชี้ให้เห็นว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรื้อคดีโดยมิชอบอย่างแน่นอน

เนื่องจากรายงานการจับเท็จ ระบุว่า นายสับ วาปี และ ครูอ๋อง ได้รับสารภาพต่อเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่ควบคุมเครื่องจับเท็จว่า ครูอ๋อง และ ครูจอมทรัพย์ ได้สืบค้นหารถที่มีป้ายทะเบียนใกล้เคียงกับทะเบียนรถของครูจอมทรัพย์ จนไปพบกับนายสับ และได้ว่าจ้างให้นายสับรับผิดแทน เป็นเงิน 4 แสนบาท โดยจะมอบเงินให้หลังจากที่ศาลรับฟ้องแล้ว และมีการสร้างพยานหลักฐานเท็จ แต่สุดท้ายนายสับกลัวว่าจะถูกคุมขังจริง จึงรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอว่าถูกว่าจ้างมา

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่นายสับ และ ครูอ๋อง รับสารภาพกับเจ้าหน้าที่แล้ว เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ กลับยังมีความพยายามที่จะผลักดันสำนวนให้ไปสู่การรื้อฟื้นคดีในชั้นศาล เข้าข่ายมีส่วนส่งเสริมสนับสนุน โดยขณะนี้ได้เรียกเจ้าหน้าที่ DSI เข้าให้ปากคำกับคณะกรรมการแล้ว 12 นาย

โดยหลังจากสอบปากคําเจ้าหน้าที่ครบ 14 นายแล้ว ก็จะเร่งสรุปผลว่ามีเจ้าหน้าที่นายใดเข้าไปเกี่ยวข้อง และเข้าข่ายกระทำความผิดให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า เพื่อที่จะดำเนินคดีในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อาจถูกแจ้งข้อหาอั้งยี่ซ่องโจรร่วมด้วย

ส่วนประชาชนทั่วไปที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ขณะนี้มีการแจ้งข้อหาไปแล้ว 9 คน เหลืออีก 2 คน คือ นายธณัช ทนายความ และนางวาสนา ผู้รับมอบอำนาจ ที่ตำรวจออกหมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 12 และ 14 ธันวาคมนี้ ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม