เอแบคโพลล์ชี้ศึกซักฟอกขุนพลฝ่ายค้านสอบตกหมด

คมชัดลึก : เอแบคเรียลไทม์โพลล์ เผยผลสำรววควันหลงศึกอภิปรายไม่ว้างใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ชี้ข้อมูลผู้อภิปรายจากพรรคฝ่ายค้านสอบตกไม่น่าเชื่อถือ ขณะที่ผลชี้แจง รมต.เป็นที่น่าพอใจและไม่สมควรปรับเปลี่ยน รมต.ด้านความนิยมในตัว แม้ว ดิ่งวูบตกมาอยู่ในโซนดีบวก ขณะที่อภิสิทธิ์ได้แค่ บีลบ วันนี้ (22 มี.ค.) สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลสำรวจ เอแบคเรียลไทม์โพลล์ (Real-Time Survey) เรื่องเสียงสะท้อนของสาธารณชนต่อควันหลงผลการ อภิปราย ไม่ไว้วางใจรัฐบาลและแนวโน้มความนิยมศรัทธาต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนใน 18 จังหวัดทั่วประเทศ พบว่าประชาชนที่ถูกศึกษาที่ติดตามรับชมรับฟังการถ่ายทอดสดการ อภิปราย ไม่ไว้วางใจรัฐบาลเพิ่มสูงขึ้น จากร้อยละ 6.3 ในวันแรก มาอยู่ที่ร้อยละ 17.7 ในวันที่สอง นอกจากนี้ ประชาชนได้ให้คะแนนความน่าเชื่อถือในข้อมูลของนักการเมืองที่นำมาใช้ในการ อภิปราย ไม่ไว้วางใจรัฐบาล จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน พบว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ได้คะแนนสูงสุดอยู่ที่ 4.89 คะแนน รองลงมา คือ ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ได้คะแนนอันดับรองลงมา คือ 4.80 คะแนน นายสุนัย จุลพงศธร ได้ 4.75 คะแนน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ 4.69 คะแนน นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุลได้ 4.65 คะแนน นายไพจิต ศรีวรขาน ได้ 4.52 คะแนน และนายสุชาติ สายน้ำเงิน ได้ 4.34 คะแนน สำหรับประเด็นที่ประชาชนอยากให้มีการ อภิปราย ไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งต่อไป ได้แก่ ร้อยละ 80.0 ระบุเป็นเรื่องมาตรการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ร้อยละ 70.7 ระบุแนวทางแก้ปัญหายาเสพติด ร้อยละ 70.1 ระบุปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 67.9 ระบุปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร้อยละ 61.4 ระบุความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และร้อยละ 58.5 ระบุปัญหาชายแดนของประเทศ ที่น่าพิจารณาคือ ความคิดเห็นของประชาชนต่อรัฐมนตรีที่ถูก อภิปราย ไม่ไว้วางใจว่าควรถูกปรับออกหรือไม่ควรถูกปรับออกพบว่า อันดับแรก คือ นายกษิต ภิรมย์ ร้อยละ 41.8 เห็นว่าควรปรับออก แต่ร้อยละ 58.4 เห็นว่าไม่ควรปรับออก รองลงไป คือ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ร้อยละ 27.6 เห็นควรปรับออก แต่ร้อยละ 72.4 เห็นว่าไม่ควรปรับออก นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ร้อยละ 23.6 เห็นควรปรับออก แต่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.4 เห็นว่าไม่ควรปรับออก นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ร้อยละ 20.4 เห็นควรปรับออก แต่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 79.6 เห็นว่าไม่ควรปรับออก นายกรณ์ จาติกวณิช ร้อยละ 18.2 เห็นว่าควรปรับออก แต่ส่วนใหญ่ร้อยละ 81.8 เห็นว่าไม่ควรปรับออก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ร้อยละ 15.6 เห็นควรปรับออก แต่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.4 เห็นว่าไม่ควรปรับออกและนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 16.5 เห็นว่าควรปรับออก แต่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.5 เห็นว่าไม่ควรปรับออก นอกจากนี้ ในการสำรวจครั้งนี้พบแนวโน้มความนิยมศรัทธาของประชาชนต่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กับ พ.ต.ท..ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่น่าพิจารณา คือ หลังเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายอภิสิทธิ์ และหลังการ อภิปราย ไม่ไว้วางใจ มีประชาชนร้อยละ 50.6 ที่นิมศรัทธานายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ซึ่งหลักการสำรวจความนิยมสาธารณชนถือว่าอยู่ในโซน B- เนื่องจากเกินร้อยละ 50 มาเพียง 0.6 เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าความนิยมศรัทธาของประชาชนที่เคยมีให้กับ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ในช่วงของการรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในเดือนพฤษภาคม 2544 ที่อยู่ในโซน B+ แต่อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจครั้งล่าสุดนี้ พบว่า ความนิยมศรัทธาของประชาชนที่ถูกศึกษาต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ที่ร้อยละ 23.6 หรืออยู่ในโซน D+ เท่านั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง สมชายโฟนอินปลุกเสื้อแดงแสดงพลังล้อมทำเนียบฯ ปชป.จับเท็จข้อมูลฝ่ายค้าน อภิปราย 6 ประเด็น พท.ขู่นายกฯไม่ปลดกษิตเจอยื่นถอดถอนแน่ อภิสิทธิ์ย้ำสัปดาห์หน้าเงินกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรกถึงมือปชช. เสื้อแดงลำปางร่วมฟังทักษิณโฟนอินที่เชียงใหม่

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด