ห้องเฉพาะกิจ

คมชัดลึก : กลายเป็นประเพณีไปเสียแล้ว พอปี่กลองเชิดเตรียมพร้อมสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มหกรรม วอร์รูม ก็ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ทั้งฝั่งพรรคเพื่อไทย และฝั่งพรรคประชาธิปัตย์

มองเผินๆ ก็ดูเหมือนจะทำให้บรรยากาศมันคึกคัก

แต่มองอีกอย่าง ก็เป็นแค่เรื่องการตลาดธรรมดาๆ

เพราะต่างก็รู้ว่า เมื่อมีวอร์รูม ก็เหมือนมี แม่เหล็ก ดึงดูดสื่อ ให้นำเสนอข่าว เพราะชัดเจนว่า จะต้องมีคณะทำงาน วิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ที่กำลังจะเกิด ประเมินท่าทีของฝ่ายตรงกันข้าม

ประชุมเสร็จนัดแถลงข่าว เป็นอันเสร็จภารกิจในแต่ละช่วง

น่าเสียดายก็คือ ที่ผ่านๆ มานั้น วอร์รูม มักจะเป็นเรื่อง ชั่วคราว ไม่ใช่ตั้งขึ้นมาถาวร

เอาแค่ผ่านการ อภิปราย แล้วก็เลิกรากันไป

สำหรับฝ่ายค้านก็ไม่เท่าไหร่ แต่สำหรับฝ่ายรัฐบาล ไม่เห็นมี ไม่ว่ายุคใดสมัยใด

เสร็จศึกก็ยุบทิ้ง !

ถามว่า แล้วอย่างนี้ชาวบ้านร้านตลาดจะได้ประโยชน์อะไรมากกว่า ในช่วงที่มีการ อภิปราย ไม่ไว้วางใจ

จนถึงวันนี้ก็ชัดเจนว่า ไม่มีสักคน แม้กระทั่งคนในพรรคประชาธิปัตย์ ที่ความจริงน่าจะคิดถึงเรื่องนี้ให้มากเป็นพิเศษ หากยังคิดที่จะสร้างฐานมวลชน เพื่อไปสู่เป้าหมายชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งหน้า

หากยังฝันที่จะเป็นพรรคอันดับหนึ่ง เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภา ก็น่าจะใช้จังหวะนี้ วางรูปแบบโครงสร้างวอร์รูมให้เป็นวอร์รูมเพื่อประชาชนจริงๆ

ไม่ใช่วอร์รูมเพื่อช่วยเหลือรัฐมนตรี หรือวอร์รูมที่เอาไว้โฆษณาชวนเชื่อ !

ผู้ที่เข้ามาเป็นคณะกรรมการ ก็ต้องคัดเลือกคนที่มากประสบการณ์มาเป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่เอามือใหม่ที่ไม่เคยผ่านงานมวลชนเข้ามาวิเคราะห์-ประเมินสถานการณ์การเมือง แล้ววางแผน ตั้งรับ-ตอบโต้ ฝ่ายค้าน

การเมืองไม่ใช่เรื่องที่แก่เกินแกง โดยอ้างเพียงว่า อายุมาก

ตราบใดที่ยังอยู่ในเส้นทางการเมือง เป็นผู้แทนของประชาชน ก็ต้องแสดงให้เห็นวัยวุฒิ ที่เพิ่มขึ้น ก็ยิ่งเคี่ยวข้นเป็นแบบอย่างให้แก่คนรุ่นต่อมา

ผู้มีวัยวุฒิ และคุณวุฒิเมื่อลงมือทำสิ่งใดแล้ว ก็ต้องทำให้ดีที่สุด ขณะเดียวกัน ก็จะทำให้รุ่นถัดมาได้เรียนรู้ประสบการณ์เพื่อนำไปใช้ในอนาคต

ไม่ใช่ปล่อยให้ใช้วอร์รูมเป็นที่กล่าวหา พูดจาเสียดสีถากถางฝ่ายตรงกันข้าม โดยที่ชาวบ้านไม่ได้อะไร นอกจากอารมณ์ที่พุ่งขึ้น-ลง เพราะเมามันไปกับถ้อยแถลงที่เน้นความเร้าใจเรียกเสียงฮา มากกว่าสาระ

วอร์รูมน่าจะเป็นถึงขั้นประเมินสถานการณ์การเมืองในอีก 3 เดือน 6 เดือนข้างหน้า

เป็นเครื่องชี้นำให้รัฐบาลหรือ ส.ส.รวมทั้งชาวบ้าน ได้เตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคาม

ขณะเดียวกัน ก็เป็นเครื่องสะท้อนความต้องการของชาวบ้าน ที่ไม่อาจส่งผ่าน ส.ส.เพียงคนเดียว ขาดน้ำหนักในการนำเสนอ

ประเพณีเก่าๆ เป็นสิ่งที่น่าอนุรักษ์ แต่การปรับปรุงให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปตามวันเวลา ก็เป็นเรื่องที่น่าใคร่ครวญ

แต่ถ้าจะดึงดันเอาแบเดิม ให้เป็นวอร์รูมเสียดสีถากถาง ทำงานกันเฉพาะกิจ เลิกรากันไปเมื่อเสร็จศึกซักฟอก ก็คงได้แต่ทำใจ

เพราะเรื่องการเมือง ถึงจะเป็นเรื่องของการอาสา แต่หากไปฝืนใจให้ทำในสิ่งที่ไม่อยาก ก็คงจะทำไปแบบแกนๆ

แล้วก็ไม่ต้องไปวาดหวังว่ารากฐานมวลชน มันจะขยายในชั่วพริบตา

ยศวดี หงส์ทอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง กลุ่มสุดารัตน์ซบภูมิใจไทยยันไม่ได้ทิ้งทักษิณ วิปรัฐบาลถกวิปฝ่ายค้านวางกรอบอภิปรายฯ ฝ่ายค้านแก้เกมซักฟอกดิ้นเพิ่มเป็น3วันจิ๋วทำมึนเอี่ยว7ต.ค. วิปรัฐฯแขวะฝ่ายค้านเปิดอภิปรายจับแพะชนแกะ รายงาน-ปชป.อย่าหยัน เพื่อไทย ศึกซักฟอก

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด