เศรษฐกิจยังทรุด เผยเดือนม.ค. คนตกงานเกือบล้านคน บัณฑิตจบใหม่หางานทำไม่ได้อื้อ

เดือน ม.ค. คนตกงานเพิ่มเป็น8.8แสนคนจากปีที่แล้ว ภาคใต้ครองแชมป์ว่างงาน-กทม.น้อยที่สุด บัณฑิตจบใหม่ยังไม่มีงานทำอื้อ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์-ยานยนต์ส่อต้องการแรงงานน้อยลง นางธนนุช ตรีทิพยบุตร เลขาธิการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยผลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากรในเดือนมกราคม ที่ผ่านมา พบว่า มีจำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้นเป็น 8.8 แสนคน คิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ 2.4 เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7 หรือจำนวน 2.5 แสนคน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีทีผ่านมา โดย ภาคใต้มีอัตราการว่างงานสูงที่สุดร้อยละ 3.9 รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือร้อยละ 2.7 ภาคกลางร้อยละ 2.1ภาคเหนือร้อยละ 1.7 ส่วนกรุงเทพมหานคร มีอัตราการว่างงานน้อยที่สุดร้อยละ 1.3

ทั้งนี้ พบว่ากลุ่มเยาวชน (อายุ 15-24 ปี) มีจำนวน 3.7 แสนคน หรือคิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ 7.7 และกลุ่มวัยทำงาน(อายุ 25 ปีขึ้นไป) จำนวน 5.1 แสนคน คิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ 1.6 ทั้งนี้ ในส่วนของการว่างงานในกลุ่มวัยเยาวชนมีจำนวน มากกว่ากลุ่มอายุอื่น ๆ เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นผู้เพิ่งจบการศึกษาใหม่ เป็นผู้ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดแรงงาน และกำลังหางานทำ

สำหรับผู้ว่างงานตามระดับการศึกษาที่สำเร็จ พบว่า ผู้ที่จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นว่างงานสูงสุด จำนวน 2.2 แสนคน รองลงมาเป็นผู้มีการศึกษาในระดับประถมศึกษา 1.9 แสนคน มัธยมศึกษาตอนปลาย 1.7 แสนคน ผู้ไม่มีการศึกษาและ ต่ำกว่าประถมศึกษา 1.6 แสนคน และระดับอุดมศึกษา 1.4 แสนคน สำหรับผู้ว่างงานตามประสบการณ์การทำงาน ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2552 พบว่า จากจำนวนผู้ว่างงาน 8.8 แสนคน ประกอบด้วย เป็นผู้ที่ไม่เคยทำงานมาก่อน 1.5 แสนคน และผู้ที่เคยทำงานมาก่อน 7.3 แสนคน สำหรับ ผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อนเป็นผู้ว่างงานจากนอกภาคเกษตรกรรรม 5.3 แสนคน ซึ่งประกอบด้วย ภาคการผลิต 3.2 แสนคน ภาคการบริการ 2.1 แสนคน ส่วนผู้ว่างงานจากภาคเกษตรกรรมมีประมาณ 2 แสนคน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบจำนวนผู้มีงานทำในเดือนมกราคม 2552 พบว่า มีจำนวนเพิ่มขึ้น 2.8 แสนคน จาก 35.92 ล้านคน เป็น 36.20 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 ถ้าพิจารณาตามสาขาอุตสาหกรรมที่สำคัญต่างๆ พบว่า ผู้มีงานทำในภาคเกษตรกรรมเพิ่มขึ้นประมาณ 1 หมื่นคน จาก 12.47 ล้านคน เป็น 12.48 ล้านคน ส่วนผู้มีงานทำนอกภาคเกษตรกรรมเพิ่มขึ้นประมาณ 2.7 แสนคน จาก 23.45 ล้านคน เป็น 23.72 ล้านคน โดยเพิ่มขึ้นในสาขาการโรงแรม/ภัตตาคาร 2.2 แสนคน สาขาบริหารราชการแผ่นดิน 1.4 แสนคน สาขาขายส่ง/ขายปลีก 1.8 แสนคน สาขาการขนส่งเพิ่มขึ้น 4 หมื่นคน ส่วนที่ลดลงเป็นสาขาการผลิต 5.4 แสนคน สาขาก่อสร้าง 5 หมื่นคน ที่เหลืออยู่ในสาขาอื่น ๆ

สำหรับในอุตสาหกรรมการผลิตที่ลดลงอย่างต่อเนื่องที่สำคัญ ได้แก่ การผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ลดลง 1.6 หมื่นคน การผลิตยานยนต์ 1.1 หมื่นคน การผลิตไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ 9 พันคน การผลิตสิ่งทอ 8 พันคน การผลิตผลิตภัณฑ์จากแร่อโลหะ 7 พันคน การผลิตผลิตภัณฑ์ยางและพลาสติก 4 พันคน การผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์และการผลิตอุปกรณ์ที่ใช้ในการแพทย์ลดลงเท่ากันคือ 3 พันคน และการผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้าลดลง 2 พันคน

เรื่องล่าสุดของหมวด สังคม

ดูหมวด สังคม ทั้งหมด