คดี7ตุลาฯเลือดพ่นพิษ ป.ป.ช.แจ้งข้อหาวินัย-อาญากราวรูด7 คนสมชาย-จิ๋ว-พัชรวาท- ผบช.นกับพวก

ป.ป.ช.มีมติแจ้งข้อกล่าวกราวรูด 7 คนคดี 7 ตุลาฯเลือด สมชาย-จิ๋ว โดนอาญา ผบช.น.-2 รองผบช.น. เจอ2เด้งวินัย-อาญา ขณะที่พัชรวาท.-รองผบ.ตรโดนแค่เด้งเดียววินัยร้ายแรง อำนวย นิ่มมโน รอดเพราะเปลี่ยนเวรพอดี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ได้ออกเอกสารข่าวเผยแพร่เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2552ว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติให้แจ้งข้อกล่าวหาแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องในการสั่งสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 บริเวณรัฐสภาและหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) ซึ่งก่อให้เกิดการบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิต รวม 7 คน ได้แก่

1.นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี 2. พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี 3. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)

4.พล.ต.อ.โรจน์ พหลเวชช์ รอง ผบ.ตร. 5.พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผบช.ภาค 4 6.พล.ต.ต.ลิขิต กลิ่นอวล รอง ผบช.น. 7.พล.ต.ต.เอกรัตน์ มีปรีชา รองผบช.น.

เอกสารข่าว ป.ป.ช.ระบุรายละเอียอข้อกล่าวหาของบุคคลทั้ง 7 ดังต่อไปนี้

1. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษและมีมติให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการเปิดทางให้สมาชิกรัฐสภาเข้าประชุมในวันที่ 7 ตุลาคม 2551 เวลา 9.00 น. ที่รัฐสภาให้ได้ โดยมอบหมายให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นผู้สั่งการและหลังจากมีการสลายฝูงชน จนมีผู้บาดเจ็บสาหัสในช่วงเช้า เป็นเหตุให้พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ขอลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ในเวลา 9.00 น.

หลังจากนั้นผู้ถูกกล่าวหาก็มิได้ยับยั้งมิให้เกิดความรุนแรงขึ้นอีก ตรงข้ามกลับปล่อยปละละเลยจนมีผู้ชุมนุมบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในช่วงบ่ายต่อเนื่องจนถึงเวลาค่ำ จึงแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เพื่อให้มีการแก้ข้อกล่าวหาต่อไป

2. พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้รับผิดชอบเหตุการณ์และสั่งการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการทุกวิถีทางในอันที่จะผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุม โดยการใช้แก๊สน้ำตา จนสามารถเปิดทางเข้าประชุมสภาได้ทำให้มีผู้บาดเจ็บสาหัส แม้ลาออกจากตำแหน่งในเวลา 9.00 น. ก็ถือว่ามีส่วนรับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เพื่อให้มีการแก้ข้อกล่าวหาต่อไป

3. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ซึ่งรับผิดชอบตามอำนาจหน้าที่ แม้ได้ความว่ามีการมอบหมายให้มีปฏิบัติหน้าที่แทน และแต่งตั้งผู้บัญชาการเหตุการณ์ให้เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง แต่ก็ต้องให้ความสำคัญติดตามความเคลื่อนไหวในการชุมนุมอย่างใล้ชิด เมื่อเกิดเหตุรุนแรงจนถึงขั้นผู้ชุมนุม บาดเจ็บสาหัส ถึงขนาดขาขาด แขนขาด ก็ต้องยับยั้งมิให้เหตุการณ์ลุกลามต่อไป

อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีผู้สั่งการในระดับนโยบายซึ่งต้องรับผิดชอบโดยตรง และมีผู้สั่งการระดับล่างซึ่งได้รับมอบหมายตามสายงานอยู่แล้ว จึงให้แจ้งข้อกล่าวหาความผิดทางวินัยฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความอุตสาหกรรม เอาใจใส่ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ เพื่อให้มีการแก้ข้อกล่าวหาต่อไป

4.พล.ต.อ.วิโรจน์ พหลเวชช์ ได้รับมอบหมายหน้าที่จากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้สั่งและปฏิบัติราชการแทน ได้ร่วมรับทราบนโยบาย และควบคุมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยในขณะสลายฝูงชน จึงให้แจ้งข้อกล่าวหาความผิดทางวินัย เช่นเดียวกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

5.พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ ตามแผนกรกฎ 48 เป็นผู้ควบคุมและสั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกเหตุการณ์ที่มีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝูงชน จนเกิดการบาดเจ็บสาหัส และถึงแก่ความตาย และละเว้นไม่หยุดยั้งการกระทำอันรุนแรงที่เกิดขึ้น จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนจำนวนมาก จึงให้แจ้งข้อกล่าวหาทั้งทางวินัย และทางอาญา ฐานกระทำหรือละเว้นการกระทำใดๆ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เพื่อให้มีการแก้ข้อกล่าวหาต่อไป

6.พล.ต.ต.ลิขิต กลิ่นอวล ได้รับมอบหมายให้เป็นรองผู้บัญชาการเหตุการณ์ ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2551 เวลา 20.01 น. ถึง วันที่ 7 ตุลาคม 2551 เวลา 08.00 น. ในภารกิจเปิดทางให้สมาชิกรัฐสภาเข้าประชุมด้านประตูปราสาทเทวฤทธิ์ โดยรับผิดชอบบังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสลายฝูงชน ซึ่งเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บสาหัสขาขาดและแขนขาด จึงให้แจ้งข้อกล่าวหาทั้งทางวินัย และทางอาญา เช่นเดียวกับผู้บัญชาการเหตุการณ์

7.พล.ต.ต.เอกรัตน์ มีปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้รับมอบหมายให้เป็นรองผู้บัญชาการเหตุการณ์แทน พลตำรวจตรีอำนวย นิ่มมะโน ซึ่งขอลาไปจัดการศพบิดาในวันที่ 7 ตุลาคม 2551 เวลา 08.01-20.00 น. โดยรับผิดชอบและสั่งการให้มีการสลายฝูงชนในระหว่างเวลา 16.00-17.00 น. จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บเนื่องจากแก๊สน้ำตา และในเวลา 18.00 น. - 20.00 น. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และมีผู้สูญเสียเวลา และแขน จึงให้แจ้งข้อกล่าวหาทั้งทางวินัย และทางอาญา เช่นเดียวกับผู้บัญชาการเหตุการณ์

อนึ่ง สำหรับ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน จากการไต่สวนจนถึงปัจจุบัน ยังไม่พบว่า เป็นผู้ร่วมสั่งการ หรือเกี่ยวข้องในการสั่งการสลายฝูงชน เนื่องจากได้ผลัดเปลี่ยนเวรกับ พล.ต.ต.เอกรัตน์ มีปรีชา แม้เป็นผูร่วมแถลงข่าวในวันที่ 8 ตุลาคม 2551 ว่า เหตุที่ผู้ร่วมชุมนุมได้รับบาดเจ็บมิใช่มาจากการใช้แก๊สน้ำตาสลายฝูงชนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติว่าในชั้นนี้ยังไม่ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา เว้นแต่จะได้พยานหลักฐานเพิ่มเติมที่ยืนยันชัดเจนต่อไปในภายหลังว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

สำหรับคดีดังกล่าว เนื่องจากมีผู้กล่าวหาร้องเรียน กลุมบุคคลดังกล่าวและตำรวจผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด กรณีสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจให้อาวุธร้ายแรงเข้าปราบปรามประชาชนที่ชุมนุมบริเวณถนนหน้ารัฐสภา และบริเวณใกล้เคียง เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 โดยใช้อาวุธปืนยิงระเบิดแก๊สน้ำตา ขว้างระเบิดแก๊สน้ำตา เข้าสลายฝูงชน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บสาหัสและได้รับอันตรายแก่กายซึ่งเดิมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคำสั่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน โดยมี นายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน

อย่างไรก็ตาม ต่อมาได้มีมติให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวน เนื่องจากเป็นคดีสำคัญและมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดร้ายแรง ทั้งได้มีประชาชนจำนวนกว่า 20,000 รายชื่อยื่นคำร้องขอถอดถอนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในกรณีเดียวกัน ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้รวมเป็นเรื่องเดียวกัน และได้ดำเนินการไต่สวนพยาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายผู้ชุมนุมเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้สลายการชุมนุม ผู้รู้เห็นเหตุการณ์และผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านการแพทย์ และนิติวิทยาศาสตร์ รวมทั้งได้ขอสำนวนการสอบสวนจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน และคณะกรรมการตรวจสอบเหตุการณ์ของรัฐบาล เห็นว่า มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกกล่าวหาและบุคคลที่เกี่ยวข้องในการสั่งสลายการชุมนุม จึงแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าว

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด