
เจษฏ์มองคำตัดสินคดีจำนำข้าวอาจมีผล2ทาง
นักวิชาการ มองคำตัดสินคดีจำนำข้าว อาจมีผล 2 ทาง ชี้หากผิดจริงขาดคุณสมบัติเข้าสู่การดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย - มอง 'ยิ่งลักษณ์' FB บอกมวลชนไม่ต้องมาศาล เป็นการแสดงออกทางการเมือง
นายเจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการ กล่าวถึงแนวทางการพิพากษาคดีของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีโครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ผลจะออกมาได้ 2 แนวทางใหญ่ คือ ศาลยกฟ้องทุกข้อกล่าวหา ทั้งความผิดฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ มาตรา 123/1 ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ปี 2542 เท่ากับว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่มีความผิด แต่หากศาลยกฟ้อง มาตรา 157 ฐานความผิดเดียว แต่ไม่ยก มาตรา 123/1 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็จะไม่มีความผิดทางอาญา ให้รับโทษตามที่กฎหมาย ป.ป.ช. กำหนด แต่หากศาลพิพากษา ว่ามีความผิดมาตรา 157 อย่างเดียวและมีโทษให้จำคุก จะส่งผลให้ขาดคุณสมบัติเข้าสู่การดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย หรือ ศาลพิพากษาว่าผิดจริง ทั้งฐานความผิดละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ มาตรา 123/1 ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ปปช. ปี 2542 ถือว่า มีโทษหนักที่สุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ นอกจากจะต้องจำคุกแล้ว ยังต้องชดใช้ค่าเสียหายหลายแสนล้านบาทด้วย และจะส่งผลให้ขาดคุณสมบัติเข้าสู่การดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย
ส่วนกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โพสต์เฟสบุค ขอให้กลุ่มผู้สนับสนุนไม่ต้องมาให้กำลังใจตนที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาขอผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในวันพรุ่งนี้ ว่า ส่วนตัวเห็นว่าการออกมาเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นการแสดงออกทางการเมืองหรือไม่ เพราะการเรียกคนมาให้กำลังใจตรงๆ อาจง่ายเกินไป จึงต้องพูดในทำนองว่า ห้ามมาไว้ก่อน แต่ในทางกลับกัน อาจมองได้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องการแสดงความจริงใจ ไม่ต้องการให้ผู้สนับสนุนมาให้กำลังใจ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคล
