ลำดับเหตุการณ์ พ่อค้าเมาด่าตำรวจ เจอตื้บสลบข้างโรงพัก

พ่อค้าน้ำมันสุดกร่าง ตะโกนด่ากราดตำรวจบนโรงพักสายไหม สุดท้ายหลังเหตุการณ์วุ่นวายสงบ พบนอนสลบเลือดอาบข้างสน.
จากกรณี (5 ก.ค.) ตำรวจ สน.สายไหม รับแจ้งมีเหตุทะเลาะวิวาทกันในปั๊มน้ำมัน ถ.สุขาภิบาล ที่เกิดเหตุพบ นายโสภณ อายุ 36 ปี กับพวกรวม 4 คน ลักษณะคล้ายคนเมา พูดจาเอะอะโวยวาย กำลังยืนโต้เถียงกับคนดูแลปั๊มน้ำมัน เนื่องจากนายโสภณจะสูบบุหรีในปั๊ม จึงได้เข้าระงับเหตุ
- นายโสภณ พยายามจะขับรถกระบะออกไปจากปั๊มน้ำมัน ด.ต.ธวัช สายเสมอ ผบ.หมู่ ป. สน.สายไหม เกรงว่าจะเกิดอันตรายจึงเข้าไปดึงกุญแจรถ ทำให้ถูกนายโสภณชกเข้าที่คิ้วขวา 1 ครั้ง และทำร้ายจนสลบไป เมื่อฟื้นขึ้นมาพบว่าบัตรข้าราชการ และโทรศัพท์หายไป จึงได้ตามไปสกัดจับรถคันดังกล่าวที่ ถ.เทพารักษ์ (วัชรพลตัดใหม่) แยกลานกีฬา ถ.รามอินทรา แต่นายโสภณยังไม่หยุดอาละวาด เจ้าหน้าที่ทหารจึงได้ควบคุมตัวนายโสภณกับพวกมาที่ สน.สายไหม
- หลังจากตำรวจคุมตัว นายโสภณ อายุ 36 ปี กับพวก มาที่ สน.สายไหม นายโสภณยังคงอยู่ในอาการมึนเมา เตะเก้าอี้ได้รับความเสียหาย และตะโกนด่าทอตำรวจบนโรงพัก จนมีคลิปแชร์ว่อนในโลกออนไลน์ จากนั้นไม่นานได้มีรถกู้ภัยมูลนิธิแห่งหนึ่ง มาจอดบริเวณทางออก สน.สายไหม อีกทั้งยังมีกลุ่มวินจยย.รับจ้างกว่า 20 คัน ประมาณ 40 คน มาจอดรถอยู่ข้าง สน.สายไหม
- ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังตำรวจ-ทหาร กว่า 20 นาย มาควบคุมสถานการณ์ ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการเจรจาให้กลุ่มผู้ก่อเหตุ สงบสติอารมณ์อยู่นั้น นายโสภณ ได้ตะโกนท้าทาย กลุ่ม จยย. ที่อยู่หน้าโรงพัก เป็นเหตุให้เกิดการชุลมุน ขึ้นเป็นรอบที่ 2 เจ้าหน้าที่พยายามเข้าห้ามปรามก่อนทั้งหมดจะแยกย้ายกันไป
- ภายหลังเหตุการณ์สงบลงก็พบว่า นายโสภณ นอนสลบอยู่ที่พื้นข้าง สน.สายไหม ได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้า เลือดอาบ ก่อนถูกนำตัวส่ง รพ.ภูมิพลอดุลยเดช ส่วน 3 คนที่เหลือเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวมาสอบสวน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน และทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่กับผู้ต้องหาทั้งหมด ส่วน นายรัตนเทพ ทางเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาลักทรัพย์ เพิ่มอีก 1 ข้อหา ก่อนควบคุมตัวสงบสติอารมณ์ในห้องควบคุม สน.สายไหม
พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีคลิปกลุ่มชายฉกรรจ์ เมาสุราอาละวาดบนสถานีตำรวจนครบาลสายไหม เมื่อคืนวันที่ 5 กรกฏาคม ที่ผ่านมา ยืนยัน กรณีนี้ต้องแยกเป็นสองส่วน โดยแบ่งเป็นคดีที่ตำรวจตกเป็นผู้เสียหายจากการถูกทำร้ายร่างกาย และกรณีฝ่ายนายโสภณ คิดว่าได้รับความเสียหาย ก็จะให้ความเป็นธรรมในเรื่องนี้ แต่ส่วนตัวก็ขอชื่นชมในความอดทน อดกลั้นของตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ และยอมรับว่า กรณีนี้ตำรวจอาจถูกมองว่า เป็นผู้ที่ลงมือกระทำก่อน เพราะตำรวจอาจถูกมองจากสังคมในแง่ไม่ดีอยู่แล้ว
โดยหลังเกิดเหตุกลุ่มนายโสภณ ไม่ยินยอมให้ตรวจเลือด หรือ ปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด แต่ยอมให้เป่าวัดแอลกอฮอล์ หลังถูกควบคุมตัวแล้ว ไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์ จึงเชื่อว่า น่าจะเป็นสารเสพติดประเภทอื่นที่ไม่ใช่สุรา นอกจากนี้ ยังพบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุบางคนมีประวัติคดีเมาสุรา รวมถึงต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่
เบื้องต้นตำรวจจะดำเนินคดีกับกลุ่มของนายโสภณ ในความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่ ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลัง ข่มขืนใจเจ้าพนักงาน และความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

