“เจ้าของหมา – ลุงกระบะ” ยันไม่ไกล่เกลี่ย เดินหน้าสู้ตามกระบวนการยุติธรรม

“เจ้าของหมา – ลุงกระบะ” ยันไม่ไกล่เกลี่ย เดินหน้าสู้ตามกระบวนการยุติธรรม
PPTV

สนับสนุนเนื้อหา

วันนี้ (5 ก.ค. 60) น.ส.รินรดา เจ้าของสุนัขพันธุ์ไซบีเรียน กล่าวผ่านรายการเป็นเรื่องเป็นข่าวทางช่องพีพีทีวีว่า ตนมั่นใจว่า นายสูงสรร คนขับรถกระบะคันก่อเหตุ ตั้งใจขับรถทับสุนัขให้ตายเพราะหากดูภาพจากกล้องวงจรปิดจะเห็นว่า รถกระบะมาด้วยความเร็วและไม่มีทีท่าว่าจะชะลอ และอีกข้อสังเกตหนึ่งคือสุนัขนั่งอยู่กลางถนนแต่คนขับตั้งใจเบี่ยงรถไปทางขวาเพื่อให้ล้อมาทับสุนัข แทนที่จะขับมาตรงๆและหากชนเข้ากลางรถ สุนัขอาจไม่ถึงตาย

แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยอมรับว่าตนมีส่วนผิดที่ปล่อยให้สุนัขออกไปนั่งกลางถนน เนื่องจากอาศัยอยู่บริเวณมานานและมีความคุ้นเคยกับสถานที่ จึงไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องลักษณะนี้ขึ้น หลังเกิดเหตุตนกำลังเดินทางไปแจ้งความ แต่เจอรถของคู่กรณีจอดอยู่จึงเข้าไปทวงถามหาความรับผิดชอบ แต่กลับไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆหรือคำขอโทษก็ไม่มี จากนี้คงต้องดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุดในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ มาตรา 358 ตามประมวลกฎหมายอาญา และมาตรา 20 ตามพ.ร.บ.ทารุณกรรมสัตว์

ด้าน นายสูงสรร โต้กลับว่า ตนไม่มีเจตนาขับรถชนสุนัขตัวดังกล่าว แต่ด้วยบริเวณนั้นมีคนพลุกพล่าน ตนจึงระมัดระวังแต่คนที่จะเดินข้ามถนนทั้งด้านซ้ายและด้านขวา เพื่อความปลอดภัย แต่สุนัขมานั่งอยู่กลางถนนตนจึงมองไม่เห็น และอีกประการหนึ่งคือ สุนัขอยู่มุมซ้ายของรถ ส่วนตนอยู่หน้าพวงมาลัยด้านขวาจึงไม่ทราบว่าชน แต่รู้สึกว่ารถสะดุดนิดหน่อย ก็ไม่คิดว่าจะเหยียบหมาตาย พร้อมยืนยันว่าขณะนั้นใช้ความเร็วแค่ 20-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าตนเคยชนสุนัขจนตาย ก็ยอมรับว่าขับรถมานานกว่า 40 ปี เคยชนสุนัขมาครั้งหนึ่งแต่ไม่ทราบว่าตายหรือไม่ นอกจากนี้ตนยืนยันว่าจะไม่ขอโทษเจ้าของสุนัขเนื่องจากตนถูกด่าทอถูกโจมตีอย่างหนัก และหลังจากนี้ก็พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเช่นกัน ตนจะสู้เพื่อประชาชนที่เจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุเพราะสุนัข อีกทั้งต้องการให้เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาแก่คนเลี้ยงสุนัขและผู้ใช้รถใช้ถนน 

ขณะที่ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมให้สังคม กล่าวถึงกรณีนี้ว่า เบื้องต้นอยากให้ทั้งสองคนเข้ามาเจรจาพูดคุยกันให้เข้าใจ ส่วนจะเยียวยาหรือไม่ขึ้นอยู่กับการตกลงกัน ส่วนในแง่ของทางกฎหมาย การที่คนขับรถชนสุนัขบนถนน มีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มีโทษปรับสูงสุด 1,000 บาท แต่ต้องมี “ความประมาท” เข้าร่วมด้วย ซึ่งต้องมาดูขับรถเร็วหรือไม่ และมีความระมัดระวังตามสมควรหรือไม่

ซึ่งหากสอบสวนแล้วไม่ประมาทเจ้าของรถก็ไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย และหากว่าคนขับรถมี “เจตนา” ขับรถชนสุนัข จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งจะมีโทษหนักกว่าและยอมความไม่ได้ ในส่วนของ น.ส.รินรดา ก็มีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 111 ที่ห้ามนำสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงมาอยู่บนถนน แต่กรณีนี้ ตนให้น้ำหนักไปที่ความ “ประมาท” มากกว่า “เจตนา”