เอกพจน์โวยถูกตบหน้าก่อน ต้องป้องกันตัวไม่ให้ถูกทำร้าย
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060

เอกพจน์โวยถูกตบหน้าก่อน ต้องป้องกันตัวไม่ให้ถูกทำร้าย

แชร์เรื่องนี้
(11 ก.พ.) นายธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีตำบลบางกะดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี กล่าวเรื่องทะเลาะวิวาทกับนายเอกพจน์ ปานแย้ม อดีต ส.ส.จ.ปทุมธานี เขต 1 ว่า มีพยานเป็นสมาชิกสภาจังหวัดปทุมธานี เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี และข้าราชการอีกเป็นจำนวนที่เห็นเหตุการณ์ว่านายเอกพจน์ได้ชกหน้าตนจริง จึงเข้าแจ้งความพร้อมตรวจร่างกายมีใบรับรองแพทย์เป็นหลักฐาน โดยนายเอกพจน์ได้กระโดดชก ตนหลบแต่ปากไปเกี่ยวกับนาฬิกาของนายเอกพจน์จึงมีแผล ซึ่งตนแค่เอามือหยั่งคอไว้ โดยก่อนหน้านั้นได้มีปากเสียงกันเรื่องการถูกตัดงบประมาณสนามกีฬาและนายเอกพจน์หาเสียงคนเดียวก่อน นอกจากนี้ลูกน้องก็ยังได้ยิงปืนขู่อีกด้วย

ตนว่านายเอกพจน์พูดจาไม่ถูกต้องหากเป็นลูกผู้ชายคงไม่พูดอย่างนี้ นายเอกพจน์และนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ซึ่งถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี แต่ทำไหมจึงเข้ามายุ่งเกี่ยวการประชุมการประชุมงบประมาณของ จ.ปทุมธานี โดยที่ออกมาพูดเรื่องนี้เนื่องจากนายเอกพจน์ได้ออกมาปฎิเสธว่าไม่ได้ทำร้านตนซึ่งไม่เป็นความจริง

ด้านนายเอกพจน์ กล่าวว่า ไม่ได้ชกหน้านายธวัชชัย แค่มีปากเสียงทะเลาะกัน หลังนายธวัชชัยกล่าวหาหลายเรื่องอย่างรุนแรง ทั้งการไปหาเสียงเพียงคนเดียวในการเลือกตั้ง 23 ม.ค.ที่ผ่านมา นอกจากนี้นายธวัชชัยเข้ามาตบใบหน้าตนก่อน เลยป้องกันตัว ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้นหวังว่าข้าราชการที่เห็นเหตุการณ์จะพูดตามความจริง สำหรับปัญหาเรื่องการตัดงบประมาณนั้นเป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่ ส.ส.ไม่สามารถยุ่งเกี่ยวกับงบประมาณได้ และการกีฬาแห่งประเทศไทยได้จัดสรรงบประมาณมาเพียงเท่านี้ ไม่ใช่การกลั่นแกล้งตามที่นายธวัชชัยอ้างว่าเพราะย้ายไปสังกัดพรรคอื่น

นายเอกพจน์ กล่าวอีกว่า ตนเป็นลูกผู้ชายจริงเพราะไม่เคยนำเรื่องไปเป็นข่าว ไปแจ้งความ ส่วนถูกกล่าวหาไปยุ่งเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณแม้ถูกตัดสิทธิ์การเมือง ในฐานประชาชนคนหนึ่ง ที่ไม่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 265 และ 266 ส่วนกรณีลูกน้องชักปืนยิงนั้น เป็นเรื่องจริง แต่ยิงขึ้นฟ้าเพื่อปรามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าอาจจะบานปลายมากกว่านี้

ก่อนหน้านั้น เวลา 23.00 น.คืนวานนี้ (10ก.พ.) นายธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีตำบลบางกะดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี แถลงข่าวที่บ้านพัก ว่า นายเอกพจน์ ปานแย้ม อดีต ส.ส.ปทุมธานี พรรคชาติไทย นายบรรหาร ศิลปอาชา เดินทางพร้อมคณะนายกนก จุลเกษม ผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย นายพันธ์เทพ ศรีวณิชย์ รอง ผวจ.ปทุมธานี นายศุภโชค ลาภเจริญ สจ.เขต 4 อ.เมืองปทุมธานี และนางนันท์ภัส นีราเกียรติธนา ผอ.ศูนย์กีฬาจังหวัดปทุมธานี โดยนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานนั่งหัวโต๊ะการเปิดประชุมช่วงเวลา 10.00 น.กระทั่งประชุมเสร็จ หลังเที่ยงวันไปแล้ว นายบรรหารพร้อมคณะและรองผู้ว่าฯเดินทางกลับไป เหลือผู้ว่าการกีฬา ผอ.ศูนย์กีฬาปทุมธานี สจ.เขตเมือง 2 นาย และช่างเทศบาลตำบลบางกะดีพร้อมช่างจาก อบจ.ที่ร่วมกันประชุมครั้งนี้

โดยเนื้อหาการประชุมการกีฬาแห่งประเทศไทยได้แจ้งและส่งหนังสือที่ กก5111/6347 ลงวันที่ 26 พ.ย.51 การกีฬาแห่งประเทศไทยได้รับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2552 โดยจังหวัดปทุมธานี ได้รับจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างปรับปรุงสนามกีฬาจังหวัดปทุมธานี วงเงิน 63,780,000 ล้านบาท ซึ่งการกีฬาแห่งประเทศไทยได้มาร่วมประชุมกับจังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 14 ต.ค.51ที่ผ่านมา และพรรคชาติไทยได้ถูกยุบพรรคไปและนายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล ได้ย้ายพรรคไปอยู่พรรคเพื่อไทย ทำให้กลุ่มพรรคชาติไทยเดิมไม่พอใจจึงได้ตัดงบประมาณจาก วงเงิน 63,780,000 ล้านบาท เหลือแค่ 18 ล้านบาท

ซึ่งไม่สามารถดำเนินการซ่อมสนามกีฬาได้ จึงเป็นสาเหตุที่นายธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีตำบลบางกะดี ได้ต่อว่านายเอก พจน์ ปานแย้มว่าในเมื่อเป็น ส.ส.จังหวัดปทุมธานี แล้วทำไมจึงยอมให้ตัดงบประมาณออกไปทำไม น่าของบฯมาทำสนามกีฬาเพื่อเชิดหน้าชูตา ส.ส.ด้วย จึงเป็นเหตุให้นายเอกพจน์ ไม่พอใจและมีการถกเถียงกันหลายเรื่องนายเอกพจน์ จึงได้ชกใส่ใบหน้านายธวัชชัย แทน

ส่วนนายศุภโชค ลาภเจริญ สจ.เขต 4 อ.เมืองปทุมธานี พร้อมช่างเทศบาลและช่าง อบจ.เข้าชื่อพร้อมนำภาพถ่ายที่นายบรรหาร ศิลปอาชา และนายเอกพจน์ ปานแย้ม ที่ถูกกกต.ลงโทษเว้นการเมือง 5 ปี แต่ทำไมทั้งสองคนจึงมาร่วมประชุมเรื่องตัดงบประมาณสนามกีฬาแห่งนี้ออกไป ทั้งที่มีหนังสือแจ้งมาจากการกีฬาแห่งประเทศไทย แจ้งหนังสือมาให้ชาวปทุมธานี ได้รับรู้ไปแล้ว หากเรื่องนี้มีการตัดงบจริงก็จะมีการประท้วงแน่นอน และจะเอาเรื่องนายบรรหาร และนายเอกพจน์ ด้วย ที่มาร่วมประชุมในการตัดงบครั้งนี้

นายธวัชชัย นายกเทศมนตรีตำบลบางกะดี กล่าวว่า ตนไม่ขอยอมความกับนายเอกพจน์ ปานแย้มแล้ว เนื่องจากไปให้สัมภาษณ์กับสื่อวิทยุและทีวีว่าตนกับน้องชายได้รุมนายเอกพจน์ ซึ่งไม่เป็นความจริง และตนก็แจ้งให้ดำเนินคดีคนขับรถนายเอกพจน์ ด้วยในข้อหายิงปืนในที่สาธารณะและสถานที่ราชการด้วย