โชเฟอร์แท็กซี่โต้มอมยาสาวพริตตี้ อ้างแค่ดมยาเหลือง

โชเฟอร์แท็กซี่โต้มอมยาสาวพริตตี้ อ้างแค่ดมยาเหลือง
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

วิจารณ์สนั่นโซเชียลฯ สืบเนื่องจากกรณี น.ส.รุจิรดา พริตตี้สาว อายุ 25 ปี แจ้งความเอาผิดกับคนขับแท็กซี่ จ.ระยอง ที่ว่าจ้างจากสถานีขนส่งระยองแห่งที่ 2 โดยอ้างว่าอีกฝ่ายพยายามวางยาสลบ

น.ส.รุจิรดา เล่าว่า ภายหลังจากขึ้นมาบนรถได้ส่งทะเบียนรถแท็กซี่เข้าไลน์ในกลุ่มครอบครัว พบว่ารถไม่มีมิเตอร์ จึงถามราคาค่าโดยสารเท่าไหร่ คนขับบอกราคา 500 บาท ตนจึงต่อราคา แต่เป็นจังหวะที่มีโทรศัพท์จึงออกรถก่อนที่จะต่อรองกัน พอออกรถมาได้ประมาณ 10 นาที จู่ๆ คนขับก็นำขวดยาน้ำสีเหลืองมาดม และเอือมมือหยิบถุงพลาสติกที่คอนโซลตรงกลาง ตนรู้สึกเอะใจเพราะแค่สูดดมเข้าไปก็ถึงกับมึน และเคยมีประสบการณ์ดมยาสลบในการผ่าตัดและมีอาการคล้ายกัน จึงรีบกดลดกระจกรถ แต่กดไม่ได้ จึงรีบกลั้นหายใจเป็นจังหวะๆ พยายามสูดหายใจเข้าให้น้อยที่สุด

ตนบอกกับคนขับว่า “พี่คะ เปิดกระจกให้หนูหน่อย” แต่คนขับก็มองกระจกมองหลังเท่านั้น ไม่เปิดกระจกให้ ตนต้องพูดถึง 3 รอบ คนขับถึงยอมเปิดกระจกแล้วพูดว่า “ทำไมหรอ เมารถหรือมึนหัว”

ตอนนั้นตนรู้สึกมึนหัว และเห็นปั๊มน้ำมัน ปตท.อยู่ด้านหน้า จึงบอกให้คนขับเลี้ยวเข้าปั๊ม ตนจึงเปิดประตูแล้วหันไปพูดกับคนขับว่า “พี่คะ เมื่อกี้พี่ทำอะไร พี่ทำอะไรพี่รู้อยู่แก่ใจตัวเอง พี่อย่าไปทำแบบนี้กับใครอีก” พอพูดจบคนขับก็รีบขับออกไปทันที โดยไม่พูดถึงค่าโดยสาร ตนจึงตั้งสติและรีบถ่ายรูปรถคันดังกล่าวไว้ และยังพบว่าหมายเลขที่ติดข้างตัวรถก็ไม่สมบูรณ์มีขาดหายไปหลายตัวเลข จึงไม่ทราบว่าเป็นรถที่ถูกต้องหรือไม่

ซึ่งหลังจากลงรถตนก็รู้สึกมึนหัวและยืนไม่ไหว บรรดาแม่ค้าภายในปั๊มจึงเข้ามาช่วยพาไปนั่งพักและช่วยแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ พอพักสักครู่อาการก็เริ่มดีขึ้น จึงได้เดินทางมาแจ้งความให้เรียกตัวแท็กซี่มาสอบสวนต่อไป

ล่าสุด นายณัฐวัฒน์ อายุ 43 ปี คนขับแท็กซี่ที่ถูกกล่าวหาได้เดินทางเข้าชี้แจงกับตำรวจ ระบุว่า เป็นการเข้าใจผิด ตนไม่ได้มียาสลบอย่างที่ผู้เสียหายเข้าใจ แต่เป็นน้ำมันเหลืองที่ตนเองใช้ดมเป็นประจำ ส่วนในถุงนั้นเป็นเพียงแค่ถุงน้ำ และยังเห็นใจเตรียมลดราคาให้จาก 500 บาทเหลือ 350 บาท ส่วนกรณีที่ขับออกไปเพราะไม่คิดว่าจะถูกกล่าวหา และเข้าใจว่ามีอาการเมารถหรือแพ้ยาเหลือง จึงจอดรถให้และสงสารจึงไม่เก็บค่าโดยสาร เพราะผู้เสียหายขอก่อนลงรถว่าอย่าเก็บเงินได้ไหม

ส่วนที่พริตตี้ต่อว่า “ทำไมต้องทำแบบนี้ อย่าไปทำกับใครอีก” ตอนนั้นตนยังก็เข้าใจว่าขับรถไม่ดี จึงอยากวิงวอนให้ทางพริตตี้เข้าใจและช่วยแก้ไขข่าวให้ด้วย ไม่มีเจตนาอย่างที่เข้าใจ ส่วนเรื่องของบัตรที่ไม่มีเพราะเพิ่งมาขับได้ไม่กี่เดือนจึงยังไม่ได้ทำ มิเตอร์ส่งไปซ่อมอยู่ และตัวเลขข้างรถที่หายไปนั้นตนไม่ทราบเพราะเป็นรถเช่ามา จึงอยากให้สังคมเข้าใจและเห็นใจด้วย เพราะทำให้แท็กซี่ของบริษัทระยองพัฒนาอุตสาหกรรมระยองจำกัดเสียทั้งหมด ทั้งๆที่ไม่ได้กระทำตามที่ถูกกล่าวหา