
อภิสิทธิ์หนุนแนวคิดสมาชิกจ่ายเงินบำรุงพรรค
'อภิสิทธิ์' หนุนแนวคิดสมาชิกจ่ายเงินบำรุงพรรค เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ขณะห่วงเศรษฐกิจชนบทซบเซาหนัก ชี้นโยบายประเทศคู่ค้ากระทบภาพรวมเศรษฐกิจไทย ทำฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง หลักคิดที่ว่า ให้สมาชิกจ่ายค่าบำรุงพรรคจะทำให้เกิดความเป็นเจ้าของนั้นเป็นหลักการที่ดี แต่ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจและเปลี่ยนวิธีคิดของสังคม หากยังมีการกีดกันโดยสะท้อนผ่านกฎหมายก็สวนทางกัน แต่หากทำแบบอารยะประเทศได้จริง เช่น การเป็นเจ้าของมีส่วนร่วมไม่ถูกตัดสิทธิหรือถูกกลั่นแกล้งเพ่งเล็งโดยฝ่ายตรงข้าม ก็ไม่มีปัญหา ซึ่งจากที่พรรคได้เสนอความคิดไปส่วนหนึ่ง ก็ได้รับการตอบสนอง โดยมีการผ่อนผันให้สมาชิกที่ไม่ชำระค่าบำรุงมีเวลา 4 ปีก่อนถูกตัดออกจากการเป็นสมาชิก ก็น่าจะเพียงพอต่อการปรับตัว แต่บางเรื่องก็แปลกเช่น การเขียนเรื่องบทลงโทษการซื้อขายตำแหน่ง เช่นที่ระบุว่าพรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมือง กรรมการหากซื้อขายทางการเมืองต้องมีโทษ และเมื่อถามว่า คนไม่เป็นสมาชิกไม่ถูกลงโทษหรือไม่ จึงไปเติมคำว่า "ผู้ใด" เข้าไปแทน ซึ่งบทบัญญัตินี้ไม่ควรอยู่ในกฎหมายพรรคการเมือง แต่ควรจะอยู่ในกฎหมายเกี่ยวกับกฎกมายทุจริตคอรัปชั่น หรือการบริหารราชการแผ่นดิน
"อภิสิทธิ์"ห่วงศก.ชนบทจี้เร่งทำสวัสดิการช่วยคนจน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเศรษฐกิจในชนบทที่ประชาชนยังมีความเดือดร้อนมากซึ่งมาตรการที่รัฐบาลขึ้นทะเบียนผู้มีรายได้น้อย ควรจะเร่งทำให้เป็นรูปธรรมว่า สิทธิควรจะเป็นอย่างไรและเสนอว่าให้ทำเป็นระบบ คือ ทำให้เป็นระบบสวัสดิการ อย่าทำเป็นมาตรการว่าผู้มีรายได้น้อยจะได้อะไร เพราะขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจจะช่วยอย่างไรมากกว่า ไม่เช่นนั้นต่อไปจะเสี่ยงกลายเป็นเรื่องของประชานิยม ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าสาเหตุที่เศรษฐกิจซบเซาเกิดจากหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นจากรัฐประหารด้วย เพราะมีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนที่ต้องการเห็นการเมืองเดินไปในระบบอย่างชัดเจน อีกทั้งการเจรจาการค้าหลายอย่างทำไม่ได้ในปุจจุบัน
"อภิสิทธิ์"ชี้นโยบายปท.คู่ค้ากระทบศก.ไทยฟื้นตัวช้า
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มองว่า ปัจจัยเศรษฐกิจโลก นโยบายของประเทศคู่ค้าที่สำคัญ มีความไม่แน่นอน ทำให้กระทบเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่เรื่องใหญ่ที่สำคัญคือรายได้ของคนในประเทศได้รับผลกระทบ เพราะมาตรการที่จะสนับสนุนนั้นเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นครั้งคราว รัฐบาล ยังไม่สามารถสร้างความยั่งยืนให้คนมีรายได้ จึงทำให้เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว ส่วนนโยบายประชารัฐยังค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะคนที่เข้าไปมีส่วนร่วม แม้จะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จและมีความสามารถ แต่เป็นมุมมองของผู้ประกอบการขนาดใหญ่เป็นส่วนใหญ่ ทำให้ความเข้าใจหรือความพยายามที่จะช่วยคนที่มีกำลังน้อย ผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม ประกอบอาชีพอิสระ หรือเกษตรกรอาจจะไม่มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางเท่าที่ควร