
วิลาศขอนายกทบทวนสัญญาส่วนต่อรถไฟฟ้าห่วงสูญเงิน
'วิลาศ จันทร์พิทักษ์' ชี้ รฟม. เร่งรีบทำสัญญาจ้าง BEM เดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ทำรัฐเสียรายได้กว่า 1,000 ล้านบาท/ปี ขอ นายกฯทบทวนสัญญาเดินรถไฟฟ้า -จี้ปลดบอร์ดรฟม.
นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยทำสัญญาว่าจ้างบริษัท BEM รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย บางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแคร์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยตั้งข้อสังเกตว่าเป็นทำสัญญาที่เร่งรัดทำอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังทำสัญญาโดยแบ่งรายได้ ให้เอกชนเป็นผู้ทุนและรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นเอง
ซึ่งเมื่อเทียบกับวิธีประกวดราคาที่ใช้กับสัญญารถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน เส้น เฉลิมรัตน์มงคล ที่รัฐเป็นผู้ลงทุนเอง วิธีแบ่งปันรายได้นี้จะทำให้รฟม.และรัฐต้องเสียผลประโยชน์อย่างน้อย 10,000 ล้านบาทต่อปี จากค่าจ้างบริหาร และค่าโฆษณา50 ล้านบาทต่อปี
นอกจากนี้ รายได้จากการโฆษณาและรายได้จากการเช่าที่ภายในสถานีรถไฟฟ้าจะเป็นของเอกชนทั้งหมด ซึ่งจะแบ่งให้กับรฟม.ภายหลังจากที่บริษัทมีผลตอบแทนทุนเกิน ร้อยละ 9.75 ซึ่งจะมั่นใจได้อย่างไรว่า บริษัทเอกชนจะไม่มีการตกแต่งบัญชีที่จะนำมาใช้แบ่งได้รายต่อรัฐ
นายวิลาศ ยังกล่าวว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ได้มีคำสั่งหัวหน้า คสช.11/2560 ให้นำโครงการขนาดใหญ่ของรัฐที่มีงบลงทุน 5000 ล้านบาท ส่งให้คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างตรวจสอบ และได้มีการนำโครงการรถไฟฟ้าทุกสายเข้าสู่การพิจารณา ยกเว้นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ซึ่งในการทำสัญญาเดินรถช่วงส่วนต่อขยาย 2 เส้นทาง คือ บางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแคร์ มีพิรุธหลายอย่าง แต่ส่วนตัวเชื่อว่าหากนายกรัฐมนตรีทราบรายละเอียดทั้งหมด จะไม่ปล่อยไว้อย่างแน่นอน จึงอยากให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทบทวนการทำสัญญาเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายทั้ง 2 เส้นทาง ซึ่งหากเห็นว่าวิธีประกวดราคาเหมาะสมกว่าขอให้ใช้คำสั่งหัวหน้าคสช. ตามมาตรา44 ปลดบอร์ด รฟม.ออกทั้งหมด