
ภาวิณี ชุมศรีรางวัลผู้มีผลงานสิทธิมนุษยชนน่ายกย่อง
กองทุนสมชาย นีละไพจิตรมอบรางวัลผู้มีผลงานสิทธิมนุษยชนน่ายกย่อง ประจำปี 60 แก่'ภาวิณี ชุมศรี'
กองทุนสมชาย นีละไพจิตร จัดงานมอบรางวัลผู้มีผลงานสิทธิมนุษยชนน่ายกย่อง ประจำปี 2560 และรางวัลวิทยานิพนธ์ด้านสิทธิมนุษยชนดีเด่น เนื่องในโอกาส 13 ปีการหายตัวไปของทนายสมชาย นีละไพจิตร ซึ่งผลการประกาศรางวัลมีดังนี้ ผู้มีผลงานโดดเด่น เพื่อรับรางวัลสมชาย นีละไพจิตร ประจำปี 2560 ได้แก่ นางสาวภาวิณี ชุมศรี ทนายความสิทธิมนุษยชนที่มีประสบการณ์ทำงานในสามจังหวัดชายแดนใต้และคดีการเมืองหลังรัฐประหาร 2557 และรางวัลผู้มีผลงานด้านสิทธิมนุษยชนน่ายกย่อง ประจำปี 2560 ได้แก่
1.กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ผู้ปกป้องสิทธิชุมชนจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่ทองคำที่ อ.วังสะพุง จ.เลย
2. กลุ่มแรงงานชาวพม่า 14 คน ที่ฟ้องและถูกฟ้องจากบริษัทอุตสาหกรรมไก่ใน จ.ลพบุรี ผู้ต่อสู้เพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติ
3. นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา นักกิจกรรมทางการเมืองซึ่งเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย
ทนายสิทธิมนุษยชนชี้3อำนาจไร้การถ่วงดุลแท้จริง
นางสาวภาวิณี ชุมศรี ทนายความสิทธิมนุษยชนที่มีประสบการณ์ทำงานในสามจังหวัดชายแดนใต้และคดีการเมืองหลังรัฐประหาร 2557 กล่าวหลังจากได้รับรางวัลเนื่องในโอกาส 13 ปีการหายตัวไปของทนายสมชาย นีละไพจิตร ว่า โครงสร้างของรัฐที่มีอำนาจนิยมที่สูง ค่อนข้างที่จะปราศจากการตรวจสอบ ไม่มีหน่วยงานหรือองค์กรไหนที่จะมาถ่วงดุลอำนาจได้ ทั้งก่อนหรือหลังการทำรัฐประหาร และหลายปีที่ตนทำงานเห็นชัดว่า 3 อำนาจนไม่ได้มีการถ่วงดุลหรือตรวจสอบอย่างแท้จริง ฝ่ายนิติบัญญัติมีแน้วโน้มเอียงไปกับฝ่ายบริหารทั้งสภาที่มาจากการเลือกตั้ง หรือสภาในปัจจุบัน ที่มาจากการแต่งตั้งโดยคณะรัฐประหารทั้งหมด
ทั้งนี้ สิ่งที่สะท้อนใจที่สุด คืออำนาจตุลาการที่เป็นอำนาจที่จะดำรงตำแหน่งอิสระและตรวจสอบอำนาจของฝ่ายบริหารบ้านเมือง แต่หลายคนยังมีความหวังในกระบวนการยุติธรรมและคาดหวังว่ากระบวนการยุติธรรมและคำพิพากษาของศาลจะเป็นที่พึ่งหรือเป็นบรรทัดฐานกับการใช้อำนาจของรัฐ