พระมหากรุณาธิคุณของพ่อหลวง ต่อนักเรียนทุนอานันทมหิดล
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/417/2088326/news07.jpgพระมหากรุณาธิคุณของพ่อหลวง ต่อนักเรียนทุนอานันทมหิดล

พระมหากรุณาธิคุณของพ่อหลวง ต่อนักเรียนทุนอานันทมหิดล

แชร์เรื่องนี้

นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา อดีตนักเรียนทุนอานันทมหิดล บอกเล่าเรื่องราวแห่งความประทับใจ และความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ปี 2498 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งทุนเพื่อการศึกษา โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ พระราชทานนามทุนว่า "อานันทมหิดล" เพื่อเป็นพระบรมราชานุสรณ์ในสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร

ด้วยทรงสนพระราชหฤทัย ในการพัฒนาสภาพความเป็นอยู่ของประชาชน ทรงเข้าพระราชหฤทัยดีว่าในการพัฒนาประเทศ จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญวิชาการขั้นสูงสาขาต่างๆ วิธีการหนึ่งที่จะสร้างผู้เชี่ยวชาญ คือการส่งผู้มีความสามารถออกไปศึกษาหาความรู้ ณ ประเทศที่เป็นแหล่งวิทยาการแขนงต่างๆ ที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ

จึงทรงพระราชดำริที่จะส่งเสริมและสนับสนุน ผู้มีความสามารถทางวิชาการอย่างยอดเยี่ยม มีคุณธรรมสูง ได้มีโอกาสไปศึกษาวิทยาการจนถึงขั้นสูงสุดในต่างประเทศ เพื่อนำความรู้กลับมาทำคุณประโยชน์พัฒนาบ้านเมืองให้ก้าวหน้าต่อไป

นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา อดีตนักเรียนทุนอานันทมหิดล แผนกแพทยศาสตร์ บอกเล่าเรื่องราวแห่งความประทับใจ และความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ กับทีมนิวมีเดีย PPTV ว่า "พระองค์ท่านทรงเป็นแรงผลักดันสำคัญ ที่ทำให้ผมสำนึกได้ว่าควรนำความรู้ ที่ได้จากศึกษาต่อในต่างประเทศ ด้วยทุนอานันทมหิดล กลับมาพัฒนาประเทศชาติบ้านเมือง ให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาประเทศ"

นายกแพทยสภา เล่าว่าได้รับทุนอานันทมหิดลในปี 2508 ไปศึกษาต่อด้านชีววิทยาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เลือกเรียนด้านนี้เพราะว่าขณะนั้น ประเทศไทยยังขาดแคลนผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านนี้ ประกอบกับมีผู้ป่วยติดเชื้อจำนวนมาก จึงตั้งใจไปศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับการตรวจวินิจฉัยและการรักษา

"ก่อนได้รับทุนให้ไปศึกษาต่อในต่างประเทศนั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงกำหนดว่าให้ผู้ที่จะรับทุน จะต้องทำงานในประเทศก่อนอย่างน้อย 2 ปี ให้รู้ว่าขณะนั้นประเทศกำลังประสบปัญหา ขาดแคลนองค์ความรู้และบุคลากรในด้านใด เพื่อที่จะได้เลือกเรียนในสาขาที่เกี่ยวข้อง เมื่อจบกลับมาจะได้นำความรู้มาพัฒนาประเทศได้อย่างตรงจุด"

นพ.สมศักดิ์ เล่าว่าเขาใช้เวลา 6 ปี ในการศึกษาจนจบ ขณะนั้นตรงกับช่วงที่ประเทศชาติบ้านเมือง กำลังประสบปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง จึงตัดสินใจว่าจะไม่กลับประเทศไทย ถึงขั้นไปสอบจนได้ใบประกอบวิชาชีพแพทย์ในสหรัฐอเมริกา

แต่เมื่อนึกถึงคำพูดหนึ่งก่อนที่จะเดินทางไปเรียนต่อ หลังจากเขาถามออกไปว่าถ้าเรียนจบแล้ว ไม่กลับประเทศไทยจะได้หรือไม่ ซึ่งได้รับคำตอบจาก หม่อมหลวงเกษตร สนิทวงค์ ซึ่งขณะนั้นเป็นเลขาธิการของมูลนิธิอานันทมหิดล ว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รับสั่งว่า "ถ้ามีความรู้และอายุขนาดนี้แล้วไม่รู้จักบุญคุณ ก็จะปล่อยไปไม่ต้องชดใช้ทุนคืน"

เมื่อคิดได้เช่นนี้ จึงเกิดสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ว่าพระองค์ท่านทรงพระเมตตานักเรียนทุนอย่างมาก ในที่สุดจึงตัดสินใจกลับมาประเทศไทย เข้าทำงานที่โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยได้นำเอาความรู้ที่ได้จากการศึกษา มาพัฒนาปรับปรุงองค์ความรู้ แนวทางการรักษา และการป้องกันโรคติดเชื้อ รวมถึงก่อตั้งสมาคมโรคติดเชื้อ และเชื่อมโยงองค์ความรู้กับสมาคมโรคติดเชื้อทั่วโลก

"พระองค์ท่านต้องการพัฒนาคนไทย โดยการให้ได้ศึกษาความรู้ในด้านที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ไม่ได้มุ่งเน้นการสร้างวัตถุที่ใหญ่โต ซึ่งผมจำได้ดีว่าทุกครั้งที่มีโอกาสได้เข้าเฝ้า เนื่องในวันสำคัญเช่นวันเฉลิมพระชนมพรรษา ท่านจะให้กลุ่มนักเรียนทุนอานันทมหิดล เขาพบเป็นกลุ่มสุดท้าย เนื่องจากอยากใช้เวลากับนักเรียนทุนนานๆ ซึ่งสิ่งที่พระองค์ทรงตรัสทุกครั้ง คือแนวทางการพัฒนาบ้านเมืองในด้านต่างๆ เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยให้ดีขึ้น"

อดีตนักเรียนทุนอานันทมหิดล ทิ้งท้ายว่าพระองค์ท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ หากในวันนั้นตัวเขาไม่นำความรู้ที่ได้ร่ำเรียน กลับมาพัฒนาประเทศชาติตามพระราชปณิธาน ก็คงกลายเป็นคนที่เนรคุณแผ่นดินอย่างไม่น่าให้อภัย

ขอบคุณข้อมูลบ้างส่วนจากเว็บไซต์ มูลนิธิอานันทมหิดล