ฟ้าโต้กลับอ้างโตสพูดเท็จพร้อมสู้ในชั้นศาล

เน็ตไอดอลสาว 'ฟ้า บาร์บี้' แถลง โต้กลับอ้าง 'โตส' พูดเท็จ เมินแจ้งความกลับ พร้อมสู้ในชั้นศาล โต้เกาะกระแสดัง
ถึงขั้นต้องออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวรอบสองกันเลยทีเดียว สำหรับเน็ตไอดอลสาวที่กำลังมีกรณีอยู่ ขณะนี้ "ฟ้า บาร์บี้" กับ แฟนเก่าหนุ่ม "โตส อัครัช" ล่าสุดช่วงสายวันนี้ฝ่ายชายเองได้ออกมาชี้แจงถึงประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้นว่าตอนทำร้ายร่างกายสาวฟ้าก่อนไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด พร้อมทั้งเผยจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ซึ่งตนเองมีทั้งคลิปหลักฐานต่าง ๆ ล่าสุดช่วงเย็นวันนี้สาวฟ้าก็ออกมาชี้แจงว่าตนเองไม่ใช่คนผิดเช่นกันและมีหลักฐานเอาออกมาโชว์ รวมถึงเปิดใจถึงเรื่องหนังกลับอีกครั้งระบุโดยอ้างว่า "สิ่งที่เขาพูดมาหนูไม่เห็นความจริง และหนูก็อยากชี้แจงสิ่งที่เขาบอกว่าหนูตามเขาไปที่บ้าน ไม่ใช่ความจริงเลยค่ะ หนูไม่ได้ตามเขาไปที่บ้าน แต่เป็นเขาที่โทรมาหาหนู เขาโทรมาหาหนูรอบแรกหนูไม่รับ โทรอีกรอหนึ่งหนูรับ แต่หนูบอกว่าหนูไม่อยู่ หนูจะไปข้างนอก และเขาก็โทรมาอีกรอบ ซึ่งรอบนี้หนูก็ไม่รับเหมือนกัน มันก็เลยเป็นเหตุให้มีแชทนี้ออกมา สิ่งที่เขาพิมพ์มามันเป็นคำพูดที่ค่อนข้างหยาบคาย แต่เนื้อหาคร่าว ๆ ก็คือเขาบอกว่า ว่าละคุยกับแฟน แหมไม่รับโทรศัพท์ เพราะอยู่กับมันแล้วไง รับสายอื่นไม่ได้เหรอ สัญญากันไว้เหรอว่าจะไม่รับสายคนอื่น อะไรคือสาเหตุที่ทำให้วันนั้นเราสองคนมีปากเสียงกัน คือเรื่องที่หนูมีคนคุยของหนูค่ะ สามารถใช้คำว่าเขาหึงได้ไหมเหรอ พี่คิดว่าเขาหึงไหมล่ะคะ ถ้ามาถึงขนาดนี้แล้ว เขามาตามจิกขนาดนี้พี่คิดว่าเขาหึงไหมคะ เราเลิกกันไป 2 เดือนแล้ว หลักฐานก็มีหมดทุกอย่าง เขาหามาเราที่บ้านประมาณกี่โมง เขามาที่บ้านตอนประมาณ ตี 3 ค่ะ จริงไหมที่เขาแถลงยืนยันว่าเราจิกเขาตีเขาในรถ เราเป็นฝ่ายเริ่มลงมือก่อน ทุกอย่างเหมือนที่หนูแถลงข่าวไปครั้งที่แล้วค่ะ เพราะพอมาถึงบ้านเขาก็ถามหนูว่า ไปไหน ไปไหนกับใครมา และก็ประเด็นนี้ล่ะค่ะที่เขาตบหน้าหนู คือหนูก็ยอมรับความจริงว่าหนูมีใหม่แล้ว เพราะเราเลิกกันไปแล้วอ่ะ ถามว่าเรารู้มาก่อนไหมว่าทุกวันนี้เขาก็มีคนคุยด้วย รู้ค่ะ คือสมมุตินะ สมมุติว่าหนูไม่รู้ว่าเขามีแฟนใหม่ หรือเขามีคนใหม่ หนูก็คงจะกลับไปคุยกับเขาแล้วค่ะ แต่นี่หนูรู้ไงคะ ว่าเขามีคนของเขา หนูก็เลยไม่อยากยุ่ง ตั้งแต่เลิกกัน เราสองคนไปมาหาสู่กันอย่างที่เขาบอกจริงไหม มีติดต่อกันค่ะ เพราะเขาเองก็ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนเก่านะคะ และคนใหม่ของหนูก็ไม่ยังไม่ใช่แฟนด้วย ดังนั้นในเมื่อเขาเป็นแฟนเก่า ใจหนูก็ต้องหวั่นไปทางเขา เรารู้สึกยังไงบ้างตอนที่เขาบอกว่าเขาไม่ได้ทำอะไรเราเลย นอกจากจับมือเราดันออก
หนูเล่านะคะว่าตอนที่เขามาถึง เขาก็ถามเลยว่า ไปไหน ไปไหนกับใครมา และพอขึ้นรถเขาก็ถามอีกว่า "ไปไหนกับใครมา ไปนั่นนู่นนี่กันมาแล้วใช่ไหม" ซึ่งหนูก็ตอบว่าหนู ไป จากนั้นเขาก็เริ่มพูดไม่ดี และก็บีบคอตบตามที่หนูเล่าไปครั้งแรกเลย เขาเป็นคนเริ่มทำร้ายหนูก่อน แต่หนูก็ปัดป้องและก็ป้องกันตัวเองนะคะ ในส่วนของข้อกล่าวหาที่เขาออกมาปฏิเสธ และก็แจ้งความกลับเราในข้อหาหมิ่นประมาท เรารู้สึกยังไงบ้าง ไม่รู้สึกยังไงเลยค่ะ สิ่งที่หนูพูดหลักฐานหนูก็มี ความจริงยังไงก็คือความจริงค่ะ แต่ก็มีประโยคหนึ่งที่เขาพูดในรายการประมาณว่า ถ้าหากเขาไม่เลิกกับผู้หญิงอีกคน เราจะเป็นคนสร้างเรื่องนี้เพื่อให้เขาเสียชื่อ หนูมีแต่เสียกับเสีย และตัวเขาก็ไม่ใช่ว่าคนจะรู้จักอะไรขนาดนั้น หนูจะสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่ออะไร ชีวิตหนูปกติหนูมีความสุขดีอยู่แล้ว หนูยืนยันว่าหนูไม่ได้เป็นคนผิด ส่วนเรื่องที่คนมองว่าหนูอยากดัง หนูก็ยืนยันนะคะ ว่าถ้าดังเรื่องแบบนี้หนูไม่เอาดีกว่าค่ะ ไม่มีใครอยากโดนสังคมว่าหรอกค่ะ กระแสแง่ลบที่เข้ามาหาหนูก็มี หนูจะเอาตัวเองไปเสี่ยงทำไม เขาบอกทิ้งท้ายไว้ด้วยว่าถ้าเราไม่หยุดเขาก็จะงัดหลักฐานออกมาแฉ
ถ้าจะงัดมาแฉก็ขอให้มันตรงประเด็นกับที่เขาทำร้ายร่างกายเรานะคะ เหตุผลที่เราตามกลับไปบ้านเขาคือ เขาเอาโทรศัพท์หนูไปค่ะ และหนูก็ต้องการเอาโทรศัพท์หนูคืน ซึ่งวันนั้นเราก็ทะเลาะกันถึงเช้า ทะเลาะกันจนเหนื่อย มันเป็นความเหนื่อยที่เราต้องนั่งเจรจากันอยู่แบบนั้น และที่มันจบลงก็เพราะเราเหนื่อยค่ะ แต่พอช่วงสาย ๆ เขาก็ไปส่งหนูที่บ้านซึ่งตอนนั้นไม่ใช่ว่าเราจะเคลียร์กันดี ๆ นะคะ เพราะตอนอยู่บนรถหนูยังพูดกับเขาอยู่เลยว่าที่เขาทำร้ายร่างกายหนู หนูเอาเรื่องนะ และเขาก็ตอบกลับว่า เอาเลย ทำอะไรทำเลยเขายอม เขาได้เข้าไปส่งเราที่บ้านและให้เราเอากระเป๋าออกมากินข้าวจริงไหม เขาไปส่งค่ะ คือส่งถึงหมู่บ้าน แต่ยังไม่ถึงบ้านหนู เพราะหนูเปิดประตูลงก่อน ถามว่ามีหลักฐานอะไรยืนยันได้ไหมว่าเราไม่ผิดแน่นอน
มีค่ะ แต่หนูอยากให้เราไปสู้กันบนศาลดีกว่า และการชี้แจงครั้งนี้ของหนูก็คือการชี้แจงครั้งสุดท้าย จากนั้นเราก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของคดีไป เราไปต่อสู้กันบนศาล ถ้าหากเขายังไม่ยอมรับความจริง เราคิดว่าเรื่องจะจบยังไงในเมื่อต่างฝ่ายต่างก็ยืนยันว่าตัวเองไม่ผิด อันนี้หนูก็ไม่ทราบจริง ๆ ค่ะ เราต้องให้ศาลตัดสินแล้ว คุณพ่อคุณแม่ของเราว่ายังไงบ้าง ไม่มีใครโอเคหรอกค่ะพี่ ถ้าหากลูกสาวต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ลูกต้องมามีเรื่องกับผู้ชาย คุณพ่อคุณแม่เสียใจค่ะ ท่านก็รู้สึกแย่ และหนูก็ต้องขอโทษท่านด้วย ขอโทษทุกคนที่ลำบาก รวมถึงทุกคนที่ช่วยหนูเรื่องนี้ หนูต้องขอโทษจริง ๆ ค่ะ ส่วนกระแสสังคมที่ต่อต้านมาหนูเองก็ต้องขอโทษด้วย ถ้าหากวันนั้นหนูใช้สติและใช้เหตุผลมากกว่านี้ หนูก็คงจะไม่ก้าวเหยียบขึ้นรถไปกับเขา มีคำถามในโซเชียลถามหนูมาเยอะมากว่า ทำไมหนูถึงขึ้นรถไปกับเขา ซึ่งหนูก็ต้องขอตอบนะคะว่า หนูไม่คิดเหมือนกันว่าเขาจะทำแบบนี้ ไม่คิดมาก่อนว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้ หนูใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลเกินไป ในส่วนของข้อมูลที่เราระบุว่ามีแฟนเก่าของเขาอินบ็อกมาหาเราว่าเคยโดนเขาทำร้าย เขาก็ยืนยันว่าไม่มีแน่นอน หนูมีหลักฐานเหมือนกันค่ะ และก็ไม่ใช่แค่คนเดียวด้วย เพราะพอเกิดเรื่องขึ้นก็มีคนทักอินบ็อกหนูมา ซึ่งเรื่องราวของเขาก็เหมือนหนูเลย คือขับรถไปรับไปส่งทุกอย่าง กินข้าว ดูหนัง เราออกหมด ทำนู่นทำนี่ เรื่องราวคล้าย ๆ หนูเลย แต่เขาจะไม่ถึงขั้นว่าทำร้ายร่างกาย เขาจะแค่โดนกระชาก โดนด่า และก็พูดจาแรง ๆ คนใหม่ที่คุยกับเราอยู่เขาว่ายังไงบ้างกับเรื่องนี้ เขาเข้าใจทุกอย่างค่ะ เพราะวันนั้นตอนเช้าหนูยังทักไปหาเขาเลยว่าหนูโดนแฟนเก่าทำร้าย และเขาก็อึ้ง ถามถึงเรื่องกับข้อความที่มีคนโพสต์เฟสบุ๊คว่าทุกครั้งที่เราทะเลาะกันเราจะด่าถึงพ่อแม่ อันนี้เราจะชี้แจงยังไงบ้าง
ก็คือช่วงที่เราคบกันอยู่เราก็ทะเลาะกันปกติ บางครั้งเราผิด บางครั้งเขาผิด ซึ่งถ้าเขาผิดหนูก็มีสิทธิ์ที่จะพูดได้ว่าทำไมเขาทำแบบนี้ เพราะตอนนั้นเรายังคบกันอยู่ แต่ ณ ปัจุบันนี้เราไม่ได้คบกันแล้ว ดังนั้นเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาทำร้ายร่างกายหนูด้วยซ้ำเราเคยด่าถึงพ่อแม่เขาไหม ไม่เคยค่ะ เคยมีแต่เขาที่ด่าหนูเสีย ๆ หาย ๆ แต่ไม่ได้ด่าถึงพ่อแม่นะคะ ซึ่งส่วนใหญ่หนูก็จะตอบไปด้วยอารมณ์ประมาณว่า
"ทำไมถึงพูดจาแรงแบบนี้ อย่างว่าแหละมันก็คงอยู่ที่เธอด้วยเนอะ แต่หนูไม่เคยว่าพ่อแม่เขาค่ะ"
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



