นศ.เทคนิคการแพทย์ยิงตัวตายคาสนามยิงปืน ทิ้งข้อความขอโทษพ่อแม่

นศ.เทคนิคการแพทย์ยิงตัวตายคาสนามยิงปืน ทิ้งข้อความขอโทษพ่อแม่
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

หนุ่มนักศึกษาเทคนิคการแพทย์ เครียดจัดยิงตัวตายในสนามยิงปืน ทิ้งจดหมายขอโทษพ่อแม่

เมื่อเวลา 15.30 น. (17 ธ.ค.) ตำรวจ สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งมีคนยิงตัวตาย ภายในสนามยิงปืนของสนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จึงเข้าตรวจสอบร่วมกับแพทย์โรงพยาบาลนครพิงค์และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเชียงใหม่

พบศพชาย 1 ราย นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้น บริเวณทางเดินที่จะเข้าช่องทางยิงปืนช่องที่ 1 สภาพศพนอนหงาย แต่งกายสวมเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ สวมหูฟังสำหรับยิงปืน สวมกางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบสีดำ ในมือข้างขวาถืออาวุธปืนยี่ห้อกล็อก 21

สภาพศพพบรูกระสุนปืนเจาะเข้าที่ขมับขวา 1 นัด และ ตรวจค้นในตัวก็ทราบชื่อผู้ตายภายหลังคือ นายอภิชัย อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่

นอกจากนี้ก็ได้พบจดหมายลาตายในกระเป๋าด้วย โดยมีข้อความว่า

"ผมขอโทษนะครับ พ่อ แม่ ผมมันเลว ทำให้พ่อแม่เดือดร้อน มันคงไม่มีโอกาสให้ผมอีกแล้ว ผมพยายามแล้ว แต่ไม่ไหวจริงๆ รักพ่อกับแม่เสมอนะครับ ยกโทษให้ผมด้วย ขอโทษ"

พร้อมกระดาษอีกหนึ่งใบที่ระบุหมายเลขโทรศัพท์ของบิดา พร้อมจ้อความขอให้ช่วยโทรแจ้งหลังจากเสียชีวิต

จากการสอบสวนทราบว่านายอภิชัยได้เข้าเช่ามาอาวุธปืน พร้อมกระสุนปืน ของสนามกีฬาไปยิง โดยมายิงในช่วงก่อนเที่ยงแล้ว 1 รอบ จากนั้นก็จะมาขอยิงอีก 1 ครั้ง แต่เป็นช่วงพักเที่ยง ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ขอหยุดชั่วคราวเพื่อไปทานข้าว ซึ่งตัวนายอภิชัยก็ได้กลับมาในช่วงบ่ายและเข้ามายิงปืนอีกครั้ง ช่วงจังหวะที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ให้บริการกับลูกค้าคนอื่นอยู่นั้น นายอภิชัยอาศัยจังหวะใช้อาวุธปืนยิงตัวเอง นอนเสียชีวิต แม่บ้านของสนามยิงปืนพบเข้าจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ควบคุมสนามทราบ และ แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า สาเหตุครั้งนี้อาจจะเกิดมาจากความเครียดเรื่องการเรียน หรือเรื่องส่วนตัวบางอย่าง ซึ่งตัวผู้ตายคงหาทางออกไม่ได้ จึงได้ตัดสินใจฆ่าตัวตายดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ได้ส่งศพผู้ตายไปยังแผนกนิติเวชโรงพยาบาลนครพิงค์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพื่อให้ชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตอีกครั้ง พร้อมกับจะได้ประสานทางญาติผู้ตาย ให้เดินทางมารับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!