มุมที่น่ามอง...การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

มุมที่น่ามอง...การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

(ขอขอบคุณภาพจาก travel.sanook.com)

เป็นประเด็นที่น่าสนใจ กับแนวคิดการพัฒนาการท่องเที่ยวไทย ของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ที่เปิดมุมมองในงาน "เดินหน้าประเทศไทยเดินหน้าท่องเที่ยวไทย ที่โรงเเรมดุสิตธานี" โดยมองว่า การท่องเที่ยวไทยแบบเดิมที่เน้น เรื่องของธรรมชาติแบบ sun sand sea เริ่มหมดมุข พร้อมนำเสนอว่า

"อยากให้หน่วยงานของไทย ไปจัดระบบสร้างเรื่องราวในการท่องเที่ยว นำเสนอในเเง่มุมทางประวัติศาสตร์ให้มีมูลค่า เช่นที่ตนค้นพบจากการท่องเที่ยวที่แม่สลอง เรื่องราวการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ การที่บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์มาเยือน ซึ่งรัฐและเอกชนต้องช่วยกันขุดค้นหาเรื่องราวใหม่ๆมานำเสนอ"..................

"นักท่องเที่ยวที่มาในไทยยังคงไม่สนใจเรื่องวิถีไทย หลายคนก็เที่ยวแบบอิสระ ไม่สนใจวัฒนธรรมอะไรนั่น ขอยืนยันว่า ตนเองก็ไม่เห็นด้วยกับการปล่อยเสรีนักท่องเที่ยวแต่การจัดระเบียบการท่องเที่ยวนั้นต้องค่อยๆทำ ไม่ต้องรีบทำ ................กระทรวงท่องเที่ยวจึงต้องปรับยุทธศาสตร์ให้ค่อยๆเเก้ปัญหา"

ต้องบอกว่า แนวคิดของหม่อมอุ๋ย เข้าท่า และต้องสนับสนุนอย่างยิ่ง แต่ จะว่าไปแล้ว การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ก็มีมานานแล้วในบ้านเรา

การท่องเที่ยวแบบเดินป่า ไปพักแรมในจุดที่ไม่อึกกระทึก เพื่อสัมผัสธรรมชาติก็มีมานาน การท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้วิถีชาวบ้านก็มีมาหลายปี อย่างเช่น การท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ นักท่องเที่ยวไปเที่ยวแล้วยังได้เรียนรู้วิถีของชุมชนอีกด้วย

การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านเราไม่ต้องพูดถึง มีมานานมาก เพราะการท่องเที่ยวเอาประเพณีต่างๆไปโปรโมทในทุกๆปีอยู่แล้ว เทศกาล สงกรานต์ ลอยกระทง ฯลฯ เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวดี

การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ อันนี้น่าสนใจ อย่างที่นำประเด็นไว้ ประเทศไทย หรือ สยามประเทศในอดีต มีประวัติศาสตร์ยาวนานรัตนโกสินทร์ก็กว่า 200 ปี เข้าไปแล้ว อยุธยา ก็4-500ปี ซึ่งในจุดเด่นในเชิงโบราณสถานเมืองเก่า วัดเก่า ที่เป็นอดีตศูนย์กลางอาณาจักร

ไม่ว่าอยุธยา สุโขทัย เชียงใหม่ เป็นที่รับรู้ของคนต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวอยู่แล้ว ยิ่งเชียงใหม่กำลังจะได้ขึ้นเป็นเมืองมรดกโลกด้วยแล้ว ไม่ต้องพูดถึง คนต่างชาติมีโอกาสได้ข้อมูลรับรู้และต้องการมาท่องเที่ยวในเมืองหลักเหล่านี้อยู่แล้ว

แต่การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่หม่อมอุ๋ย ยกมา คือ "การท่องเที่ยวที่แม่สลอง เรื่องราวการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์" นี้คือเรื่องราวประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่งของสังคมไทย ที่น่าสนใจ เอาเข้าจริงๆ คนไทยรุ่นอายุต่ำกว่า 30 ลงมาส่วนใหญ่อาจไม่เคยรับรู้ประวัติศาสตร์เหล่านี้เลยหากไม่สนใจศึกษาจริงๆ

แล้วประเด็นเหล่านี้จะทำอย่างไรให้ต่างชาติให้ความสนใจ อยากมาท่องเที่ยว การสร้างเรื่องราว หรือยกระดับของเรืองราวในประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยถูกบันทึกเพื่อเป็นแบบเรียนให้คนในสังคมไทยได้ศึกษาในวงกว้าง จะมีโอกาสแทรกตัวขึ้นมาเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจน่าศึกษาและต้องไปท่องเที่ยวเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์อย่างไร

ที่จริงในพื้นที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน เคยเป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญในหลายพื้นที่ อย่างเช่น เขาค้อ น้ำหนาว ภูหินร่องกล้า เมืองน่าน ฯลฯ พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการต่อสู้ทางอุดมการณ์หรือ ลัทธิทางการเมืองมาทั้งสิ้น

แต่ปัจจุบันคนไทยรุ่นหลังรับรู้หรือไม่ ? ไม่ต้องถามไปถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ...? การตั้งประเด็นของหม่อมอุ๋ย จะนำไปสู่การปฏิบัติจริงได้อย่างไร เป็นการบ้านที่การท่องเที่ยวต้องคิดหนัก และต้องร่วมมือกับหลายหน่วยงาน

และที่สำคัญกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมหรือไม่ที่จะเปิดประวัติศาสตร์เหล่านี้ออกมาในมุมกว้างเพื่อให้เยาวชนรุ่นหลังได้รับรู้ และสนใจ จนถึงรู้สึกกระหายอยากไปเที่ยวพื้นที่ประวัติศาสตร์เหล่านี้สักครั้งหนึ่ง...? เป็นประเด็นที่น่าสนใจยิ่ง.

โดย...เปลวไฟน้อย

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!