คดีพ่อเลี้ยงข่มขืนเด็ก 12 แม่อ้างลูกใส่ร้าย แย่งสามีตัวเอง

คดีพ่อเลี้ยงข่มขืนเด็ก 12 แม่อ้างลูกใส่ร้าย แย่งสามีตัวเอง
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

ขอขอบคุณภาพจาก มติชนออนไลน์

(2 มิ.ย.) ความคืบหน้ากรณีพ่อเลี้ยงขืนใจเด็กหญิงวัย 12 ปี โดยใช้น้ำร้อนราดจนหลังมีบาดแผล ระบุว่ามีแม่บังเกิดเกล้าและยายรู้เห็นเป็นใจ

ล่าสุด พนักงานสอบสวนตำรวจภูธรเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เข้าสอบปากคำแม่และพ่อเลี้ยงที่ก่อเหตุ เบื้องต้นพ่อเลี้ยงให้ภาคเสธ โดยรับว่ามีความสัมพันธ์กับลูกเลี้ยงจริง แต่เด็กหญิงเป็นฝ่ายยินยอมพร้อมใจเอง 

ทั้งนี้ แม่แท้ๆของเด็กหญิง หลังถูกควบคุมตัวก็โวยวายด่าทอ ขู่จะฟ้องกลับตำรวจ ก่อนกล่าวยืนยันกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาไม่ได้บังคับลูกสาวให้มีความสัมพันธ์กับสามีใหม่ เมื่อประมาณเดือน ก.พ. ตนเองจะไปทำงานรับจ้างนอกบ้าน ปล่อยให้ลูกสาวอยู่กับสามี เมื่อกลับมาบ้านทราบว่าสามีใหม่มีสัมพันธ์กับลูกเลี้ยงก็รับไม่ได้ ทำให้ทะเลาะกับสามี

แต่ลูกสาวก็เข้ามาห้ามและยืนยันว่าไม่ได้ถูกข่มขืน แต่เป็นการยินยอมพร้อมใจ เวลาเธอไม่อยู่ลูกสาวก็จะลักลอบมีความสัมพันธ์กับสามี ทำให้ต้องอยู่กันกิน 3 คน มาโดยตลอด

แม้สามีจะยืนยันว่าจะไม่มีสัมพันธ์กับลูกแล้ว ล่าสุดเธอยอมก้มกราบเท้าลูก ขอร้องว่าอย่าทำกับแม่แบบนี้ แต่ลูกสาวไม่ยอม ก่อนหน้านี้เธอทุกข์ใจจนไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตายแต่มีกู้ภัยช่วยได้ทัน อยากให้สังคมเข้าใจเธอว่าเธอต้องกล้ำกลืนแค่ไหน เธอไม่ผิดและบริสุทธิ์ 

ทางด้าน พ่อเลี้ยง ยืนยันว่าไม่ได้ข่มขืน แต่ลูกเลี้ยงยินยอมเอง อีกทั้งยังแสดงท่าทีหึงหวงจนมีปากเสียงกับภรรยาตนเอง ส่วนแผลกลางหลังของเด็กก็มาจากที่แม่เด็กและลูกเลี้ยงทะเลาะกันด้วยความหึงหวงตน จึงเอาน้ำร้อนมาสาดใส่กัน

โดยเรื่องนี้เริ่มตั้งแต่ประมาณต้นปีที่ผ่านมา แต่ถูกเปิดเผยขึ้นเพราะพ่อแท้ๆของเด็กที่พ้นโทษจากเรือนจำมาเห็นบาดแผล จึงพาเด็กเข้าแจ้งความ ซึ่งตนเองพร้อมจะรับโทษจากความผิดที่ก่อขึ้นจากกรณีมีความสัมพันธ์กับเด็กอายุต่ำกว่า 15 แต่ยืนยันว่าไม่ได้ข่มขืนหรือขู่บังคับแต่อย่างใด

ส่วนที่ต้องหลบหนีเพราะพ่อแท้ๆของเด็กขู่ว่าจะทำร้าย จึงต้องหนีไปเพื่อความปลอดภัย ยืนยันว่าชาวบ้านในละแวกนั้นรู้เห็นเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวตนมาตลอด 

ขอบคุณข้อมูลจาก เรื่องเล่าเช้านี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
: ด.ญ.12เหยื่อพ่อเลี้ยงข่มขืน เผยยายแท้ๆ ก็รู้เห็น
: สลด พ่อเลี้ยงข่มขืนด.ญ.วัย 12 ปี แม่แท้ๆ รู้เห็นเป็นใจ

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!