เปิดใจ หนุ่มจิตอาสาคนดังโซเชียล เขาคือ..กู้ภัยชุดห่อศพ

เปิดใจ หนุ่มจิตอาสาคนดังโซเชียล เขาคือ..กู้ภัยชุดห่อศพ
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณีที่มีการแชร์ภาพและคลิป หนุ่มกู้ภัยหัวใจสิงห์ นุ่งผ้าห่อศพลงไปช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุบนถนนแห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้คนในโลกโซเชียลต่างพากันชื่นชม Sanook! News จึงได้ติดต่อหนุ่มกู้ภัยคนดังกล่าวมาพูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ในคลิป และประสบการณ์กู้ภัย "นอกเครื่องแบบ" ของเขา จะเป็นอย่างไรมาติดตามไปพร้อมๆ กัน

ชื่อของเขาคือ "ธรรมรงค์ พระมหาโยคี" หรือ "เต็ม" ปัจจุบัน อายุ 25 ปี สำหรับเหตุการณ์ที่อยู่ในคลิป เต็มเล่าว่า ก่อนหน้านั้นได้ไปช่วยนำตัวผู้เสียชีวิตขึ้นจากแม่น้ำ ซึ่งต้องดำน้ำเป็นเวลานานถึง 40 นาที ตนจึงต้องถอดเสื้อและกางเกงออก โดยระหว่างที่รอเซ็นชื่อกับร้อยเวรและจัดการเรื่องเอกสาร จึงได้นำผ้าห่อศพมาใส่ไว้ เพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดจนเกินไป

"พอกลับมาถึงหน่วยกู้ภัย ยังไม่ทันได้จอดรถดีๆ ก็มีเหตุแจ้งเข้ามาว่ามีนักเรียนประสบอุบัติเหตุรถชน ทางนั้นบอกว่าบาดเจ็บสาหัส ผมก็เลยรีบไป ก็ไปทั้งอย่างนั้นเลยครับ ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าให้ดี พอไปถึงที่เกิดเหตุก็รีบไปช่วยคนเจ็บ ซึ่งก็โชคดีที่น้องเขาไม่ได้บาดเจ็บสาหัสตามที่แจ้งมา"

เต็มเป็นอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยมาแล้ว 11 ปี ชาวอำเภออู่ทองจะทราบดีว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ "เต็ม" แต่งชุด "นอกเครื่องแบบ" มาปฏิบัติงาน มีหลายๆ ครั้งที่ชุดทำงานของเต็มคือ กางเกงบอกเซอร์สำหรับใส่นอน เพราะได้รับแจ้งเหตุด่วนในช่วงกลางดึก โดยเขาบอกว่า "อยากรีบออกไปให้เร็วที่สุด เพราะถ้าช่วยเขาได้ผมก็ดีใจ"

จากการติดตามภาพถ่ายในแฟนเพจหน่วยกู้ภัยจักรนารายณ์ จะพบว่าชุดกู้ภัยของเต็มคือ ชุดลำลองธรรมดาๆ หรือชุดอยู่บ้าน นอกจากเหตุผลเรื่องความรวดเร็วและคล่องตัวแล้ว เต็มยังบอกอีกว่า ที่นี่เป็นหน่วยกู้ภัยที่ไม่มีเงินเดือน มันคืองานอาสาสมัคร เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายจึงไม่พร้อมเท่าที่ควร แต่มันก็ไม่ใช่ข้ออ้างในการปฏิบัติหน้าที่

หน่วยกู้ภัยจักรนารายณ์ก่อตั้ง เมื่อปี 2537 ปณิธานของผู้ก่อตั้งคือ "ต้องไม่รับเงิน" เพื่อไม่ให้มีผลประโยชน์แอบแฝง แต่จะรับเฉพาะการบริจาคสิ่งของเท่านั้น เช่น ผ้าห่อศพ หรือโลงศพ เต็มบอกว่า ตัวเขาเองมาเป็นอาสาสมัครที่นี่ตั้งแต่เรียนจบ ม.3 พร้อมกับทำงานรับจ้างเพื่อหาเลี้ยงชีพ

ประสบการณ์ในฐานะหน่วยกู้ภัย 11 ปี มีหลายๆ เหตุการณ์เกิดขึ้น แต่ที่เต็มรู้สึกประทับใจมากที่สุด และยังจดจำได้จนถึงทุกวันนี้มีอยู่ 2 เหตุการณ์

เหตุการณ์แรก เขาได้รับแจ้งว่ามีนักเรียนประสบอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์แหกโค้ง มีผู้เสียชีวิต 3 คนในที่เกิดเหตุ ทันทีที่ไปถึง เขาสังเกตว่าในจำนวน 3 คนที่นอนนิ่งอยู่นั้น มีอยู่คนหนึ่งที่ดูเหมือนจะมีลมหายใจ จึงลงมือปั๊มหัวใจเด็กคนนั้น แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

"พอผมลองปั๊มหัวใจดู น้องเขาก็ฟื้นขึ้นมาได้ พ่อแม่เขาก็ดีใจ ตัวผมเองก็ดีใจไปด้วย ทุกวันนี้น้องเขาก็ยังมีชีวิตอยู่ ผมก็จำเขาได้ เขาก็ไม่ลืมผม"

สำหรับเหตุการณ์ที่ 2 เต็มเล่าว่าในวันนั้นได้รับแจ้งเหตุรถยนต์ตกน้ำ คนในที่เกิดเหตุบอกว่าคุณลุงที่อยู่ในรถน่าจะเข้าเกียร์ผิด รถจึงพุ่งลงไปในน้ำ

เต็มดำน้ำลงไปช่วยคุณลุงคนนั้น ด้วยการพยายามทุบกระจกรถ แม้เครื่องไม้เครื่องมือจะไม่พร้อม แต่ก็พาร่างของคุณลุงออกมาได้ในสภาพหมดสติ เขาพยายามช่วยอย่างสุดความสามารถ ทั้งผายปอด ทั้งปั๊มหัวใจ แม้คุณลุงจะเสียชีวิตในอีกไม่กี่วันถัดมา แต่อย่างน้อยๆ เขาก็ได้ยื้อชีวิตของคุณลุงไปจนถึงตอนที่ลูกหลานมากันครบ

ถึงแม้ว่าเต็มจะไม่ได้เงินจากการทำงานเหล่านี้ แต่เขาก็ยินดีที่จะทำต่อไป "ทำจนหมดลมหายใจแหละครับ งานแบบนี้ เพราะได้ช่วยเขาเราก็สุขใจ ถ้าจะบอกว่าไม่ได้เงิน มันก็ใช่ แต่ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด มันต้องมีคนทำดีบ้าง ไม่อย่างนั้นประเทศก็จะตกต่ำ" เต็มกล่าว

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!