
ผลตรวจน้ำเน่าอ่าวนาง-เกาะพีพีมี 2 เชื้อโรคเกิน
ผลตรวจนน้ำเสียอ่าวนางและเกาะพีพี พบ มีเชื้อแบคทีเรีย และฟีคัลโคลิฟอร์มเกินค่ามาตรฐาน เป็นต้นตอของโรคทางเดินอาหาร
จากกรณีมีน้ำเสียไหลลงทะเลในเกาะพีพี และหาดอ่าวนาง แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดกระบี่ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวกลุ่มสแกนดิเนเวีย ไม่พอใจและเริ่มลดจำนวนการเดินทางมาใน จ.กระบี่ มากกว่าครึ่งหนึ่ง ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงและมีคุณภาพ ทางบริษัททัวร์จึงได้ประสานงานเพื่อขอทราบแนวทางแก้ไขซึ่งล่าสุดพอใจในระดับหนึ่ง หลังจังหวัดกระบี่ชี้แจงถึงแนวทางแก้ไขทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
ล่าสุดนี้หลังมีการเก็บตัวอย่างน้ำเสียบริเวณหาดอ่าวนางไปทำการตรวจสอบโดยส่วนควบคุมสิ่งแวดล้อม สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ภูเก็ต กรมควบคุมมลพิษ ได้เปิดเผยผลการวิจัย ปรากฏว่าน้ำเสียในบริเวณคลองจาก อยู่ทางทิศตะวันออกของหาดอ่าวนาง แบ่งเป็น 2 ช่วง โดยช่วงแรกเป็นช่วงก่อนลงทะเล มีสภาพน้ำขังในลำคลองก่อนจะล้นชายหาดลงไปในทะเล มีค่าเจือปนจากปกติของน้ำผิวดินที่ 2 มิลลิกรัมต่อลิตร แต่สูงถึง 38 มิลลิกรัมต่อลิตร มีเชื้อแบคทีเรีย และฟีคัลโคลิฟอร์มเกินค่ามาตรฐาน ปกติกำหนดไว้ที่ 20,000 มิลลิกรัมต่อลิตร แต่ตรวจสอบได้ถึง 540,000 มิลลิกรัมต่อลิตร เป็นแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคและเป็นอันตรายต่อมนุษย์ โดยเฉพาะโรคทางเดินอาหาร
ขณะที่ช่วงที่ 2 เป็นด้านเหนือขึ้นและเป็นจุดน้ำไหลรวม มีค่าความสกปรก 23.9 มิลลิกรัม จากปกติ 2 มิลลิกรัมต่อลิตร มีเชื้อฟีคัลโคลิฟอร์มเกินค่ามาตรฐานถึง 240,000 มิลลิกรัมต่อลิตร และในน้ำที่ไหลมาไม่มีออกซิเจน มีสภาพขุ่น เหม็น ซึ่งบ่งบอกถึงคุณภาพน้ำที่ไหลลงทะเลและทำลายสภาพแวดล้อมในบริเวณดังกล่าวอย่างมาก