ญาติคนตายหลั่งน้ำตา สาวซีวิค 9 ศพ ไม่เคยเหลียวแล

ญาติคนตายหลั่งน้ำตา สาวซีวิค 9 ศพ ไม่เคยเหลียวแล
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณี วันที่ 27 ธันวาคม 2553 จำเลยซึ่งเป็นเยาวชนอายุ 17 ปี ขับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค หมายเลขทะเบียน ฎว8461 กรุงเทพฯ ขึ้นบนทางยกระดับโทลเวย์ และพุ่งชนกับรถตู้โดยสาร รถยนต์ตู้โดยสารทะเบียน 13-7795 กรุงเทพฯ วิ่งระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตกระเด็นตกจากทางด่วนรวม 9 ศพ

ล่าสุด ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว มีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย เนื่องจากคำร้องฎีกาไม่มีสาระสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งของศาลล่างที่ไม่รับฎีกา

ด้าน น.ส.อิสรีย์ยา ธนะชวาลย์ ทนายความญาติผู้เสียหาย เปิดเผยภายหลังว่า คดีนี้จำเลยเป็นฝ่ายยื่นฎีกา โดยก่อนหน้านี้จำเลยได้ยื่นฎีกาต่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แล้ว แต่ศาลไม่รับฎีกา จำเลยจึงได้ยื่นคำร้องฎีกาต่อศาลฎีกาอีกครั้ง ซึ่งประเด็นที่จำเลยยื่นนั้นต่อสู้ว่าไม่มีเจตนากระทำประมาท แต่ศาลได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่าคำร้องฎีกาของจำเลยไม่เป็นประเด็นที่จะรับไว้พิจารณา

ดังนั้น คดีอาญาจึงถือว่าสิ้นสุดตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่ให้จำคุกจำเลยเป็นเวลา 2 ปี แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 4 ปี และห้ามขับรถจนกว่าอายุ 25 ปีบริบูรณ์ ซึ่งหลังจากนี้จะขอคัดคำสั่งของศาลฎีกา และนำไปยื่นต่อศาลแพ่ง เพื่อให้ดำเนินสืบพยานต่อในคดีที่ญาติผู้เสียชีวิตได้ยื่นฟ้องบิดา-มารดาจำเลยให้ชดใช้ค่าเสียหาย 120 ล้านบาท ที่ก่อนหน้านี้ศาลแพ่งได้สั่งจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราวเพื่อรอผลทางอาญา

นางทองพูนมารดาของ น.ส.นฤมล คนขับรถตู้ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ศาลมีคำสั่งไม่รับฎีกาที่จำเลยยื่น ซึ่งทางเราก็ยอมรับตามกระบวนการของกฎหมาย ทั้งนี้ขอบคุณสื่อที่ให้ความสนใจและไม่ลืมกัน อย่างไรก็ตามจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้รับการเยียวยาใดๆ จากจำเลย และไม่เคยคุยหรือโทรศัพท์มาหา เงินชดเชยได้มาจากประกันเท่านั้น

"เราอยากให้คดีจบโดยเร็ว วันนี้เหมือนแผลกำลังหายแล้ว แต่ก็มาเจอสะกิดอยู่เรื่อยๆ ขอให้เหลียวมองเราสักนิดก็ยังดี แค่นั้นเองไม่ต้องมากมาย แค่มองเห็นเราเป็นคนบ้าง เจอหน้ากันคุยกันบ้าง ถามว่าเรารู้สึกยังไงหรือแค่บอกว่าเสียใจด้วยนะเราก็ชื่นใจแล้ว เราเป็นมนุษย์เหมือนกัน คำนั้นเราไม่เคยได้ยินจากปากเขาเลย" นางทองพูน กล่าวทั้งน้ำตา

ขอบคุณเนื้อหาและที่มาจาก มติชนออนไลน์